ปิดเทอมที่ผ่านมา เพ็ญเลือกไปเข้าค่ายของชมรมพุทธศาสนาที่เป็นประธานอยู่ ค่ายครั้งนี้ไปเข้ากันที่วัดพระธรรมกาย อยู่ปฏิบัติธรรมที่นั่นนานเป็นเดือน

เพ็ญเป็นคนที่ฝักใฝ่การปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เข้าใจว่าธรรมะคงช่วยดับความวิตกกังวล และความฟุ้งซ่านต่างๆของเพ็ญได้ดี

เมื่อวานนี้ได้คุยกับเพ็ญ เพ็ญเล่าว่าระหว่างปฏิบัติธรรม ถึงแม้จะไม่ได้กินอาหารมื้อเย็น แต่มื้ออื่นๆก็มีกับข้าวมากมายหลายอย่าง กิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่เป็นการนั่งสมาธิ เพ็ญก็เลยน้ำหนักขึ้นไปหลายกิโล

เพ็ญถามถึงทุนการศึกษา บอกว่ามีลูกพี่ลูกน้องที่เป็นญาติ พ่อตาย แม่แต่งงานใหม่ แต่ก็ยังขัดสน อยากให้ได้ทุนเหมือนกับที่เพ็ญเคยได้สมัยมัธยม เลขาฯบอกให้เพ็ญไปแนะนำน้องคนนั้นให้แจ้งกับอาจารย์ที่โรงเรียน เพื่อจะได้มีโอกาสรับพิจารณาจากหลายๆทุน ให้ตรงตามความต้องการของผู้ได้รับ และตรงตามข้อกำหนดของทุนนั้นๆ

คุยกันไปได้สักพัก เพ็ญก็เล่าเสียงอ่อยๆว่า ระหว่างปฏิบัติธรรม มีการบอกบุญหลายครั้ง เพ็ญร่วมทำบุญไปเรื่อยๆ ไม่ทันคิดอะไร มารู้ตัวอีกทีก็เป็นหนี้เสียแล้ว ทำบุญจนเป็นหนี้ กลับมาบ้าน กำลังกลุ้มใจว่าจะบอกพ่อยังไงดี เพราะต้องยืมเงินพ่อไปมหา'ลัยในช่วงเปิดเทอม อายก็อาย

เลขาฯหัวเราะ ซ้ำเติมเพ็ญว่า สมควรอายจริงๆ ทำบุญไม่รู้จักประมาณตน แล้วเรื่องที่เพ็ญถามถึงทุนการศึกษาให้ญาติ ถ้าเพ็ญเก็บเงินที่ทำบุญลงไปกับวัด มาให้เป็นทุนการศึกษาน้องคนนั้น นั่นก็เป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน

 เล่าไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนชอบทำบุญค่ะ