ปลายเดือนเมษายน เลขาฯได้รับโทรศัพท์จากน้องเดีย นักเรียนทุนอุดมศึกษารุ่นใหม่ล่าสุด เดียเป็นชาวนราธิวาส แต่วันนั้นโทร.มาหาเลขาฯจากกรุงเทพฯนี่เอง เดียเล่าด้วยเสียงตื่นเต้น ว่าได้เข้าโครงการทักษิณพัฒนา ไปอยู่กับครอบครัวชาวพุทธที่อยุธยา แล้วก็มาเที่ยวในกรุงเทพฯด้วย เลขาฯเห็นว่าน่าสนใจดี เลยบอกให้เดียเขียนเล่ามาเป็นจดหมาย จะได้รู้รายละเอียดอีกเยอะๆ จดหมายของเดียมาถึงมูลนิธิแล้ว เลยเอามาลงให้อ่านกันค่ะ
ตอนที่หนูมีโอกาสไปเที่ยวภาคกลางนั้น หนูได้เป็นตัวแทนหมู่บ้านให้ไปร่วมโครงการทักษิณพัฒนาค่ะ ในโครงการอบรมเยาวชน เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต รุ่นที่ 2 เยาวชนหญิง ระหว่างวันที่ 22-29 เมษายนที่ผ่านมา
ในการไปทัศนศึกษาครั้งนั้น ได้เดินทางไปเปิดพิธีที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ที่จังหวัดปัตตานีค่ะ รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะเมื่อได้ก้าวเข้าสู่ค่ายอิงคยุทธบริหาร นี่เป็นครั้งแรกที่หนูได้เข้าไปยืนอยู่ในค่าย รู้สึกภูมิใจยังไงไม่รู้ จากนั้นก็ไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟปัตตานี แล้วไปลงที่สถานีบางซื่อของอีกวันค่ะ ตลอดเวลาการเดินทางนั้นลำบากมากค่ะ ผู้คนก็มากหน้าหลายตา จะเข้าห้องน้ำแต่ละครั้งก็ลำบากมาก ระยะทางก็แสนไกล ถึงเวลานอนก็ไม่ได้นอนค่ะ ต้องใช้ความอดทนสูงมาก แต่ก็สนุกดีค่ะ ได้รับคำแนะนำจากวิทยากรว่า นี่คือบททดสอบสำหรับเยาวชน เพื่อฝึกให้เยาวชนมีความอดทน และรู้จักระมัดระวังภัยต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันค่ะ เมื่อถึงสถานีรถไฟบางซื่อ ก็รู้สึกดีใจและหายเหนื่อย เพราะได้รับการต้อนรับจากพี่ๆกรมการขนส่งทหารบกเป็นอย่างดี รู้สึกปลาบปลื้มที่เราเป็นคนสำคัญค่ะ
จากนั้นก็ได้เดินทางไปชุมชนลุมพลี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ ได้ไปใช้ชีวิตกับคนที่ชุมชน ได้อยู่กับพ่อแม่อุปถัมภ์ด้วยค่ะ ชุมชนที่นั่นน่าอยู่มากเลยค่ะเมื่อเปรียบเทียบกับ 3 จังหวัดภาคใต้ในปัจจุบัน ผู้คนน่ารักมาก เมื่อเขารู้ว่าเราเป็นเด็กใต้ เขาก็จะถามด้วยความห่วงใย ที่นี่เขาอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข และวันนี้หนูก็ได้นำการดำเนินชีวิตของชุมชนลุมพลี มาบอกคนในหมู่บ้านรับรู้และปฎิบัติตาม ว่าไม่ว่าจะศาสนาใด เราก็สามารถอยู่ด้วยกันแบบพี่น้องได้อย่างสันติสุข เพราะเราคือคนไทยเหมือนกัน และแนวทางการแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุด สำหรับปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้นั้นคือการศึกษา เยาวชนควรได้รับการศึกษาที่ดีค่ะ
ในการไปทัศนศึกษาครั้งนั้นก็มีโอกาสไปเยี่ยมชมศูนย์ท่องเที่ยวภาคกลางหลายที่ ได้รับรู้ เรียนรู้ ถึงประวัติศาสตร์ในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยพบเจอในหนังสือเรียนมาก่อน อย่างเช่น ที่ฝังศพเฉกอะหมัด ซึ่งเป็นจุฬาฯคนแรกของประเทศไทยค่ะ และยังมีโอกาสไปเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ที่หนูเคยได้ดูแต่ในโทรทัศน์ วันนั้นได้ไปเห็นของจริงก็รู้สึกดีใจค่ะ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เมื่อ 7 ธันวาคม 2527 มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานตามพระราชประสงค์ โดยจัดให้มีการอบรมเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา และผู้ยากไร้ ให้มีอาชีพเสริมด้วยการผลิตงานศิลปาชีพ อันได้แก่งานช่างฝีมือด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน งานฝีมือที่พี่ๆเขาทำแต่ละอย่างสวยงามมากเลยค่ะ งานหลายชิ้นหนูเห็นแล้วซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชินีทรงเปิดโอกาสให้คนพิการได้แสดงความสามารถออกมา และเขาก็ทำได้ดีมากเลยค่ะ
หนูยังได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมวัดที่ขึ้นชื่อในประเทศไทย คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วนั่นเอง ที่นี่สวยงามมากเลยค่ะ หนูไม่เคยเห็นอะไรที่งามอย่างนี้มาก่อน ภาพเขียนฝาผนังที่มีอยู่รอบระเบียงในพระอุโบสถ ยังติดตาฝังใจอยู่เลยค่ะ จากที่วิทยากรเล่าว่าภาพนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ก็ยังนึกประหลาดใจว่า เขาทำได้อย่างไร น่าเสียดายมากเลยค่ะที่ไม่สามารถถ่ายรูปกลับมาให้พี่ๆน้องๆเพื่อนๆที่บ้านดูได้ เพราะเขาห้ามไว้ ได้แต่พูดและบอกเล่าว่ามันสวยงาม แต่ก็ไม่เท่ากับไปดูด้วยตนเอง อย่างสุภาษิตที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นค่ะ
จากสถานที่สำคัญในภาคกลางที่หนูได้ไปเยี่ยมชม ก็ยังได้มีโอกาสไปเยี่ยมคารวะ ท่านพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน และท่านจุฬาราชมนตรี ซึ่งท่านทั้งสองเป็นคนสำคัญของประเทศ หนูไม่เคยนึกไม่เคยฝันว่าจะมีโอกาสมานั่นรับฟังโอวาทต่อหน้าท่าน และถ่ายรูปกับท่าน ซึ่งโอกาสอย่างนี้หาได้ยากเหลือเกินค่ะ สำหรับหนูและเพื่อนอีกหลายคน
มาถึงวันสุดท้าย วิทยาการเขาพาไปเที่ยวสวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ ด้วยค่ะ และไปซื้อของถูกที่ตลาดนัดจตุจักร ขึ้นรถไฟฟ้า B.T.S. และรถไฟใต้ดินด้วยค่ะ สนุกมากเลยค่ะ นึกถึงวันนั้นแล้วยังตื่นเต้นค่ะ คิดอยู่ว่าหากไม่มีโครงการทักษิณพัฒนาแล้ว หนูจะได้มีโอกาสอย่างนี้หรือเปล่า รู้สึกประทับใจพี่ๆวิทยากรทุกท่านมากที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดีตลอดเวลาที่ได้เข้าร่วมโครงการ ขอบคุณโครงการทักษิณพัฒนาที่ได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา ทำให้พวกเราได้เปลี่ยนทัศนคติของสามจังหวัดให้ดีขึ้นด้วยค่ะ ในการที่พวกเราได้อยู่ร่วมกันสองศาสนา มันทำให้เกิดความรักความสามัคคีกัน ความเห็นอกเห็นใจกัน มิตรภาพของคำว่าเพื่อนและความเป็นพี่เป็นน้องกัน ซึ่งเราสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้ โครงการทักษิณพัฒนาได้ให้อะไรไว้มากมายแก่เยาวชน ทั้งความสนุก ความรู้ และความรัก ซึ่งเราสามารถนำกลับมาใช้ในชีวิตต่อไปได้ค่ะ อีกทั้งได้พัฒนาให้เยาวชนรู้จักกล้าแสดงออก พัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ จึงอยากให้โครงการทักษิณพัฒนาได้มีขึ้นอีกในรุ่นต่อไปด้วยค่ะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้ดีขึ้น เพราะเยาวชนคือกำลังสำคัญของประเทศชาติค่ะ
น้องเดีย เด็กใต้