คนเราพอกินหวานๆ มันๆ มากขึ้น จะมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อมากขึ้น ข่าวร้ายคือ ภาวะนี้ทำให้เสี่ยงเบาหวาน ข่าวดีคือ ภาวะนี้ป้องกัน และแก้ไขได้... วันนี้เราจะพูดถึงข่าวดีกันครับ

Hiker

คนเราพอกินหวานๆ มันๆ มากขึ้น จะมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อมากขึ้น ข่าวร้ายคือ ภาวะนี้ทำให้เสี่ยงเบาหวาน ข่าวดีคือ ภาวะนี้ป้องกัน และแก้ไขได้... วันนี้เราจะพูดถึงข่าวดีกันครับ

อาจารย์นายแพทย์ดอกเตอร์เกบ มาร์คิน กล่าวถึงผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยทัฟส์ บอสตัน สหรัฐฯ ว่า การมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อมาก ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ไม่ยาก โดยการเหยียดแขนไปทางด้านข้าง ให้ตั้งฉากกับพื้น

ถ้าไขมันแทรกในกล้ามเนื้อมาก... กล้ามเนื้อจะดู "เหลว" และหย่อนยาน ห้อยย้อยลงมา ถ้าไขมันแทรกในกล้ามเนื้อน้อย... กล้ามเนื้อจะดู "คงรูป (firm)" และไม่หย่อนยาน หรือห้อยย้อยลงมา

ภาวะไขมันแทรกในกล้ามเนื้อนี้มีสาเหตุคล้ายกับภาวะไขมันแทรกในช่องท้อง หรือภาวะ "ลงพุง" กล่าวคือ

  1. การกินอาหารที่ให้กำลังงาน (แคลอรี) สูง โดยเฉพาะอาหารหวาน-มัน-ทอด
  2. กินไขมันอิ่มตัว ซี่งมีมากในกะทิ น้ำมันปาล์ม ไขมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ฯลฯ หรือกินเนื้อแดงมากเกินไป (เนื้อสัตว์ใหญ่มีไขมันแทรกอยู่สูง แม้จะเห็นเป็นเนื้อแดง)
  3. กินไขมันทรานส์หรือไขมันแปรรูปมาก เช่น ครีมเทียม คอฟฟี่เมท ฯลฯ หรือครีมเทียมที่แฝง และซุกซ่อนอยู่ในอาหารสำเร็จรูป เช่น เบเกอรี่ เค้ก ขนมฝรั่ง(ขนมไทยใส่กะทิ ขนมฝรั่งส่วนใหญ่ใส่ครีมเทียม) ฯลฯ
  4. ออกกำลังกายน้อยเกิน

ปกติการนำน้ำตาลเข้าเซลล์ จะต้องใช้ฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อน และต้องมีตัวรับ (receptor) ที่ผิวเซลล์

มีการเปรียบเทียบว่า ตัวรับ (receptor) ที่ผิวเซลล์คล้ายแม่กุญแจที่ประตูบ้าน ต้องอาศัยอินซูลินซึ่งคล้ายลูกกุญแจ จึงจะไขกุญแจประตูบ้าน เพื่อนำสัมภาระหรือน้ำตาลเข้าบ้านได้

การมีน้ำตาลแทรกในกล้ามเนื้อมากทำให้ตัวรับอินซูลินผิดรูปผิดร่างไป ไม่เหมือนเดิม ทำให้กุญแจคืออินซูลินไขกุญแจประตูบ้านได้บ้างไม่ได้บ้าง การนำสัมภาระหรือน้ำตาลเข้าบ้านจึงทำได้น้อยลง และเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน

ภาวะดื้อต่ออินซูลินส่งผลทำให้ตับอ่อนต้องทำงานมากขึ้น หลั่งอินซูลินออกมามากขึ้น...

ระดับอินซูลินที่สูงขึ้นส่งผลทำให้เส้นเลือดของอวัยวะต่างๆ หดตัว ทำให้เสี่ยงต่อโรคความดันเลือดสูง และโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันเพิ่มขึ้น

เมื่อภาวะดื้อต่ออินซูลินเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จะเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2...

ทีนี้มีทางป้องกันหรือไม่ ข่าวดีคือ มีวิธีป้องกัน อาจารย์มาร์คินแนะนำวิธีป้องกันดังต่อไปนี้

  1. กินน้ำตาล และแป้งขาวให้น้อยที่สุด (น่าจะไปบอกอาจารย์ว่า เรื่องอย่างนี้พูดง่าย-ทำยาก...)
  2. เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง เปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท และเลือกกินธัญพืชที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวโอ๊ต ฯลฯ
  3. กินผักเพิ่มทุกมื้อ
  4. เลิก ลด ละเหล้า เบียร์ ไวน์
  5. ออกกำลังให้มากพอ... อย่างน้อยเทียบเท่าเดินเร็ววันละ 30 นาที เดินขึ้นลงบันได และเดินเสริมเป็นช่วงๆ ให้ได้วันละ 60-75 นาทีขึ้นไป
  6. ออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก ฯลฯ... ถ้าทำไม่ได้ เพียงหาขวดน้ำดื่มมาใส่น้ำยกขึ้นยกลง และถือเดินแกว่งแขนก็ยังดี
  7. ทำงานออกแรง เช่น ล้างรถ ถูพื้น ซักผ้า ฯลฯ

ถึงตรงนี้... เรียนเชิญพวกเราหันมาป้องกันภาวะไขมันในกล้ามเนื้อมาก ซึ่งเมื่อป้องกันแล้ว จะส่งผลป้องกันโรคเบาหวานในระยะยาวอีกด้วย

    แหล่งที่มา:                                      

  • ขอขอบพระคุณ (thank Reuters) > Diabetes can be caused by excess fat in muscles > [ Click - Click ] // source: from blog: Fitness & Health with Dr. Gabe Markin. > [ Click - Click ] > May 14, 2007. // source: American Journal of Clinical Nutrition. March 2007.
  • ขอขอบพระคุณ (thank Dr. Markin) > Dr. Gabe Markin. Treatment of insulin resistance > http://www.drmirkin.com/diabetes/D222.html > May 15, 2007.
  • บล็อก "บ้านสุขภาพ" มุ่งส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาสถานีอนามัย-โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือหมอที่ดูแลท่าน
  • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + หน่วยรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 15 พฤษภาคม 2550.