![]() |
<p>ปัญหาไฟล์หาย ไฟล์ถูกลบทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ
หรือโดนพิษสงของไวรัสเข้าให้ ปัญหาเหล่านี้ค่อนข้างเอาเรื่องพอสมควร
หลายคนคงจะเคยเจอปัญหาเปล่านี้มาบ้างแล้ว ซึ่งก็น่าเห็นใจนะครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าไฟล์นั้นเป็นไฟล์งาน
ก็คงเสียเวลาไม่น้อยกับการสร้างหรือทำขึ้นมาใหม่
หรือถ้ารุนแรงถึงขั้นทำให้วินโดวส์ไม่สามารถทำงานได้
ก็ยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ …ลองมาศึกษาตัวเก่งมือโปร อย่าง Ontrack
EasyRecovery 6 กันดูมั้ยว่า มีวิธีการช่วยได้อย่างไรบ้าง
</p>
<p>คุณคงอยากรู้ว่า EasyRecovery กู้ไฟล์ในกรณีไหนได้บ้าง?
ผมจะแจกแจงให้เห็นเป็นข้อๆ อาทิ
</p>
<ul>
แต่สำหรับไฟล์ .ZIP นั้น ก่อนอื่นคุณจะต้องแน่ใจก่อนว่า ไฟล์ .ZIP ที่จะทำการกู้คืนนั้น จะต้องเป็นไฟล์ .ZIP ที่เคยสมบูรณ์ แต่เสียไปบ้างส่วน ไม่ใช่เป็นไฟล์ .ZIP ที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ตแบบไม่สมบูรณ์ แน่นอนไฟล์นั้นย่อมมีปัญหามาอยู่แล้ว จึงไม่สามารถเปิดได้แน่ อีหรอบนี้ EasyRecovery ก็คงแก้ไขให้ไม่ได้
</ul><h3>เตรียมตัวอย่างไรเมื่อไฟล์หาย</h3>
ก่อนจะไปรู้จักกับวิธีการกู้ไฟล์
คุณควรจะเข้าใจสถานการณ์บางอย่างเสียก่อน
เพื่อเป็นการรับประกันว่าการกู้คืนว่าจะได้ผล 100%
หรือลดน้อยลงไป
<ul>
แต่ถ้าคุณเกิดไปเซฟไฟล์ใหม่ลงไป ทีนี้โอกาสในการกู้ไฟล์ก็มีเปอร์เซ็นต์ลดน้อยถอยลงไป เพราะเราไม่สามารถรับประกันได้ว่า ตำแหน่งที่ถูกมาร์กไว้ว่าว่างในตอนแรก จะถูกแทนด้วยไฟล์ใหม่นั้นหรือไม่ เพราะการจัดเก็บไฟล์ด้วยโอเอสลงบนตำแหน่งต่างๆ ของฮาร์ดดิสก์ หรือแผ่นดิสก์จะเป็นแบบสุ่มลง ตรงไหนว่างก็เก็บไฟล์ไว้ตรงนั้นเลย
</ul><h3>เรียกใช้งาน EasyRecovery ได้อย่างไร</h3>
ก่อนกู้ไฟล์โดยการเรียกใช้จากโปรแกรม EasyRecovery ได้นั้น
คุณจะต้องเข้าใจสถานการณ์ของคุณเสียก่อนว่า จะเรียกใช้ EasyRecovery
ได้จากตรงไหน เพราะการเรียกใช้โปรแกรมสามารถทำได้จาก 2 ทางคือ
<p>จากการติดตั้งโปรแกรมลงบนวินโดวส์
ตรงนี้จะเป็นการใช้งานแบบเต็มรูปแบบ คือไม่ใช่มีแค่การกู้ไฟล์เท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการซ่อมแซมไฟล์ที่มีปัญหา อย่าง Word , Excel
และรวมถึงความสามารถในการตรวจสอบความผิดปกติฮาร์ดดิสก์อีกด้วย
</p>
<p>จากแผ่นดิสก์บูตฉุกเฉินที่โปรแกรม EasyRecovery
จะมีความสามารถเพียงแค่ใช้สำหรับกู้ไฟล์เท่านั้น ลองมาดูกรณีตัวอย่าง
ว่าจะต้องเรียกใช้ EasyRecovery กันอย่างไร
</p>
<p>ถ้าฮาร์ดดิสก์ที่คุณต้องการกู้ข้อมูล
มีการแบ่งออกเป็นหลายพาร์ทิชัน เช่น แบ่งออกเป็น 2 พาร์ทิชัน C:
เอาไว้เก็บระบบ และโปรแกรมใช้งานต่างๆ ส่วน D: เอาไว้เก็บข้อมูล
ทีนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ต้องการกู้ไฟล์จากไดรฟ์ D
คุณก็สามารถที่จะนำเอา EasyRecovery มาติดตั้งลงในเครื่องไว้ที่ไดรฟ์
C แล้วเรียกโปรแกรมเพื่อมากู้ไฟล์จากไดรฟ์ D ได้
เพราะไม่มีการเขียนไฟล์ขณะโปรแกรมติดตั้งไปทับไฟล์ที่ต้องการกู้จากไดรฟ์
D
</p>
<p>แต่ถ้ากรณีที่ฮาร์ดดิสก์ของคุณมีการแบ่งเป็นพาร์ทิชันเดียว
คือมีแค่ไดรฟ์ C กรณีมีเหตุการณ์เกิดขึ้น คุณจะไม่สามารถนำเอาโปรแกรม
EasyRecovery มาติดตั้งลงในวินโดวส์
เพื่อจะได้เรียกโปรแกรมขึ้นมากู้ไฟล์ เพราะขณะติดตั้งโปรแกรม
อาจจะมีการเขียนไฟล์ของโปรแกรมไปทับกับตำแหน่งไฟล์ที่ต้องการกู้คืน
ดังนั้น การเรียกใช้ EasyRecovery
จะต้องเรียกใช้จากแผ่นบูตฉุกเฉินที่เราสร้างจากโปรแกรม
EasyRecovery
</p>
<p>กรณีที่ไฟล์สำคัญของวินโดวส์หายไป ทำให้ไม่สามารถบูตได้
ตรงนี้เรื่องใหญ่ครับ คุณจะต้องเรียกใช้จากแผ่นบูตฉุกเฉินของ
EasyRecovery แต่เพียงอย่างเดียว
เพราะยังไงก็ไม่สามารถเข้าสู่การทำงานของวินโดวส์ได้
แล้วจะไปติดตั้งโปรแกรมได้อย่างไรกันล่ะครับ เอาเป็นว่า
ถ้าจะให้ดีที่สุดในสถานการณ์ที่เครื่องของคุณปรกติดีอยู่ ก็ให้ติดตั้ง
EasyRecovery ลงในเครื่องให้เรียบร้อยเพื่อพร้อมใช้งาน
และก็สำคัญที่สุด!! สร้างแผ่นบูตฉุกเฉินของ EasyRecovery
ขึ้นมาด้วย
</p>
<p>สำหรับการใช้งานคำสั่งของ EasyRecovery ที่ติดตั้งในเครื่อง
หรือเรียกใช้จากแแผ่นบูตฉุกเฉินนั้น ก็คคล้ายๆ กันนั่นแหละครับ</p>
สร้างแผ่นบูตฉุกเฉินได้จากตรงไหน
เห็นพูดถึงการเรียกใช้งาน EasyRecovery จากแผ่นบูตฉุกเฉินบ่อยมาก
หลายคนอาจจะสงสัยว่า แผ่นดิสก์บูตฉุกเฉินที่ว่านี่
จะเอามาจากไหน
<ul>
</ul><table border="0" cellspacing="2" cellpadding="5" class="pic" align="left"><tbody>

</tbody></table>
<ul>
</ul><h3>วิธีใช้งาน EasyRecovery แบบเต็มรูปแบบ</h3>
ย่างที่บอกไว้แต่ต้นว่า ถ้าคุณติดตั้งโปรแกรม EasyRecovery ลงในเครื่อง โดยใน EasyRecovery เวอร์ชัน 6 ได้นำเอาโปรแกรมซ่อมแซมไฟล์ต่างๆ มารวมอยู่ด้วย โดยก่อนหน้านี้โปรแกรมเหล่านี้จะถูกจับแยกขายออกต่างหาก
![]() |
| รูปที่ 2 |
หมวดแรก Disk Diagnostics
ในหมวดนี้
เป็นคำสั่งที่เกี่ยวกับการตรวจสอบหาความผิดปกติของสื่อเก็บข้อมูลต่างๆ
ทั้งในด้านกายภาพของตัวสื่อเก็บข้อมูลจริงๆ
กับทางด้านโครงสร้างการจัดเก็บของระบบไฟล์ของสื่อเก็บข้อมูล
ถ้าคุณเข้าไปดูในโหมดนี้ จะเห็นว่ามีตัวเลือกให้เลือก 6
หัวข้อเลยทีเดียวครับ (ดังรูปที่ 2)
<p>Drive Test
ใช้สำหรับตรวจสอบหาความผิดปกติของสื่อเก็บข้อมูล เช่น ฮาร์ดดิสก์
ในระดับกายภาพโดยการทดลองการอ่าน-เขียนระดับเซกเตอร์
(เป็นหน่วยย่อยของการโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูล)
เพื่อตรวจสอบหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น
ว่ามีตำแหน่งของเซ็กเตอร์ไหนบ้าง ที่จะไม่สามารถใช้การได้
เมื่อคุณเลือกรายการนี้แล้ว ให้เลือกการตรวจสอบแบบ Full Diagnostics
แต่ก็จะต้องแลกกับการใช้เวลาในการตรวจสอบ
</p>
<p>SmartTests
เป็นการตรวจสอบหาความผิดปกติในเรื่องของเทคโนโลยี SMART
ที่เป็นเทคโนโลยีของทางฮาร์ดดิสก์ค่าย Seagate
เป็นเทคโนโลยีที่ตรวจสอบความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ล่วงหน้า
ก่อนที่จะเกิดความเสียหายเกิดขึ้น
</p>
<ul>
Partition Tests เป็นการขอตรวจสอบทางด้านโครงสร้างของระบบไฟล์ ว่ามีส่วนไหนผิดปกติหรือไม่ เพราะความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ นอกจากปัญหาความผิดปกติทางกายภาพที่ใช้หัวข้อ DriveTest ตรวจสอบ แต่หากมีปัญหาเรื่องโครงสร้างระบบไฟล์ ก็จะต้องใช้หัวข้อนี้ตรวจสอบกันครับ
DataAdvison เป็นการขอสร้างแผ่นดิสก์บูตที่มีเครื่องมือการตรวจสอบความผิดปกติทั้งในระดับกายภาพ และโครงสร้างระบบไฟล์ในรูปแบบของแผ่นดิสก์แทน เผื่อใช้ในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์ของเราอ่านจะไม่สามารถทำงานได้ แน่นอนครับว่า คุณคงไม่สามารถเข้าสู่วินโดวส์ได้ ก็ใช้แผ่นดิสก์ DataAdvison ทำงานแทนได้
</ul><h3>หมวดสอง Data Recovery</h3>
หมวดนี้ น่าจะเป็นหมวดที่ได้รับความสนใจ และถูกเรียกใช้บริการมากที่สุด เพราะใช้สำหรับการกู้ไฟล์ที่เกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาตั้งแต่ต้น (ดังรูปที่ 3)
![]() |
| รูปที่ 3 |
<p>จากปัญหาดังกล่าว
เราสามารถเข้ามาใช้คำสั่งในการกู้ไฟล์กลับในโหมดนี้กันครับ</p>
-
Format Recovery ชื่อคำสั่งก็ตรงๆ
ไม่ต้องแปลกันอีก
คำสั่งนี้จะเข้าไปตรวจสอบและค้นหาโครงสร้างของระบบไฟล์ต่างๆ
จากไดรฟ์ที่ถูกสั่งฟอร์แมตไปแล้ว
เพื่อให้เราสามารถกู้กลับคืนมาได้
DeletedRecovery น่าจะเป็นหัวข้อที่ถูกเรียกใช้บ่อยที่สุด เพราะปัญหาการลบไฟล์ผิดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อย และเกิดขึ้นได้ง่าย การค้นหาไฟล์ที่ถูกลบรองรับได้ทั้งฮาร์ดดิสก์ แผ่นดิสก์ แผ่น CD-RW เหล่านี้จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะโดยปกตินิสัยของ Windows ถ้าคุณสั่งลบไฟล์จากสื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ จะไม่มีการนำไฟล์ที่ถูกลบไปทิ้งไว้ใน Recycle Bin เพื่อให้โอกาสเปลี่ยนใจยกเลิกการลบได้
ResumeRecovery ในเวอร์ชันนี้ มีจุดเด่นอีกจุดหนึ่งก็คือ การสั่งเซฟผลการค้นหาโครงสร้างไฟล์ต่างๆ ที่ต้องการกู้คืน จะใช้ตอนไหนเหรอครับ ก็จะใช้ตอนที่เราสั่งกู้ไฟล์ โดยขั้นตอนแรกๆ จะเสียเวลาตอนที่โปรแกรมค้นหาโครงสร้างไฟล์ และไฟล์ที่หายไป ใช้เวลาหลายนาทีเหมือนกันครับ แต่ถ้าเรากำลังกู้คืนไฟล์ได้ยังไม่ครบ มีเหตุจำเป็นต้องหยุดการทำงานไปก่อน เราสามารถสั่งเซฟผลการค้นหานั้นๆ เอาไว้ได้ เมื่อจะกลับมากู้ที่หลังก็เรียกไฟล์ที่เก็บรายละเอียดนั้นๆ ออกมา ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาสั่งให้โปรแกรมค้นหากันอีกรอบหนึ่ง โดยใช้คำสั่ง ResumeRecovery
- EmergencyDiskette เป็นการนำคำสั่งเพื่อใช้การกู้คืนไฟล์ต่างๆ ทั้งที่เกิดจากการลบ หรือจากการฟอร์แมต เพื่อใส่ในแผ่นดิสก์ เผื่อใช้ในกรณีที่วินโดวส์ของคุณทำงานไม่ได้ เช่น หากมีใครไปลบไฟล์บูตของวินโดวส์เพียงไฟล์เดียว วินโดวส์ก็ตายแล้วครับ โดยความเห็นของผม คุณควรจะสร้างแผ่น Emergency เอาไว้ เมื่อถึงคราวคับขันคุณจะเห็นประโยชน์จากมันครับ
หมวด FileRepair
หมวดนี้เอาใจสาวกผู้ใช้ไมโครซอฟท์ออฟฟิศกัน (ดังรูปที่ 4)
ทำไงได้ละครับ เพราะมันเป็นของคู่กันที่เราต้องใช้คู่กับวินโดวส์
ปัญหาของไฟล์ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ มีให้ได้เห็นกันในทุกๆ ตัว
แต่ที่หนักหน่อยก็จะเป็นของ Word
ที่เจอกันบ่อยเหลือเกินกับการเปิดไฟล์ไม่ได้ หรือเปิดได้
แล้วเครื่องแฮงก์ไปเลย ปัญหาที่ว่าเกิดจากในไฟล์ Word
ไฟล์นั้นมีโครงสร้างการจัดเก็บที่ผิดเพี้ยนไป
<p>วิธีการแก้ไขในกรณีที่ไม่สามารถเปิดไฟล์จากไมโครซอฟท์ออฟฟิศทั้ง
Word, Excel, PowerPoint, Access หรือไฟล์ .ZIP
ก็เพียงแต่คลิ้กเลือกตามประเภทที่ไฟล์ที่ต้องการให้โปรแกรมแก้ไข
จากนั้นก็เลือกไฟล์ที่ต้องการแก้ไขขึ้นมา โปรแกรมก็จะทำการแก้ไขให้
โดยจะไม่ได้ทับไฟล์เดิม
แต่จะแก้ไขไฟล์ให้เป็นชื่อใหม่กันให้ครับ </p>

รูปที่ 4

รูปที่ 5
หมวด EmailRepair
ในโหมดนี้ ก็จะมีเพียงคำสั่งเดียวให้เลือกคือ เลือกซ่อมไฟล์เก็บอีเมล์ของโปรแกรม Outlook ที่มักจะมีปัญหาในกรณีที่มีจำนวนเมล์มากๆ เข้า ทำให้เปิดแล้วไม่มีเมล์ สามารถใช้คำสั่งในหมวดนี้เข้าไปแก้ไขความผิดปกติของไฟล์กันได้ครับ (ดังรูปที่ 5)
ลองของกับสถานการณ์การถูกฟอร์แมต
ตอนนี้มาดูสถานการณ์จริง เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น
จะใช้คำสั่งกันอย่างไร สมมติว่าไดรฟ์ของผมถูกฟอร์แมตไปหมาดๆ
แต่เหงื่อของผมตกเสียแล้ว (ตกมากด้วย)
เพราะข้อมูลในไดรฟ์นั้นมีเพียบเลย
ต้องลองดูตามสถานการณ์ของแต่ละคนครับ
ถ้าไดรฟ์ที่ถูกฟอร์แมตไม่ใช่เป็นไดรฟ์ C ก็สามารถนำโปรแกรม
EasyRecovery มาติดตั้งได้ แล้วเรียกจากคำสั่ง FormatRecovery
แต่ถ้าหากเป็นไดรฟ์ C
จะต้องเรียกใช้จากแผ่นบูตฉุกเฉินทำงานแทนครับ
<p>ขั้นตอนการทำงานไม่ว่าจะเรียกใช้จากตรงไหน
จะเริ่มต้นจากโปรแกรมทำการสแกนหาโครงสร้างของไดรฟ์ที่ถูกฟอร์แมตนั้น
การใช้เวลาในการสแกนหาจะช้าเร็วขึ้นอยู่กับขนาดของฮาร์ดดิสก์
เมื่อทำการสแกนเสร็จแล้ว ก็จะแสดงรายการโฟลเดอร์ต่างๆ
ออกมาให้ได้ทราบกัน มีข้อให้สังเกตนิดหนึ่งก็คือ
ในกรณีของการถูกฟอร์แมต ชื่อของโฟลเดอร์จะไม่มีเหมือนเดิมครับ จะเป็น
DIRXXX ไล่เรียงตามลำดับหมายเลขมา แต่ชื่อไฟล์ภายใต้โฟลเดอร์นั้น
ยังมีอยู่เหมือนเดิม
</p>
<p>ตอนนี้หาต้องการจะกู้ไฟล์ไหน โฟลเดอร์ไหนกลับคืนมา
ก็ให้ติ๊กเลือกได้เลยครับ (ดังรูปที่ 6) แล้วก็คลิ้กที่ปุ่ม Next</p>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="5" class="pic" align="left"><tbody>

</tbody></table><table border="0" cellspacing="2" cellpadding="5" class="pic" align="center"><tbody>

</tbody></table><p>ต่อไปกำหนดมากำหนดตำแหน่งไดรฟ์ ที่จะเอาไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่กู้คืน
ไปจัดเก็บไว้ ในช่อง Recover To Local Drive
แต่จะไม่ต้องเป็นไดรฟ์เดียวกับจะกู้ไฟล์ (ดังรูปที่ 7)
แล้วก็คลิ้กที่ปุ่ม Next
ทีนี้ก็ลองสักครู่เพื่อให้โปรแกรมกู้ไฟล์ตามที่ติ๊กเลือกกลับคืนมาให้
</p>
<p>อย่างที่บอกกันมาก่อนหน้านี้ว่า
ในเวอร์ชันนี้มีจุดเด่นอีกจุดหนึ่งก็คือ
การสั่งเซฟผลการค้นหาโครงสร้างไฟล์ต่างๆ ที่ต้องการกู้คืน
ที่เขาเรียกว่า ResumeRecovery ทีนี้เราจะมาลองใช้กันดู เช่น
จากตัวอย่างผมได้ติ๊กเลือกกู้ไฟล์มาเพียง 2 ไฟล์เท่านั้น
ทีนี้จะหยุดการทำงานไว้ก่อน
แล้วค่อยกลับมากู้ไฟล์ในส่วนที่เหลือ
</p>
<p>ตามปกติเมื่อเรากู้ไฟล์เสร็จแล้ว จะมีกรอบคำถาม
ถามว่าต้องการจัดเก็บผลของการค้นหาไฟล์ที่มีปัญหาในครั้งนี้หรือไม่
เพื่อจะใช้กลับมาทำงานต่อในภายหลังได้เร็วกว่าเดิม (ดังรูปที่ 8)
ให้คลิ้กที่ปุ่ม Yes เพื่อบอกว่าต้องการ</p>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="5" class="pic" align="left"><tbody>

</tbody></table><table border="0" cellspacing="2" cellpadding="5" class="pic" align="center"><tbody>

</tbody></table><p>ต่อไปก็ไปกำหนดชื่อไฟล์สำหรับ ResumeRecovery (ดังรูปที่
9)
</p>
<p>เพียงเท่านี้
ก็เป็นอันเสร็จพิธีการเซฟสภาพการสแกนของไดรฟ์ตามที่ต้องการ
ทีนี้วิธีเรียกใช้ในภายหลัง หากคุณต้องการจะกลับมากู้ไฟล์อะไรต่อ
ก็เพียงแต่เลือกจากคำสั่ง ResumeRecovery แล้วไปเรียกไฟล์ของ
ResumeRecovery ตามที่เราได้กำหนดไว้ (ดังรูปที่ 9)
เมื่อเรียกขึ้นมาแล้ว ก็จะได้จอภาพแสดงสภาพของไดรฟ์นั้นๆ
ให้ได้เลือกไฟล์ที่จะทำการกู้คืนได้ทันที
ไม่ต้องเสียเวลาสแกนกันใหม่เหมือนกับเวอร์ชันก่อนๆ</p>
กู้ไฟล์ที่ถูกลบทิ้ง
มาดูอีกสักตัวอย่างหนึ่ง คือการกู้ไฟล์ที่ถูกลบทิ้งไป
ซึ่งสามารถใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการลบจากแผ่นดิสก์ ลบไฟล์จาก Dos Mode
หรือลบไฟล์ทิ้งจาก Recycle Bin
<p>ขั้นตอนการใช้งาน ก็เช่นเดิมครับ จะเรียกใช้จากโปรแกรม
EasyRecovery ที่ได้ติดตั้งไว้ในเครื่อง ก็เรียกจากคำสั่ง
DeletedRecovery หรือเรียกจากแผ่นบูตฉุกเฉิน
ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน
</p>
<p>เริ่มต้นโปรแกรมก็จะทำการสแกนไดรฟ์นั้น
จากนั้นหน้าที่ของคุณก็คือเข้าไปดูว่าต้องการกู้ไฟล์ไหน โดยสังเกตว่า
ไฟล์ที่ถูกลบก็จะมีตัวอักษรว่า D อยู่ในช่อง Condition
ถ้าต้องการก็ติ๊กถูกเรียกไฟล์เหล่านั้นได้เลย (ดังรูปที่ 10)
และถ้าต้องการความรวดเร็ว ประมาณว่าจำชื่อไฟล์ได้
ก็สามารถคลิ้กที่ปุ่ม Find เพื่อสั่งโปรแกรมค้นหาไฟล์มาแสดงให้เลือก
จะทันใจกว่า</p>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="5" class="pic" align="left"><tbody>

</tbody></table><table border="0" cellspacing="2" cellpadding="5" class="pic" align="center"><tbody>

</tbody></table><p>สุดท้าย ก็เหมือนเช่นเดิมครับ
มาเลือกไดรฟ์ที่จะเก็บไฟล์ที่ถูกกู้คืนกลับมา
แต่จะต้องเป็นคนละไดรฟ์กับไฟล์ที่จะถูกกู้อยู่ (ดังรูปที่ 11)
</p>
<p>เอาละครับ จากตัวอย่างที่แสดงวิธีใช้ให้ดู จะเห็นว่าขั้นตอนต่างๆ
ไม่ยากเลยนะครับ ยังไงก็ลองหามาไว้ข้างๆ กายคงจะดีเหมือนกัน
อ้อ…แล้วอย่าลืมสร้างแผ่นบูตฉุกเฉินของโปรแกรมเอาไว้ก่อนด้วยนะครับ</p>
อ้างอิง ARiP
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ดาวโหลด
EasyRecovery Professional 6.10
size 36.4 MB
ยาแก้ไอ
s/n:ER82RE-25A44H



ขอบคุณมากค่ะ จะลองโหลดไปใช้นะคะ
ได้ผลมายังไงช่วยบอกด้วยนะคร๊าบบบบ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
มีคำถามเพิ่มเติมน่ะค่ะ อยากทราบว่าตัวโปรแกรมเองสามารถกู้ไฟล์เดิมที่โดนเซฟทับได้รึเปล่าคะ
ขอบคุณมากครับ
แต่มันใส่ s/n ตรงไหนน่ะครับ?
พอโหลดมา มันเป็นตัว trail ไม่สามารถ copy ไฟล์ที่กู้มาลงเครื่องได้น่ะครับ ต้องทำยังไง?
ขอบคุณมากครับ แต่หาที่ใส่ s/n ไม่เจออ่าครับ
หาที่ใส่ s/n ไม่ได้ครับบบ ใครทราบบ้างช่วยบอกทีครับบ เพิ่งโดน หนอนโจรสลัดเล่นงานมา
หาที่ใส่ s/n ไม่เจอคับช่วยที
กรณีที่เซฟทับชื่อเดิมไม่สามารถกู้ได้ครับ ถึงกู้ได้ก็ไม่สามารถใช้งานได้ครับ ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นแบบผมหรือเปล่าครับ
มองเห็นไฟล์ที่ต้องการแต่ทำไมเซฟเข้าเครื่องใหม่ไม่ได้
มองเห็นไฟล์ แต่เซฟไม่ได้เหมือนกันค่ะ ทำไงดีค่ะ
แสดงว่า ไม่ได้ใส่ Serial ทีคับ
หรือลองตัวนี้ก็ได้คับ ผมใส่ Serial ในตัวSet Up ให้แล้ว
http://gotoknow.org/blog/SoftwareTechnics/91911
จะลองนำไปใช้ดู ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า เป็นเอกสารสำคัญมาก
THANKๆๆๆๆๆๆๆมากครับ แล้วถ้าผมเกิดเรียกระบบ ทีผมแบล็ค อัพ เก็บไว้ในไดร์ D มาเพื่อที่จะไปบที่ไดร์C แต่ดันกดผิดไปลงที่ไดร์Dแทน ปรากฎว่าข้อมูลที่ไดร์D ถูกเขียนทับลงไปอย่างงี้มีโอกาศกู้ไฟล์ก่อนโดนทับได้ไหมครับ รบกวนช่วยตอบด่วนนะครับ
น่าจะได้ครับ
ขอบคุณมากๆๆๆคับบบบบบ
ขอ s/n ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง
ดีครับผมจะลองดหลดไปใช้ดูนะครับ
เข้าไปที่ลิงค์อันล่างเนี่ยค่ะ แต่ลิงค์ตายแล้วมั้งคะ รบกวนลงใหม่หน่อยนะคะ หรือว่าส่งตัวเต็มให้หน่อยค่ะที่อีเมล์นี้เลยนะคะ [email protected]ต้องการด่วนมากค่ะข้อมูในเครื่องสำคัญทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
Ontrack EasyRecovery - FormattedRecovery
Copyright (c) 2000-2009 Kroll Ontrack Inc.
Report Created 3/3/2009 @ 10:25 AM
You are using the EasyRecovery Professional Trial edition. The Trial does not contain copy out capabilities. Data extraction and copy out capabilities are available with a purchased copy of EasyRecovery.
Source Drive: WDC WD400BB-00JHC0
Source Partition: D:\ <>
41885 files selected to recover.
18.80 GB data to recover.
มันขึ้นงี้อ่ะช่วยตอบหน่อยดิ
กู้เอกสารที่ผ่านมาเป็นปีแล้วได้ไหมค่ะ