มิตรภาพที่ดีที่สุดที่หาได้ในช่วงชีวิตหนึ่ง เพียงครั้งเดียว นั่นคือชีวิตมอปลาย

หนังเรื่องนี้เห็นครั้งแรกในโฆษณาโทรทัศน์ ก็ไม่สนใจเท่าไหร่ จนมาอ่านบทสัมภาษณ์ผู้กำกับสาวในสีสัน เห็นว่าเป็นรองผู้กำกับในมหา'ลัยเหมืองแร่ ของพี่เก้ง จิระ มะลิกุล (ชื่อนี้ไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง) แถมประวัติการเรียนเธอมีผลงานน่าชื่นชมทีเดียวสำหรับผู้กำกับหญิงคนนี้
อ่านบทสัมภาษณ์จบ ตั้งใจว่าดูแน่เรื่องนี้ แต่หมดโอกาสดูในโรงฯ ออกไปเสียก่อน
จนเห็นแผ่นในร้านเช่า แม้จะเช่าได้วันเดียวก็ไม่สน คว้ามาดูเลยทันที
ไม่ผิดหวังครับ ดูหนังเรื่องนี้แล้วภาพเก่าๆ ในช่วงมอหกกลับมาอีกครั้ง
สำหรับผมในมอหก ที่ห้องเหลือประมาฯ ๓๐ คน เนื่องจากเขาสอบเทียบกันไปหมด ที่เหลือเลยสนิทกันมาก กิจกรรมของพวกเราหนุ่มๆ คือทานข้าวเที่ยง แล้วนั่งหน้าห้องน้ำ แซวคนโน้นคนนี้ ก็สนุกดี
แอบเล่นบอลพลาสติกในที่ที่เขาไม่ให้เล่นก็มันไปอีกแบบ วิ่งหนีอาจารย์ปกครองจ้าละหวั่นทีเดียว
นอนหลับในห้องสมุด จนอาจารย์บรรณารักษ์ตีด้วยไม้แขวนหนังสือพิมพ์
ความประทับใจมอปลายนี่เยอะจริงๆ ครับ
จนตอนนี้เพื่อนกลุ่มนี้ก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด
ในหนังมีภาพพวกนี้ครบครับ
ชีวิตตัวเอกทุกคนช่างคุ้นตาคล้ายคลึงชีวิตที่เราพานพ
จำตัวเอกได้บางคน
เปอร์กับคุณพ่อวิศวะโยธา คุณแม่ที่แสนใส่ใจ คุณลูกก็สุดยอดกวน
บิ๊กโช เด็กซุ่ม ขยันสุดๆ
อีกหนุ่มชอบเลี้ยงปลาสี เลยวางแผนเลือกประมงเป็นอันดับสี่ แล้วก็ได้ ชอบตรงครอบครัวเขาช่างแสนดีและเข้าใจลูก
ฉากเดินทางไปเที่ยวทะเล คุ้นเคยมากครับ
ใครบ้างไม่เคยไปเที่ยวกับเพื่อนมอปลาย โดยเฉพาะทะเล
ฉากพระเอกอกหัก โดนใจดีจัง
ฉากเขียนเสื้อเป็นที่ระลึก ใครบ้างไม่เคยทำ
ชอบทุกฉากเลยเรื่องนี้ ก็มันชีวิตจริงของเด็กมอหกนี่นา
ใครผ่านมอหกมา ดูหนังเรื่องนี้ผมว่าต้องโดน
ชอบครับหนัง Final Score เป็นหนังดีของปี ๒๕๕๐ ที่ได้ดูเลย ต่อจาก Little Miss Sunshine และ Cars
กะว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูกดู จะได้เห็นความลำบากของการเอ็นทร้านส์ แต่ต้องเสริมให้ดูอย่างเข้าใจ เพราะมันเป็นความจริงของชีวิตที่ต้องเผชิญ
แต่สำคัญที่สุดที่หนังบอกผม คือ มิตรภาพที่ดีที่สุดที่หาได้ในช่วงชีวิตหนึ่ง เพียงครั้งเดียว นั่นคือชีวิตมอปลาย ครับ
คิดถึงเพื่อนทุกคนจัง
ขอบใจมากมาย
เยี่ยม
thank
ดูแล้วภาพในอดีต ผุดพรายจริง ๆ ด้วยค่ะ
ฟังจากหลายๆ รายทั้งรุ่นพี่ เพื่อน น้อง ต่างประทับใจชีิวิตช่วงนี้ค่ะ
กลายเป็นความทรงจำดีๆ ฝากรฤก โรงเรียนเก่า เราผูกพัน ค่ะ