ภายในเวลาอันสั้น สำหรับหลายคนนั้น แทบจะไม่มีคุณค่าแก่การจดจำมากนัก อาจจะไม่มีความสำคัญแม้แต่การหยิบมาเขียนบันทึก… แต่คงไม่ใช่สำหรับ blog นี้แน่นอน

ช่วงเย็นๆวันที่ 29 เม.ย. 2550 ที่ บขส.มหาสารคาม ในขณะที่หนูนิดขึ้นรถโดยสารสายขอนแก่น สุรินทร์ เที่ยวสุดท้าย 16.30 น.เพื่อเดินทางกลับไปทำงานที่บุรีรัมย์ เมื่อรถโดยสารแล่นมาจนจะวิ่งเข้า บขส. พยัคฆภูมิพิสัย หนูนิดเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่เบาะฝั่งตรงกันข้าม นั่งอยู่แถวแรกเสียด้วย

 
หนูนิดรู้สึกคุ้นๆ จากเสื้อที่เธอคนนั้นสวมใส่ เสื้อของชมรมเพื่อนแก้ว มมส. ภายใต้การดูแลของ พี่หนิง (อ้วน) แห่ง DSS นี่เอง เมื่อหนูนิดจ้องมองชัดๆ .. ใช่เลย น้องชมพู่ที่หนูนิดได้พบเจอเมื่อวันวาน (28 เม.ย.) ที่ DSS ใน มมส.

หนูนิดจึงเอื้อมมือไปแตะและทักทายหนูชมพู่ พอเธอหันมา ก็ร้องทักและจำได้ “อ้าวพี่นิด”
หนูนิดจึงชวนชมพู่มานั่งด้วยกัน แล้วเดินทางมาตอนนี้ กว่ารถจะถึงบุรีรัมย์ และต่อรถไป อ.หนองกี่ ท่าทางจะถึงบ้านดึกเหมือนกันนะเนี่ย

แต่ชมพู่บอกว่า จะลงแล้วค่ะ เพราะพักอยู่กับป้าที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย ชมพู่จะเดินทางไปกลับ พยัค-สารคามทุกวัน

โห พอหนูนิดอ่านบันทึกF2F อย่างไม่ได้ตั้งใจที่ DSS@MSU … น้องชมพู่และน้องเอก 2 blogger ชมรมเพือนแก้ว จาก มมส.
ที่นายบอนเขียนถึงน้องชมพู เลยโทรมาเล่าให้ฟัง

นายบอนถึงกับทึ่ง ไม่นึกว่า ชมพู่จะเดินทางไปกลับทุกวัน ระยะทาง 80 กิโลเมตร นั่งรถเกือบ 2 ชั่วโมง…
แหม อึดจึงแฮะ ดูลีลาท่าทาง ไม่นึกว่า จะอึด และอดทนได้เพียงนี้
คงได้ความอดทนมาจากพี่หนิง (อ้วน) เป็นแน่แท้

นิสิต มมส.หลายคน มักจะหาหอพักใกล้ มมส. เพื่อสะดวกในการเดินทางมาเรียน มีไม่กี่คนที่จะเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับ มมส. เนื่องจากบ้านอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่นายบอนไม่นึกว่า ชมพู่จะไปกลับได้เช่นนี้

และอาจจะทึ่งมากขึ้น หากเดินทางไปกลับ หนองกี่ - มหาสารคาม 555555

ว่าแต่น้องเค้า อันที่จริง นายบอนก็มักจะเดินทางไปกลับ มมส. – กาฬสินธุ์ อยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยได้พักค้างที่ มหาสารคามมากนัก เพราะระยะทางแค่ 40 กิโลเมตรเท่านั้น จะพักที่สารคามทำไม ให้เปลืองค่าใช้จ่าย
สิ่งที่น่าสังเกต ทำไมหนูนิดถึงได้ทักทายชมพู่ก่อนล่ะ

หรือว่า ความจำของพี่หนูนิด ดีกว่าน้องชมพู่
หรือว่า สายตาของพี่หนูนิด ตาไว สอดรู้สอดเห็น มองดูไปทั่ว แต่น้องชมพูไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบๆตัวมากนัก
หากสลับกัน น้องชมพู่มานั่งสลับที่กับพี่หนูนิดตั้งแต่ออกจาก บขส. มหาสารคาม
น้องชมพู่จะมองเห็นพี่หนูนิด และทักทายพี่หนูนิดหรือไม


นายบอนคิดว่า คงไม่สังเกตเห็นแหงๆ
หากเดินทางไปกลับทุกวัน ชมพู่คงจะนั่งรถไปเรื่อยๆ เหมือนทุกๆวัน รอเวลาให้ถึงปลายทาง แล้วก็ลงรถ
เดินทางทุกวัน แม่คุณคงจะงีบหลับหลายรอบ

วันเสาร์ เห็นชมพู่นั่งพิมพ์งานอย่างไม่ยอมไปกินข้าว แล้วให้เหตุผลว่า ลดหุ่น เพราะอ้วน (จะกลัวหุ่นเหมือนพี่หนิง (อ้วน) หรือเปล่านะ) ขนาดเดินทางไปกลับทุกวัน

คาดว่า อีก 2 ปี ชมพู่จะต้องอวบอ้วนกว่าวันนี้แน่นอน
ระหว่างการเดินทางโดยการนั่งรถโดยสารนั้น บนเส้นทางไปกลับเดิมๆ นอกจากการงีบหลับแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆ อาจจะได้พูดคุยสร้างความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมทางมากขึ้น

พี่หนูนิดนั้น ถือว่าคุยเก่งพอตัว แต่ทว่า แพ้พี่หนิง (อ้วน) เพราะขนาดของรอบเอวที่มีน้อยกว่า

ได้ F2F กันโดยบังเอิญอีกแล้วสำหรับ 2 สาวคู่นี้
ในวันอาทิตย์ สัปดาห์ต่อๆไป ก็เดินทางกลับ ขึ้นรถพร้อมกันเสียเลยสิ พี่นิดกะน้องชมพู่จะได้คุยกันแก้เหงา
ในระหว่างทาง ย่อมมีโอกาสได้เรียนรู้หลายสิ่งจากการเรียนรู้จากพี่หนูนิด ซึ่งคงจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังมากมาย

ไม่รู้ว่า ความจริงแล้ว ระหว่างพี่หนูนิดและน้องชมพู่ ใครจะคุยเก่งกว่ากัน

ความบังเอิญนั้น ทำให้เกิดหลายสิ่งที่น่าค้นหาตามมามากมาย
ด้วยประสบการณ์และวันเวลาแห่งชีวิตที่น้อยกว่า blogger หลายคนใน gotoknow การที่จะถ่ายทอดมุมมอง ความรู้สึกออกมานั้น อาจจะยากสักนิด หากได้สื่อสารกับคนที่รู้สึกคุ้นเคย อยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน ย่อมจะง่ายกว่า

เฉกเช่นกับการเขียนบันทึกใน blog ของน้องชมพู่ อย่างที่พี่หนิงตั้งใจ
หากสิ่งที่ถ่ายทอดออกมา มีคนที่รับรู้อย่างเข้าใจ มิใช่มีความเห็นในบันทึกในลักษณะของครูต่อศิษย์ หรือ ผู้ใหญ่ ต่อเด็ก แต่เป็นในแบบเพื่อนต่อเพื่อน หรือ พี่สู่น้อง

ไม่ว่าจะเป็นการเขียน หรือ การพูดคุย ย่อมทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
เหมือนอย่างที่ผู้ใหญ่หลายท่าน เห็นคุณค่าและประโยชน์ในการเขียนบันทึกใน blog ในขณะที่หลายคน เฝ้ามองด้วยความสงสัยว่า เอาอะไรมาเขียนได้บ่อยๆ เขียนแล้วสนุกตรงไหนกัน ถึงเขียนได้เขียนด


การที่หนูนิดและน้องชมพู่ ได้พบกันโดยบังเอิญบนรถโดยสาร ความจริงแล้วเนื้อหาก็มีเพียงเท่านี้ ไม่น่าจะมีประเด็นอะไรที่นำมาเขียนบันทึกได้หลายบรรทัดแบบนี้

แต่การที่คนๆหนึ่ง ได้มีโอกาสรู้จักกับคนที่ต่างออกไป ทั้งต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างวิถีชีวิต จะทำให้เกิดการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เป็นการเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ไม่รู้เหมือนกันว่า นับจากนี้ พี่หนูนิดกับน้องชมพู่จะได้เจอกันโดยบังเอิญ หรือติดต่อสื่อสารกันมากน้อยเพียงใด



แต่อีกหนึ่งความหมายที่น่าค้นหา จากความบังเอิญที่เจอกัน ในเวลาไม่กี่นาที
- ทำไมบันทึกนี้จึงเกิดขึ้น
- ทำไมจึงให้ความสนใจคนธรรมดาๆ ที่หลายคนใน gotoknow อาจจะไม่สนใจมากนัก เพราะน้องชมพู่ไม่เขียนบันทึกใน blog เลย แต่มีคนเขียนบันทึกถึงซะแล้ว ถึง 2 บันทึก
- ทำไมพี่หนูนิดถึงมองเห็นชมพู่
- อะไรคือสิ่งที่ชมพู่ส่องกระจกแล้ว มองไม่เห็นเหมือนที่คนอื่นเห็น

เฮ้อ ไปถามพี่หนิง (อ้วน) ละกัน