ถ้าเราตอบสนองต่อสิ่งที่มากระทบด้วยความรู้สึกกลางๆ ไม่รีบตัดสินใจ จะทำให้เราฉลาดขึ้น นิ่งขึ้น เพราะความไม่หล่อเลี้ยงให้เกิด เวทนาต่างๆต่อไป

ในชีวิตประจำวันของเรา  มีเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาทางอายตนะทั้ง 6 เกิดการกระทบกันเป็นกระบวนการปฏิจสมุบปบาทจนครบวงจร

แต่ถ้าย่นให้ดูง่ายๆเราจะเห็นอย่างรวดเร็วว่าเมื่อสิ่งที่มากระทบเรา  เราจะมีการตอบสนองด้วยความรวดเร็วทันที  คือความรู้สึกในทางลบ  คือไม่ชอบ  โกรธ  ร้อนใจ....     ความรู้สึกทางบวก  ปีติ  ดีใจ  สนุก ชอบใจ...  และความรู้สึกที่บอกไม่ถูกคือไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจ

   วันก่อนผมได้อ่านพบว่า  ถ้าเราตอบสนองต่อสิ่งที่มากระทบด้วยความรู้สึกกลางๆ   ไม่รีบตัดสินใจ  จะทำให้เราฉลาดขึ้น  นิ่งขึ้น  เพราะความไม่หล่อเลี้ยงให้เกิด เวทนาต่างๆต่อไป

   ในหนังสือพุทธรรมก็ให้ความสำคัญกับกระบวนการของการนี้  ช่วงขั้นตอนของการเกิดเวทนา  การรู้เท่าทัน  การตัดตอนที่จะให้ไม่เกิดเวทนาในทางไม่ดี  แต่ในทางกลับกันก็ทำให้ไปในวงจรของการสร้างปัญญาขึ้นเรื่อยๆ

    ด้วยการมองตามแนวทางนี้  ย้อนกลับมาที่ชีวิตปัจจุบันจริงๆของเรา  การมีชีวิตอยู่ในสังคมและโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการกระทบ  การเกิด-ดับตลอดเวลา  รวดเร็วจนเราไม่เห็นความต่อเนื่อง  การฝึกเจริญสติตลอดเวลา  ด้วยความเพียร  มุ่งมัน ด้วยวิธีการหลายอย่าง  จะทำให้เรารู้เข้าใจมากขึ้น  เป็นความรู้ที่เกิดจากการฝึกสติและ  การภาวนา

      เป็นความเข้าใจที่อาจจะยังไม่ตกผลึกมากนักของผู้เริ่มต้นครับ...