Thomas Davenport เขียนบทความนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1998   ผม download จากเว็บไซต์ไหนก็จำไม่ได้มาไว้ในคอมพิวเตอร์  จึงนำมาแบ่งปันกัน 

Davenport ระบุหลัก 10 ประการไว้ดังนี้
1. KM เป็นเรื่องที่ค่าใช้จ่ายสูง  ซึ่งก็เหมือนกับความโง่เขลา   ข้อนี้ผมไม่เห็นด้วย  ผมเห็นว่า KM ที่ทำอย่างชาญฉลาดไม่แพง  ความโง่เขลาแพงกว่ามาก
2. KM ที่ได้ผล  ต้องการคู่แฝดระหว่างคนกับเทคโนโลยี  ผมเห็นด้วยเต็มที่  โดยให้น้ำหนักที่คนมากกว่า
3. KM เป็นเรื่องการเมือง   คงเพราะเหตุนี้กระมัง KM ประเทศไทยจึงยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ
4. ต้องการ knowledge managers  ข้อนี้เราเรียกทีมแกนนำ KM หรือทีม "คุณอำนวย"
5. แผนที่ (map) สำคัญกว่าโมเดล,  ตลาดแลกเปลี่ยนความรู้สำคัญกว่าลำดับชั้นของความรู้
6. การแลกเปลี่ยนและการใช้ความรู้ในหลายกรณีไม่ใช่กิจกรรมที่เป็นไปตามธรรมชาติ   ต้องมีการ "จัดการ"  ข้อนี้ผมไม่เห็นด้วย   ผมเห็นว่าในวัฒนธรรมไทย  การแลกเปลี่ยนและการใช้ความรู้เป็นธรรมชาติของมนุษย์   แต่เรามีวัฒนธรรมของความเห็นแก่ตัว  ของการเน้นปัจเจก มาเป็นตัวปิดกั้น
7. KM หมายถึงการพัฒนากระบวนการใช้ความรู้ในการทำงาน - ใช่เลย
8. การค้นหาหรือเข้าถึงความรู้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น - เห็นด้วยอีกเหมือนกัน   โดยต้องท่องคาถา "ไม่เริ่มต้นที่ศูนย์" ไว้เสมอ   และท่องคาถา "อย่าหลงความรู้เชิงทฤษฎี" ไว้ด้วย
9. KM เป็นกระบวนการที่ไม่มีจุดจบ - ใช่แล้ว
10. KM ต้องการผู้ดูแลผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา  ประเด็นทางกฎหมาย  เพราะวงการ KM เชื่อว่าความรู้เป็นสินทรัพย์

         ท่านที่อ่านบทความของ Davenport ที่ผมเอามาแบ่งปันต้องอย่าลืมว่านี่เป็นบทความที่อายุเกือบ 10 ปี   ในช่วงเวลาหลังจากเขียนบทความนี้ KM ของโลกก้าวหน้าไปอย่างมากมาย

         จุดอ่อนอย่างหนึ่งของการใช้ KM ในหลายหน่วยงานของประเทศไทย  คือเอาโมเดลเก่าที่ตกรุ่นแล้วมาใช้

วิจารณ์  พานิช
 7 พ.ค.50