ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

ใครเลยจะคิดว่า  ในขยะที่เน่าเหม็นและส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วนั้น..จะมีสิ่งนึงที่สามารถนำพาแนวความคิด และอุดมการณ์ของเด็กคนนึงที่ยังไม่รู้เดียงสาคนนึง  ให้เปลี่ยนแปลงไป...จากเด็กที่เคยคิดเล่นๆ และสนุกสนาน ไปวันๆ ไม่เคยคิดและไม่มีความเดือดร้อน ไม่เคยคิดถึงเพื่อนมนุษย์ในสังคม  แต่สิ่งนึง..ในถังขยะหน้าบ้าน

มี...หนังสือเล่มหนึ่ง..ที่ไม่รู้ว่า..มีใครนำไปทิ้งไว้..ขณะที่กำลังไปเทขยะให้แม่..พลัน..สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือ

"ฉันจึงมาหาความหมาย" โดยวิทยากร  เชียงกูล

เท่านั้นเองก็ได้เอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูด้วยคิดว่าน่าจะเป็นเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นที่อ่านประจำคือเรื่องคำสาปฟาโรห์ ...เลยถือติดมือมา..และใช้ผ้าแห้งเช็ดหนังสือให้สะอาด

..จนกระทั่งไม่มีการ์ตูนอ่านแล้วเพราะอ่านจบหมดทุกเล่ม ทุกภาคแล้วจึงได้ค้นเอาหนังสือที่เก็บจากขยะเล่มนั้นขึ้นมาอ่าน

พระเจ้า!!! "ฉันจึงมาหาความหมาย" จากขยะเล่มนี้ สามารถทำให้ความรู้สึกที่ไม่เคยใยดีกับผู้คนรอบข้าง เพราะชีวิตพ่อกับแม่ให้ความสุขสบายและไม่ขาดตกบกร่องอะไรซักอย่าง  เริ่มมีทัศนะคติที่เปลี่ยนไป..เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นในใจเด็กน้อยอยู่มากมาย

"ผู้ชายที่ชื่อวิทยากร เชียงกูล คือใคร?"

"ทำไมผู้ชายคนนี้มีความคิดอย่างนี้ เพราะอะไร  และตัวตนของวิทยากร เป็นเหมือนในหนังสือนี้หรือเปล่า ?"

  • .

"วิทยากร  เชียงกูล มีตัวตนอยู่จริงเหรอ?"

ฯลฯ

นี่คือความคิดของเด็กน้อยคนนึงที่กำลังมีการเจริญเติบโตทางความคิด

และจากความคิดและคำถามที่มีมากมายในใจของเด็กน้อย...จากอดีตสู่ปัจจุบัน..คือตัวหนูนิดเอง..กำลังจะได้คำตอบที่มีอยู่ในใจมาตลอดแล้ว..ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า..คือวันที่  27  พ.ค ที่จะถึงนี้

คำถามจากกองขยะ...สู่คำตอบที่รอคอย..

(หนังสือเล่มแรก ในกองขยะ)

 

อ.วิทยากร  เชียงกูล