วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการฝึกอบรมข้าราชการบรรจุใหม่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ภายในระยะเวลาสั้นๆ จึงออกแบบกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีทั้ง-พูด-คุย-ดู-ทำ-คิด-เขียน-เสนอ ลุยกันจนหืดขึ้นคอ เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายคณะได้ออกไปดูงานหัตถกรรมในหมู่บ้าน แวะไปดูแปลงเกษตรของสมาชิก กลับมาโผเผตอนเย็น อาบน้ำ รับประทานอาหารเย็นอิ่มหนำสำราญ ก็มาตั้งวงคุยกัน ให้แต่ละกลุ่มเล่าให้ฟังว่า <ul style="margin-top: 0cm">
</ul>
<p style="text-align: center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>
ทุกกลุ่มสะท้อนคิดได้ดี ผมเห็นว่ากรณีที่จัดให้ข้าราชการส่วนกลางได้ไปพบปะวิถีชีวิตในชุมชนโดยตรง น่าจะช่วยให้เขาเหล่านี้เข้าใจข้อเท็จจริงมากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลระบบเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
หลังจากนั้นผมให้การบ้าน4ข้อ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันอธิปรายกลุ่มในเช้านี้ ก่อนที่จะแว๊บไปคร๊อกฟี๊ๆ อย่างสุขารมณ์ ปล่อยให้หนุ่มเหน้าสาวสวยกุมขมับกันจนดึกดื่น ในประเด็นที่จะมานำเสนอดังนี้
1. เราจะใช้วิธีอะไรไปแก้ไขความยากจน
2. เราจะส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงด้วยวิธีการอะไร
3. กลุ่มเรารู้สึกอย่างไรที่ได้ออกมาเรียนรู้ทางไกลเช่นนี้
4. กลุ่มมีข้อเสนอแนะอะไรถ้าจะมีการจัดอบรมเช่นนี้อีก
ผมได้รับคำถามกลับมาหลายข้อ เช่น
“โครงการเศรษฐกิจพอเพียงจะเห็นเป็นรูปธรรมได้ ต้องใช้เวลากี่ปี”
“เศรษฐกิจพอเพียงเพียงจะสำเร็จได้ต้องทำอย่างไร”
ก็ขอรวบหัวรวบหางตอบแบบกำปั้นทุบดินนี้ว่า เราจะมีวิธีการอะไรที่จะเอาความรู้ไปใส่ลงในจิตใจของคนไทย ถ้าคนไหนเป็นผู้เรียน คนนั้นก็จะเข้าใจและพร้อมที่จะดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เพราะรู้ตระหนักรู้ว่าทำไมถึงสมควรเลือกการดำเนินวิถีชีวิตในแนวทางนี้ ให้เขาคิดเอง ตัดสินใจเอง มีเหตุมีผลของตัวเขาเอง เรามีหน้าที่ให้ข้อมูล ให้ความเห็น ให้กำลังใจ และมีความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์
วิถีเศรษฐกิจพอเพียงไม่สามารถขยายผลได้ด้วยการโฆษณา ออกใบสั่งให้อบรมหรือประชุมแบบดาดๆ เชิญไปฟังคนขี้คุยเล่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้ มันต้องได้คิด ลงมือทำตามที่คิดได้ ทำด้วยมือทำด้วยใจ แล้วจะเข้าใจว่าเป็นฉันใด..
</span>
สวัสดีค่ะพ่อครูขา
หนิงยังอยู่ที่"เด็กรักป่า"ค่ะ เมื่อคืนครูเสือ สิงห์ช้อปเปอร์ก็แวะเข้ามาแจมค่ะ
วันนี้สายๆจะออกไปดูการถ่ายทำของทีมงานป่าใหญ่ครีเอชั่น(ต่อ) รายการ "มดคันไฟ" ที่โรงเรียนแสงทรัพย์ฯ เห็นเด็กๆทำงานกันแล้ว อึ้งค่ะพ่อ
แต่ยังไงค่ำนี้ก็ต้องไปนอนที่มหาสาคามแน่นอนจ้า
สวัสดีครับท่านพ่อครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
ท่าน HANDY,อ.ขจิต,ครูอ้อย,น้องขวัญ
(ต่อครับ) และข้าฯน้อย เมื่อคืนนอนชมดาวที่ อ.ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรีครับ
ดีครับ ผมจะนำไปใช้บ้างครับ
สวัสดีครับ ท่านครูบาฯ
ในมุมมองของกระผม สังคมไทย มันพร้อมที่จะล่มสลาย และฟื้นตัวได้ทุกเมื่อ ความที่สถาบันต่างๆ สามารถปรับเปลี่ยนบทบาทได้อย่างต่อเนือง ทั้งในแง่ของนโยบาย ทัศนคติ กระแสสังคม และผลประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลานั้นๆ ส่งผลให้ประชาชนใจหายใจคว่ำตลอดมา เป็นมานานแล้ว
พอเปลี่ยนแปลงผู้นำ นโยบายก็เปลี่ยน จุดยืนเดิม แต่ท่าทีเปลี่ยนไป เอาแน่เอานอนไม่ได้ แม้แต่ตัวเราเองก็ตามที
ดังนั้น การที่จะอธิบายสังคมไทย ว่าตั้งไข่ หรือ เป็นเพียงการคลานกลิ้งกลิ้งคลาน นั้น ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะในความตั้งไข่ ก็มีการล้มหายตายจากไป มีพัฒนาการเป็นลำดับ จนสู่การล่มสลายในบางชุมชน
ว่าไปแล้ว เราต้องมาตั้งไข่กันใหม่อยู่เรื่อยๆ ด้วยการเริ่มต้นพัฒนาบุคลากรพันธ์ใหม่ เอามาปลูกฝัง เรียนรู้ร่วมกัน และส่งเสริมการปลดปล่อยความหลากหลายทางความคิด นี่เป็นทางออกที่ผมพอจะทำได้ และยินดีที่จะตั้งไข่ใหม่ทุกวัน เสมือนภาชานะที่ว่างเปล่า พร้อมที่จะเก่าและพร่องอยู่ทุกๆวินาที
แต่เดิมดิฉันจะรู้สึกอาย ขัดเขินกันการฟังคำพูดที่ส่อไปในทางสองแง่สามง่าม หรือฟังหมอลำซิ่งที่พูดอะไรโจ่งแจ้งชัดเจนจะจะ ( ที่จริงตอนนี้ฟังก็ยังรู้สึกระคายหู ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรอยู่บ้าง ) ในที่สาธารณะ ย้ำ ในที่สาธารณะ
พ่อแม่พี่น้องในโครงการได้ช่วยสอนให้ดิฉันได้ซาบซึ้งกับสิ่งที่เราเรียกในภาษาของเรา บริบทของปรากฏการณ์หรือปฏิสัมพันธ์ที่มันไหลลื่นไปในขณะนั้นแล้วสิ่งต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นตามบรรยากาศ อารมณ์ การสื่อสารของชาวบ้าน ให้เราได้เห็นธรรมชาติของการใช้ภาษา เพื่อสื่ออารมณ์ สร้างบรรยากาศ ความรู้สึก อารมณ์ขัน การล้อเลียน เปรียบเปรย ความฉับไวในการคิด การโต้ตอบ ชาวบ้านของเราจะเก่งมีศิลปะแพรวพราว ลุ่มลึกทีเดียวในบางสถานการณ์ เพียงแต่ว่าพวกเขาจะเผยความคมคายของเขาเมื่อรู้สึกมีอิสระ ได้เป็นตัวของตัวเองไม่ต้องเกรงใคร และมีสัมพันธภาพต่อกันระดับหนึ่ง ซึ่งก็เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องย้อมให้มึนเมา
ในวิถีของชาวบ้านมิได้มีคำว่า สุภาพ หรือคำว่า หยาบคาย
ดิฉันได้เห็น การปฏิบัติของฝ่ายชายต่อฝ่ายหญิง นั้น เต็มไปด้วยความเท่าเทียม นับถือ และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่หลุกหลิก ไม่มีมารยา(ท) และมีวิธียกย่องชมเชยกันที่คมเฉียบ
....ครั้งที่เราจัดเวทีประจำปีที่นาพ่อสถาน ตอนท้ายๆ ของงานก็มีช่วงให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ประเมินการทำงานของคณะแม่ครัวของเรา ดิฉันบอกว่า มีอะไรที่พึงพอใจก็ให้บอก
๒-๓ คนแรกก็ชมเชย คณะแม่ครัว
ต่อมาดิฉันก็บอกว่า ต่อไปนี้จะเป็นการติ จะได้ปรับปรุงใหม่ในการจัดครั้งต่อไป
พ่อวิเชียร แสงสว่าง จัดแจงลุกขึ้น
ผมจะขอติแม่ครัวหน่อย.... (เว้นระยะ)
คณะแม่ครัวฟังกันหูผึ่ง หน้าตาตื่น
แล้วพ่อวิเชียรก็พูดต่อ
ผมขอติว่า พวกผมมางานประชุมคราวนี้กางเกงคับ อึดอัดมาก เพราะคณะแม่ครัวทำอาหารแซบโพด พวกผมกินอิ่มมากเกินไปทุกคาบเลย ติดตะขอกางเกงแทบไม่ได้
ทุกคนเงียบอยู่แป๊บหนึ่ง
แล้วตบมือกันกราวใหญ่แลหัวเราะ ต้อนรับคำติของพ่อวิเชียร
ชาวบ้านไม่รู้จักคำ ติเตียน ตำหนิ เมื่อได้มีส่วนร่วมในการทำงานอย่างเต็มที่ พวกเขารู้ข้อจำกัดที่แต่ละฝ่ายมี
..........
ครั้งที่เราอิ้วน้ำอ้อยกัน มันเป็นงานที่ใช้แรงงานคนล้วน ๆ หนัก และเหนื่อยกันมาก ชาวบ้านไม่บ่น แถมยังหาเรื่อง คุยกัน ท้าทายกัน เย้ยหยัน ให้เกิดการอยากเอาชนะ เพื่อที่จะได้ทุ่มแรงลงไปในการทำงานให้รวดเร็วขึ้น การพูดคุยกันที่กินความหมายยอกย้อนหมิ่นเหม่ จากการอธิบายกริยาของการทำงานนั้นแหละ ระหว่างผู้ที่สอดลำอ้อยเข้าไปในเครื่องหีบกับผู้ที่รับอ้อยที่หีบแล้วและส่งเข้าเครื่องหีบอีกรอบก็พยายามที่จะหาจังหวะ เทคนิคที่จะทำให้ได้น้ำอ้อยมากที่สุด
เออ นั่นแหละ แดกเข้าไปแบบนั้นแหละ น้ำแตกออก ไหลโจ้น ๆ เลย
บ้างก็ว่า
ยัดเข้าไปแรง ๆ บิดมันให้เป็นเกลียวเลย น้ำจะได้ไหลออกมาก แบบนั้นแหละ
พูดกันแบบนี้แล้วก็ทำให้ได้หัวเราะกันกับภาษาที่มันมีความหมายได้หลากหลายตามแต่เราจะคิดไป หรือว่าธรรมชาติมันมีลักษณะร่วมกันบางอย่างจึงอนุญาตให้ภาษาชุดหนึ่งอาจใช้ได้หลายความหมาย หนอ...
.......
เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่เราจะเคลื่อนงานกันเรื่องพลังงานทดแทนกันมากเป็นพิเศษ บทเรียนแรกของปีนี้หลังจากการอิ้วน้ำอ้อยกันแล้ว จึงเป็นการอบรมและฝึกทำ เตาเผาถ่านประสิทธิภาพสูง ที่ใช้ถังน้ำมันสองร้อยลิตรเป็นเตาเผา อาจารย์เอ๋ หนุ่มจากเมืองหมอแคน ขอนแก่น ที่มีความรู้ประสบการณ์ไม่หนุ่มเหมือนอายุเลย เป็นผู้ให้ความรู้และฝึกพาทำ พวกเราก็รุมล้อมเตา ที่ช่วยกันสร้าง อธิบายกันไป คุยซักถามกันไป กระเซ้าเย้าแหย่กันไปพลางเมื่อโอกาสเปิด ที่ชายป่าของพ่อสถานอีกตามเคย ก็มีการซักไซ้ตำแหน่งของ ข้องอใยหิน เวลาต่อเข้ากับเตาจะต่ออย่างไร
อาจารย์เอ๋อธิบาย เวลาใส่ข้องอต้องเอาด้านที่เล็กสอดเข้าไปทางดาก (ก้น)
ผู้ฟัง ดากใคร
อาจารย์ ดากเตา
และตอนที่สำคัญอีกตอนหนึ่งคือ ช่วงปิดเตาแล้วปล่อยให้เตาเย็นลงแล้วจะทำการเปิดต้องมีขั้นตอนตรวจเช็ค พ่อวิเชียรก็นึกสงสัย เนื่องจากครั้งที่มีการสาธิตที่นาพ่อวิเชียรนั้นวางถังแตกต่างจากที่อบรมในคราวนี้
ก่อนจะเปิดเตา ต้องลูบไหม
ไม่ต้องลูบ ให้คลำดู
คลำข้างหน้า หรือ คลำข้างหลัง
คลำข้างหน้าก่อนแล้วจึงเปิดข้างหลัง
ผู้หญิงเหลืออด แม่แก้วก็เลยโพล่งออกมา
พ่อวิเชียร มีอีกขั้นตอนหนึ่งนะ ก่อนจะคลำน่ะ
อะไร
ให้กราบก่อน ๓ ครั้ง
เพื่อนหัวเราะกันเกรียว เงี่ยหูฟังว่าจะโต้ตอบต่ออย่างไร
พ่อวิเชียร ยังสอยต่อ พึม ๆ พำ ๆ แต่ไม่เบาเลย
กราบใส่ข้างหน้า หรือ กราบใส่ข้างหลัง......เฮ
แปลกมากที่คำพูดที่ใช้อธิบายเรื่องต่างมันก็สอดคล้องกับเรื่องต่าง ๆ ของวิถีมนุษย์เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าความอายมันเริ่มมาจากไหนที่จะพูดเรื่องพวกนี้
..............
หลัง ๆ มานี้ เวลาร่วมประชุมกับชาวบ้าน ดิฉันฟังเรื่องภาษาแบบนี้ได้อย่างสนุกสนานเป็นธรรมดา มิได้รู้สึกว่าหยาบคาย หรืออายที่จะฟัง หรือร่วมพูดด้วยในบางครั้งตามโอกาส และยังอยากหนุนให้เกิดบรรยากาศตามธรรมชาติที่คำพูดที่สร้างเสียงหัวเราะนี้จะโผล่ออกมา
ดิฉันมองเห็นชุดคำพูดพวกนี้งอกเงยออกมาอย่างมีสถานการณ์ประกอบ ไม่ใช่จู่ๆ ก็พรวดพราดออกมาเหมือน เราดูหมอลำซิ่ง หรือฟัง ดู การเล่นตลก ในแบบที่พยายามแสดงเอา ซึ่งเรื่องนี้พ่อผาย สร้อยสระกลาง เคยตอบคำถามของดิฉันต่อการไปดูหมอลำคณะดัง ว่า
จะเสียเงินไปดูทำไม ดูเขาโกหก ให้เราฟัง ให้เราดู แล้วเรายังเสียเงินให้เขาเพิ่มอีกต่างหาก
ใช่ สิ่งที่ชาวบ้านพูดสื่อสาร ตลก สอย ให้เราฟัง ให้เราดู มันไม่ใช่การแสดง แต่มันเป็นการสะท้อนชีวิตตรง ๆ เป็นส่วนของชีวิตที่รื่นรมย์อยู่ท่ามกลาง อยู่ใน ความทุกข์ยาก ขาดแคลน เต็มไปด้วยอุปสรรคนานา แต่กระนั้นก็เป็นชีวิตที่เสรีระดับหนึ่ง ที่เงินซื้อหาไม่ได้!!!
สร้าง: อ. 01 พฤษภาคม 2550 @ 11:36 แก้ไข: อ. 01 พฤษภาคม 2550 @ 12:06
มันต้องได้คิด ลงมือทำตามที่คิดได้ ทำด้วยมือทำด้วยใจ แล้วจะเข้าใจว่าเป็นฉันใด.
คนในระบบบริโภคนิยม จะติดนิสัย คิดๆๆๆๆๆ วิตก วิจารณ์ นิวรณ์ (ติดสุข คิดมาก ฯลฯ) เพราะ มีแต่ คนป้อนขัอมูลให้ กวดวิชา อ่านผลงาน ฯลฯ ประกอบกับ ผ่านอดีตอันเลวร้ายมาก่อน คือ ทำผิดจะโดนทำโทษ โดนแซว เป็นกบฏ ฯลฯ
ดังนั้น จะหา คนที่ "ลงมือทำ" ได้น้อย
ต้องใช้ อิทธิบาท ๔ อย่างมากจึงจะข้ามนิวรณ์ ไปทำ
สวัสดีค่ะท่านครู
อย่าเครียดค่ะ สังคมเรากำลังตั้งไข่ล้มต้มไข่กินไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ยืน และเดินแข็งเองค่ะ ให้เวลาหน่อยค่ะ
ดูดิฉันซีค่ะ หลาน 11 เดือนกำลังตั้งไข่ และเริ่มเดินแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติค่ะ อย่าใจร้อนค่ะ
http://gotoknow.org/file/sasinanda/view/79502
พ่อ
ตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด(จริงหรือเปล่า)
จึงตาม อ.แป๋วและท่านบางทรายมา
ถ้าตอบเรื่องนี้เดี๋ยวยาว
พ่อไปคลายเส้นหัวใจ(กระตุก) ฟังเพลงเบา ๆ ที่นี่ ดีกว่าค่ะ