Positive Thinking หรือจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการคิดเชิงบวก การคิดเชิงบวกจะเป็นตัวกำหนดความสุข ความทุกข์ ความสำเร็จของชีวิตได้ ความคิดเชิงบวกนี้สามารถฝึกกันได้ ถ้าเริ่มตั้งแต่เด็ก ๆ และคนที่มีบทบาทในเรื่องนี้เป็นอย่างมากก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก คุณพ่อ คุณแม่ ของเราเอง รศ.ดร.อารี พันธ์มณี ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กแนะนำไว้ดังนี้ค่ะ 1. พ่อแม่คิดดีเกี่ยวกับตนเอง ลูก ครอบครัว เพื่อน งาน และสภาพแวดล้อม เพราะจะช่วยให้สภาพจิตใจสดชื่นแจ่มใส ทำให้มีพลังในการทำงาน 2. พ่อแม่ฝึกให้ลูกรู้สึกดีกับตนเอง ด้วยการแสดงความรัก ความอบอุ่น ความสุภาพอ่อนโยน ที่ถ่ายทอดสู่ลูกด้วยการพูดจาดี ไพเราะ งดคำพูดที่เกี้ยวกราด ดุดัน หรือตำหนิติเตียน 3. ฝึกให้ลูกมีอารมณ์สุนทรีย์ ด้วยการจัดห้องนอนของลูก ตกแต่งให้มีสีสันสวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ ให้เป็นสถานที่ผ่อนคลาย น่าทำการบ้าน น่านั่งอ่านหนังสือ 4.สอนให้ลูกชื่นชมตัวเองจากการมีสุขภาพแข็งแรง มีสติปัญญาดี เป็นคนน่ารัก สุภาพ อ่อนโยน มีน้ำใจ หรือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สิ่งดี ๆ น่าภาคภูมิใจ 5.ยอมรับตนเอง หากลูกทำผิดพลาดก็อย่าลงโทษดุดัน แต่ชี้แนะให้ลูกเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ด้วยความรู้สึกถึงความผิดพลาดเป็นบทเรียน ไม่ใช่เป็นความบกพร่องที่จะต้องโทษตนเอง 6. หมั่นดูแลทุกข์สุขของลูก สามี และคนในครอบครัว ห่วงใย เอื้ออาทร เผื่อแผ่ แบ่งปัน จะทำให้บ้านเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรู้สึกอบอ่นปลอดภัยและมั่นคง 7. สอนลูกให้รู้จักให้อภัย การโกรธ คิดเคียดแค้น ผูกพยาบาท เป็นความทุกข์และส่งผลไม่ดีต่อกายและจิต ฉะนั้นจงให้ลูกเข้าใจและยอมรับความจริงว่าทุกคนอาจทำผิดพลาดได้จงให้อภัย แล้วก็ลืม จะได้มีความสุขกับชีวิตปัจจุบัน
สวัสดีครับ
ขอบคุณครับที่มาแนะนำ
การคิดเชิงบวก คุณพ่อคุณแม่สอน ให้เรียนรู้แต่เด็ก เด็กโตมาเป็นผู้ใหญ่ จะได้มีความสุขค่ะ
เชื่อว่าผู้อ่านบางท่าน ที่โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ก็ยังต้องหัดเรียนรู้การคิดเชิงบวกอยู่ เพราะปัจจุบันสังคมเรามีภาวะเครียดเย๊อะเหลือเกิน คนเราเลยสุขภาพจิตเสื่อมกัน หัดคิดเชิงบวกไว้ชีวิตนี้จะมีความสุขนะค่ะ ;)
ขอบคุณบันทึกการเรียนรู้ดีๆนี้ค่ะ สนับสนุนค่ะ