เกือบไม่มีประเทศใดในโลกนี้ที่ยอมรับการเป็น "ประเทศ" ของไต้หวัน เขาจึงไม่มีสถานทูตในประเทศไหน แม้แต่ในประเทศไทยก็ไม่มี ภรรยาผมก็ต้องไปขอวีซ่าที่สำนักงานตัวแทนด้านการค้า การศึกษา และวัฒนธรรมของเขาที่ถนนสาธร แต่ก็ไม่ยุ่งยากเพราะได้ทุนของเขา เขาจึงทำไว้ให้เลย แถมยังจัดงานเลี้ยงส่งให้ครูสอนภาษาจีนทั้ง ๓๙ คนจากทุกภาคของไทยที่เดินทางไปเข้ารับการอบรมการสอนภาษาจีนที่ไทเปครั้งนี้ด้วย

ไต้หวันเป็นประเทศที่จำเป็นต้องยกระดับคุณภาพของประชากรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะถูกกดดันหลายด้าน ทั้งจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีทั้งแสนยานุภาพทางทหาร และเศรษฐกิจของจีนแผ่นดินใหญ่ที่แข็งแกร่งขึ้นทุกปี

ไต้หวันประสบความสำเร็จในการทำให้ประชากรมีอัตราการเข้าเรียนสูงทุกระดับ โดยประชากรเข้าเรียนประถมศึกษาร้อยละ 99.9 มัธยมศึกษา
ตอนต้นร้อยละ 95.66 มัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 81.7 และอุดมศึกษาร้อยละ 37.6 (ข้อมูลปี ๒๕๔๐ ตอนนี้คงสูงขึ้นอีก)

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ที่ไต้หวันเริ่มปฏิรูปการศึกษา ได้ปรับปรุงหลักสูตร ตำราเรียน วิธีการเรียนการสอน เพิ่มคุณภาพครู ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ และการให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ เป็นผลให้ไต้หวันมีศักยภาพในการแข่งขันสูง

ในปี 2541 นักเรียนมัธยมของไต้หวันมีผลการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกนานาชาติอยู่ในอันดับ 6 จาก 59 ประเทศ คอมพิวเตอร์โอลิมปิกนานาชาติอยู่ในอันดับ 14 จาก 41 ประเทศ เคมีโอลิมปิกนานาชาติอยู่ในอันดับ 10 จาก 47 ประเทศ

สำหรับคุณภาพในระดับอุดมศึกษา ในปี 2541 มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (Nationao Taiwan Universitiy : NTU) และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไต้หวัน (National Taiwan University of Science and Technology) ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

นั่นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของไต้หวันที่ได้จากเว็บไซต์บ้าง คำบอกเล่าบ้าง