เป็นหลักที่พอปฏิบัติได้ครับ

       บันทึกที่จะเขียนต่อไปนี้ ผมได้ข้อคิดมาจากบันทึก  ของท่านอาจารย์ Sasinanda  รวมทั้งการพยายามที่จะปฏิบัติตัวในการรับประทานอาหารของผม ระยะต่อจากนี้ไป

  1. ทานอาหารเมื่อหิว ส่วนมากพอตื่นนอนได้สักพักผมก็จะหิวแล้ว ประมาณไม่เกินหนึ่งชั่วโมงหลังจากตื่น ผมก็จะรับประทานอาหาร 
  2. ทานอาหารมื้อหลัก ๑ มื้อ มื้อหลักของผมจะอยู่ในช่วงเช้า หรือ ก่อนเที่ยง ส่วนมื้อรองๆ ของผมก็จะมีไม่เกิน ๒ มื้อ และพยายามไม่ทานอาหารเกิน ๖ โมงเย็น
  3. ผมจะพยายามควบคุมอาหารในบางวัน ให้เลิกทานหลังจากบ่าย ๓ โมงไปแล้ว
  4. ผมจะซื้อน้ำเต้าหู้แบบถุงใหญ่ ๑๐ บาท ไม่ใส่น้ำตาล มาเก็บไว้ในตู้เย็น พยายามดื่มแทนน้ำ และดื่มก่อนอาหารมื้อรองได้จะดีที่สุดเพื่อทานอาหารได้น้อยลง, บางวันถ้าเลิกทานอาหารหลังบ่ายสาม ผมก็จะดื่มน้ำเต้าหู้เหมือนน้ำปานะ
  5. อดอาหารเป็นบางวัน นี่ยังไม่เคยลองทำ แต่สมัยก่อน ที่ต้องฝากท้องไว้กับร้านค้า เคยมีบางวัน ผมไม่ได้ทานข้าวเลย แต่ทานกล้วยน้ำว้าเกือบหมดหวีครับ
  6. ทานอาหารช้าๆ อันนี้ผมยังทำไม่ได้ แต่จะพยายามทำ ปกติผมจะรอให้หิวมากจึงมาทานอาหาร พอหิวก็เลยต้องทานเร็วให้หายหิว เดี๋ยวนี้ต้องพยายามว่า หิวเมื่อไรก็มาทานอาหาร (ทานที่ห้องพัก) และมื้อหนึ่งให้ทานช้าๆ เสร็จใน ๑๕ นาที (ปกติผมจะทานเสร็จในเวลา ๕ นาทีเท่านั้น)  ท่านผู้รู้กล่าวว่า ที่กระเพาะอาหารของเราจะมีระบบประสาทอัตโนมัติ รายงานการอิ่มไปที่สมอง แต่ว่ากว่าจะรายงาน ต้องใช้เวลา ๑๕ นาที หลังจากมีอาหารเข้าไปอยู่ในกระเพาะ ถ้าเราเพิ่มเวลาการทานอาหาร ก็จะทำให้เราทานอาหารได้ไม่มาก ก็จะรู้สึกอิ่มแล้ว

          ถ้าฝึกเรื่องทานอาหารได้ดีแล้ว จะไปฝึกเรื่องออกกำลังบ้างครับ

beeman by Apinya