มีการนำ AAR ไปใช้กับชาวค่าย ทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีพันธสัญญา

ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐ รพ.เทพธารินทร์ได้จัดการอบรมผู้จัดกิจกรรมค่ายเบาหวาน รุ่นที่ ๗ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สปสช. เราจัดที่ห้องประชุมชั้น ๑๗ อาคาร ๒ จึงรู้สึกได้เมื่อแผ่นดินไหว รุ่นนี้ต่อไปน่าจะได้ชื่อว่า “รุ่นแผ่นดินไหว”

เมื่อวานนี้ช่วงเวลา ๑๔.๓๐-๑๖.๓๐ น. ดิฉันรับผิดชอบเวทีเล่าเรื่องความสำเร็จ “การจัดค่ายหลายรูปแบบ” ผู้เล่าเรื่องก็คนกันเองทั้งนั้น มีคุณเก๋ จิรพรรณ นักกายภาพบำบัดของ รพ.เทพธารินทร์ที่มีประสบการณ์เป็นทีมงานจัดค่ายมาแล้ว ๙ รุ่น คุณมณีวรรณ ไวยกสิกร พยาบาลวิชาชีพจากทีมเบาหวานพุทธชินราช และ ภก.เอนก ทนงหาญ จาก รพร.ธาตุพนม คุณเอนกตื่นมาเขียนบันทึกไปบ้างแล้ว เมื่อเช้าตรู่วันนี้ (อ่านที่นี่)

เริ่มต้นดิฉันกล่าวถึงประวัติความเป็นมาและภาพรวมลักษณะของค่ายเบาหวาน ใช้เวลาประมาณ ๑๐ กว่านาที และแน่นอนไม่ลืมที่จะประชาสัมพันธ์งาน “มหกรรม KM เบาหวาน” ไปด้วย ดิฉันตกลงกับวิทยากรว่าจะแบ่งเนื้อหาเป็น ๒ ช่วง ช่วงแรกให้เวลาคนละประมาณ ๑๕ นาทีให้แต่ละคนเล่าว่าได้จัดค่ายอะไรบ้าง จัดอย่างไร ผลที่ออกมาเป็นอย่างไร ช่วงที่ ๒ ดิฉันจะตั้งคำถามเกี่ยวกับวิธีการทำงาน ตั้งแต่การเตรียมการก่อนจัดค่าย ระหว่างจัดค่าย และภายหลังการจัดค่าย ให้วิทยากรช่วยกันตอบ

ช่วงแรกเริ่มจากคุณเก๋เล่าเรื่องค่ายของ รพ.เทพธารินทร์ก่อน เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีการอบรมเรื่องนี้ ต่อจากนั้นจึงเป็นคุณมณีวรรณ และ คุณเอนก คุณมณีวรรณเป็นศิษย์เก่ารุ่น ๒ ของโครงการอบรมนี้ คราวนั้นมาอบรมกัน ๕ คนกลับไปรีบจัดค่ายทันที คุณเอนกไม่ได้มาอบรมเอง แต่ส่งทีมงานของ รพร.ธาตุพนมมาอบรมในรุ่น ๒ เช่นกัน แถมยังไปขอเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยวิธีการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” จากทีมพุทธชินราชอีกครั้งเมื่อต้นปีนี้

ทีมพุทธชินราชและทีม รพร.ธาตุพนม จัดค่าย ๒ แบบคือค่ายสำหรับผู้เป็นเบาหวานและค่ายสำหรับกลุ่มเสี่ยง มีทั้งแบบค้างแรมและเช้าไป-เย็นกลับ ทั้งคุณมณีวรรณและคุณเอนกเล่าบรรยากาศของค่ายได้ดีมาก เห็นได้ว่าทั้ง ๒ ทีมนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้อย่างเหมาะสมกับบริบทของตนเอง

แม้จะบอกว่า copy กิจกรรม walk rally ของ รพ.เทพธารินทร์ไปใช้เลย แต่เมื่อดูรายละเอียดก็จะเห็นว่ามีความแตกต่างกัน และยังมีกิจกรรมดีๆ เพิ่มขึ้น เช่น ค่ายของทีมพุทธชินราชมีกิจกรรม “เธอยอด ฉันเยี่ยม” ให้ผู้เป็นเบาหวานเล่าว่าตนเองมีเรื่องดีๆ อะไรบ้าง ค่ายของ รพร.ธาตุพนม มีเกมส์ “ไห....คำ” ถามความรู้เรื่องยา ภก.เอนกบอกว่าสนุกมากเพราะมีพวก “คำพ๋วน” ด้วย แถมเรื่องเท้าเอาบัญญัติ ๑๐ ประการของเทพธารินทร์ไปใช้ มีคำถามให้เลือกแบบสอยดาว เป็นต้น สำหรับกลุ่มเสี่ยง คุณเอนกบอกชาวบ้านว่าฟังดูน่ากลัว ก็ปรับเป็นกลุ่มเกือบจะเป็นเบาหวาน ดูดีขึ้นหน่อย

ค่ายของพุทธชินราชและ รพร.ธาตุพนม มีการประเมินผลอย่างชัดเจน มีการนำ AAR ไปใช้กับชาวค่าย ทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีพันธสัญญา ผู้ผ่านค่ายทุกคนพอใจและชอบกิจกรรมแบบนี้มาก รวมทั้ง clinical outcomes ก็ดีขึ้น ปีนี้ทีม รพร.ธาตุพนมได้งบประมาณมาจัดถึง ๘ ค่ายด้วยกัน รายละเอียดวิธีดำเนินการ เคล็ดลับต่างๆ มีมากมาย ผู้สนใจจะได้เรียนรู้ในงาน “มหกรรม KM เบาหวาน”

เมื่อการเล่าเรื่องช่วงแรกจบเกือบ ๑๖.๐๐ น. ดิฉันลุกขึ้นยืนและเริ่มคำถามว่า “มีอะไรที่ยากที่สุดในการจัดค่าย” และบอกว่าใครจะตอบก่อนก็ได้ วิทยากรยังไม่ทันตอบ ผู้เข้าอบรมก็บอกว่าห้องสั่น.......ดิฉันเงียบก่อนแล้วพยายามสังเกตสิ่งแวดล้อม รู้สึกว่าอาคาร “โยกเยก” ดิฉันเคยมีประสบการณ์เรื่องแผ่นดินไหวรู้สึกได้ที่กรุงเทพมาแล้วเมื่อประมาณปี ๒๕๒๔ หรือ ๒๕๒๕ จึงบอกได้เลยว่า “แผ่นดินไหว” แถมหยอดมุขไปด้วยว่าสงสัยเป็นเพราะคุณเอนกทีเดียวที่มาพูดเรื่อง “ไห...คำ”

บางคนคิดว่าอาคารมีปัญหาหรือเปล่า เราหลายคนเริ่มเวียนศีรษะ (นึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นทีไร ดิฉันก็รู้สึกเวียนศีรษะทุกครั้ง) ดิฉันจึงประกาศว่าเราลงไปชั้นล่างกันดีกว่า เดี๋ยวเหตุการณ์สงบแล้วค่อยว่ากันอีกที ทุกคนจึงพากันออกจากห้องประชุม รอลิฟต์ ระหว่างที่ออกมานอกห้องประชุม เรารู้สึกได้ถึง after shock คุณเอนกชวนว่าลงบันไดกันเถอะน่าจะปลอดภัยกว่า ทีแรกก็มีหลายคนเดินลงบันไดมาด้วย แต่ที่ลงถึงชั้นล่างมีเพียง ๔ คนเท่านั้นคือดิฉัน คุณเอนกและผู้เข้าประชุมอีก ๒ คน

เรารอดูเหตุการณ์พักใหญ่ เห็นว่าผู้เข้าประชุมไม่ค่อยสบายใจ กลัวไม่ปลอดภัย ดิฉันจึงบอกว่าวันนี้พอแค่นี้ดีกว่า ใครมีคำถามอะไรขอให้เขียนไว้ พรุ่งนี้จะตอบในส่วนที่ตอบได้ ส่วนไหนที่ตอบไม่ได้จะส่งให้คุณมณีวรรณและคุณเอนกช่วยตอบให้ต่อไป

ดิฉันชวนคุณมณีวรรณ คุณเอนกและคุณสุภาพรรณไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ระหว่างที่มาเก็บข้าวของที่ office คุณเอนกบอกว่าได้พูดยังไม่คุ้มค่าตอบแทนวิทยากรเลย อยากจะพูดอีก คุณเอนกได้เตรียมตัวอย่างเอกสารต่างๆ เช่น การของบจาก สปสช. มาให้ไว้ด้วย มารู้ภายหลังว่าคุณมณีวรรณเตรียมจะตอบคำถามของดิฉันเป็นคนแรก จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตนเองจะเป็นลม ต้องจับแขนคุณเอนกที่นั่งใกล้กันไว้

เรารับประทานอาหารเย็นที่ร้าน “มุมอร่อย” ไม่ไกลจาก รพ.เทพธารินทร์ คุณมณีวรรณขอตอบคำถามที่ดิฉันถามไว้ว่า "สิ่งที่ยากที่สุดในการจัดค่ายคือการจัดการและดูแลเรื่องความปลอดภัย" ส่วนคุณเอนกก็บอกว่า "การ design กิจกรรมในค่าย" นอกจากนี้เรายังคุยกันถึงการทำงานเบาหวานต่อ ช่วยกันคิดวางแผนกิจกรรมในงานมหกรรม KM เบาหวาน นึกถึงกิจกรรมที่เราเคยทำร่วมกันโดยเฉพาะ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ซึ่งคุณมณีวรรณบอกว่าประทับใจมากๆ

เริ่มค่ำเราจึงแยกย้ายกันไป คุณอเนกไปขึ้นรถไฟฟ้าพร้อมคุณสุภาพรรณ ดิฉันขับรถไปส่งคุณมณีวรรณที่ดอนเมือง คุยกันไปตลอดทาง

ดิฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอ “เพื่อน” เครือข่าย KM เบาหวาน เราจะคุยกันแต่เรื่องงานดีๆ ความประทับใจ ความสำเร็จ ไม่เคยสักครั้งที่จะบ่นเรื่องคนหรือปัญหา

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑๗ พฤาภาคม ๒๕๕๐