อ่านหนังสือ "หมื่นร้อยพันผสาน" เล่ม ๒ ซึ่งกรมศิลปากร จัดพิมพ์เผยแพร่ ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ ได้เรืองดีๆ มาเล่าสู่กันอ่านครับ
เรื่องที่นำมาเล่าต่อไปนี้ คือ เรื่องของ "ลม" ครับ ซึ่งในชีวิตประจำวันของเรา คงหนีไม่พ้นเรื่องลมครับ อย่างการแพทย์แผนไทย บอกว่า ร่างกายของเราประกอบด้วยธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งธาตุทั้งสี่นี้จะต้องอยู่ในภาวะที่สมดุล หากธาตุลมผิดปกติ ก็จะเกิด "โรคลม" ได้ โรคลมที่เรารู้จักกันดี พอยกตัวอย่างได้ก็มี
- เป็นลม หลายท่านคงเคยเป็นกันนะครับ ตอนผมเรียนหนังสือ ต้องยืนเข้าแถว "ตากแดด ตากลม" เลยเป็นลม หรือลมจับ อาการมันก็หวิวๆ "หน้ามืดเป็นลม" เพื่อนๆ ก็พาไปอยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ก็ค่อยยังชั่วขึ้นมา
- ลมพิษ อาการลมพิษหรือผื่นขึ้นตามตัว เป็นการบอกให้ทราบว่า ร่างกายแพ้สารอะไรบางอย่าง เช่น พี่หมอวิชัย หมอซึ่งเป็นอธิบดีฯ อยู่ตอนนี้ แกแพ้กุ้งทะเล ถ้าทานกุ้งทะเลแล้วก็มีอาการ ผื่นคันขึ้นตามตัว, หรืออย่าง beeman นี่ก็แพ้อากาศเย็น (และแห้ง) หากอากาศเย็นๆ ติดต่อกันหลายวัน ก็จะมีผื่นขึ้นตามมือ บางทีก็ลามไปตามตัว บางครั้งอาบน้ำอุ่นบ่อยๆ ผิวแห้ง ก็จะเกิดผืนคันตามตัว เรียกว่า "ลมพิษ"... ไปพบแพทย์โรคผิวหนัง เขาก็จะให้ยาแก้แพ้มาทาน และ ให้ยาทาแก้ผื่นคันมาทาด้วย
- ลมบ้าหมู (โรคลมชัก) เป็นโรคลม ที่มีอาการชักเกร็ง หมดสติ มือเท้ากำแน่น เพราะสมองทำงานผิดปกติ สมัยก่อน (หรือสมัยนี้ก็ตาม) พอพบคนที่มีอาการชัก เราก็สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นโรคนี้ อย่างแรกที่ควรทำคือ เอาผ้าพันช้อน ยัดเข้าปากคนที่กำลังชัก ป้องกันการกัดลิ้นตัวเอง
ว่าด้วย "ลม" ที่เกี่ยวกับสุขภาพแล้ว ก็มาว่าด้วยเรื่องลมที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และอุตุนิยมวิทยากันบ้าง
"ลม" หมายถึง อากาศซึ่งเคลื่อนที่ เริ่มจากอากาศในที่แห่งหนึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า คือ ร้อน ก็จะลอยสู่เบื้องบน อากาศอีกที่หนึ่งซึ่งเย็นกว่า (น้ำหนักมากกว่า) ก็จะพัดเข้ามาแทนที่ ลมพวกนี้ยังสามารถแบ่งออกได้เป็นพวกๆ ดังนี้
- ลมประจำเวลา ได้แก่ "ลมบก ลมทะเล" ตอนเด็กๆ คงจำกันได้ เราท่องกันว่า "ลมบก พัดจากบกไปสู่ทะเล เกิดขึ้นในเวลากลางคืน" ส่วน "ลมทะเล พัดจากทะเลมาสู่บก เกิดขึ้นในเวลากลางวัน"
- ลมประจำฤดูกาล จะพัดมาในช่วงเวลาต่างๆ ของปี ลมประจำฤดูกาลของไทย เริ่มตั้งแต่ต้นปี สู่ท้ายปีก็มีดังนี้
- ลมว่าว เป็นลมที่พัดจากทิศเหนือไปสู่ทิศใต้ในตอนต้นฤดูหนาว ซึ่งเริ่มประมาณ เดือนพฤศจิกายน ต่อเนื่องมาถึงปลายปี ต้นปี แต่ลมนี้ เราไม่ได้ใช้เล่นว่าวเหมือนชื่อนะครับ (แต่ถ้าเล่นก็ไม่ผิดกติกา)
- ลมตะเภา เป็นลมที่พัดจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ ตอนกลางฤดูร้อน เป็นลมที่สมัยก่อนใช้ประโยชน์ในการเดินเรือสำเภา ขึ้น-ล่อง ค้าขายกัน จึงมีชื่อเรียกว่า "ลมตะเภา" เพราะเป็นลมที่นำพาเรือสำเภามานั่นเอง ลมชนิดนี้แหละที่คนไทยใช้ เล่นว่าวกัน
- ลมพัทธยา พึ่งเคยได้ยินชื่อนี่แหละ เป็นลมซึ่งพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ สู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในต้นฤดูฝน (เป็นที่มาของชื่อเมืองพัทยา หรือ เมืองพัทยา อาจเพี้ยนมาจากคำว่า "ทัพพระยา" สมัยพระเจ้าตากสินก็ได้) คำว่า "พัทธยา" พ้องกับคำในภาษามลายูว่า "barat daya" หมายถึงลมที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้
- ลมสลาตัน เป็นลมที่เกิดปลายฤดูฝน พัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้สู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงปลายฤดูฝน เป็นลมที่มีกำลังแรง เรารู้จักกันดีในชื่อของ "ลมพายุ" นั่นเอง คำว่า "สลาตัน" มาจากภาษามลายูว่า "Salatan" แปลว่า "ลมใต้" ลมพายุที่มีกำลังแรงในเขตที่ประเทศไทยตั้งอยู่ เรียกว่า "พายุไต้ฝุ่น" คำว่า "ไต้ฝุ่น" มาจากภาษาจีนว่า "Tai phoon" ซึ่งเป็นพายุที่เกิดในทะเลจีนและภาคตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก
- ลมตะโกหรือลมพัดหลวง พึ่งเคยได้ยินชื่ออีกเช่นกัน เป็นลมที่เกิดปลายฤดูฝน พัดจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่มาของชื่อ "ลมพัดหลวง" อาจมาจาก (1) เป็นลมที่มีกำลังแรง เพราะว่า "หลวง" คือ "ใหญ่" (2) อาจมาจากภาษามลายูว่า Barat laut แปลว่าลมที่พัดจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้
- ลมมรสุม มักใช้เรียกชื่อ "ลม" ซึ่งเกิดในฤดูฝน พัดเอาความชื้นจากทะเลเข้ามาสู่บก คำนี้ก็ไม่ใช่คำไทยอีกนั่นแหละ (รู้สึกว่าจะชอบขอยืมเขามาใช้จังเลย) แต่มาจากภาษาอาหรับว่า "mausim" ครับ
ยังมีต่อ....

ขอบคุณมากค่ะ ช่วยได้เยอะเลย
02222222222222
ได้ความรู้อีกเพียบ
ที่นี่สอบวิทย์ได้แน่ๆ อิอิ