สังคมต้องการคนเก่งและคนดี


ร่วมเสริมสร้างคนดีเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

      อีก 2 วันจะต้องไปปฏิบัติธรรมที่วัด ธรรมอุทยานแล้ว รู้สึกตื่นเต้น กระตือรือร้นผิดปกติวิสัย เจ้านายที่แสนดีปล่อยเราไปวัดทั้งที่สัปดาห์นี้คือสัปดาห์ที่สุดแสนหฤโหด มีงานที่ต้องเร่งทำให้เสร็จมากมาย แต่พี่เขาก็รับจะทำแทนให้ พอบอกน้องที่อยู่อีกฝ่ายหนึ่ง เขาบอกว่าถ้าเป็นเขา คงไม่มีทางได้ไป

     สิ่งที่อยากจะบันทึกในวันนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมคนเก่ง คนดีของบริษัทแม่ที่ปลูกฝังให้พนักงานในบริษัทต้องทั้งเก่ง และดี แหละนี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้พนักงานหลายคนรักและผูกพันกับบริษัท สิ่งเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องรักษาไว้ โดยคนรุ่นเก่าก็ต้องหาโอกาสถ่ายทอดให้กับน้องๆ ที่เข้ามาใหม่ ยอมรับว่าสังคม ค่านิยม วัฒนธรรมในสังคมที่เปลี่ยนไป หล่อหลอมคนออกมาอีกแบบหนึ่ง บางครอบครัวอาจให้แต่วัตถุ แต่ลืมให้อาหาร และสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจ 

     จากประสบการณ์ที่เคยเห็น น้องบางคนเวลามาสัมภาษณ์งานถ้าหากแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนดี แม้จะไม่เก่งเท่ากับคนที่เก่งที่สุดในรอบนั้น ก็อาจจะมีโอกาสได้งานทำมากกว่า  คุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างสังคมเล็กๆ ที่จะส่งผลต่อสังคมใหญ่ ถ้าครอบครัวใดให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ สังคมก็จะเจริญก้าวหน้าไปด้วย

     ใครที่มีบุตรหลาน อยากให้ช่วยกันสอนพวกเขาให้รู้จักการทำบุญ โดยทำให้เห็นเป็นตัวอย่างก่อน บุญแปลว่า เครื่องชำระให้สะอาด บริสุทธิ์ทั้ง พฤติกรรมและจิตใจ สิ่งที่เราควรปลูกฝังให้ลูกหลานก็คือ

     1. รู้จักการเป็นผู้ให้ ผู้เสียสละ และมองว่าการให้จะทำให้เกิดความปีติยินดีเมื่อผู้รับมีความสุข การให้มีหลายรูปแบบเช่น การทำบุญใส่บาตร การบริจาคสิ่งของให้คนเดือดร้อนจากภัยต่างๆ คนยากจน คนพิการ

     2. อยู่และทำอย่างไม่เบียดเบียน หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น หรือเอารัดเอาเปรียบใคร

     3. รู้จักการกินอยู่ ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม กินง่าย อยู่ง่าย กินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รู้จักประหยัด อยู่อย่างพอเพียง พ่อแม่ไม่ควรตามใจลูกโดยปรนเปรอทุกสิ่งที่ลูกเรียกร้อง

     4. ทำบุญที่ใจโดย มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ดูถูกคนอื่น ไม่อิจฉาคนอื่น ควรสอนให้เด็กฝึกสมาธิ โดยมอบหมายให้ทำงานในบ้าน หรือ ทำการบ้าน อ่านหนังสือ  และไม่ให้ทำกิจกรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

     5. ฝึกให้เด็กสวดมนต์ ก่อนนอนและแผ่เมตตา เพื่อให้เป็นคนมีน้ำใจ ไม่คิดอาฆาตมาดร้าย หรือผูกใจเจ็บ สอนให้รู้จักให้อภัย

     6. ที่สำคัญ เมื่อพ่อแม่เห็นเด็กแสดงกริยาอาการที่ไม่เหมาะสมควรตักเตือนด้วยเหตุและผล ไม่ควรใช้ความรุนแรง เช่นเมื่อเด็ก พูดจาไม่ดีกับผู้ใหญ่ในบ้าน หรือทำหน้างอเมื่อถูกตำหนิ  

     7. เล่าเรื่องคนทำดีให้ลูกฟัง เพื่อให้เห็นตัวอย่างดีๆ และไม่ควรปล่อยให้เด็กดูทีวีตามลำพัง

วิธีปฏิบัติ 7 ข้อที่เขียนมานี้ได้เนื้อหามาจาก หนังสือ สอนลูกให้ทำบุญ ที่บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งแจกมาให้ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถนำไปปฏิบัติได้เพื่อประโยชน์สุขของสังคมส่วนรวมทั้งปัจจุบันและในอนาคต

หมายเลขบันทึก: 93523เขียนเมื่อ 30 เมษายน 2007 22:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 มิถุนายน 2012 15:06 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (5)

สวัสดีค่ะพี่ส้ม 

ยินดีด้วยนะคะที่จะได้ไปปฏิบัติธรรม  ส่วนหนิงนับแต่หลวงพ่อมรณภาพแล้วนั้นห่างวัดจริงๆเลยค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณหนิง

พี่เองก็ห่างวัดมานานเหมือนกันค่ะ ส่วนใหญ่ไปวัดก็ได้แต่ทำบุญ ทำทาน แต่ไม่ค่อยได้ภาวนาสักเท่าไร หรือไม่ได้ฝึกสติ ดูจิต เท่าที่ควรเลยค่ะ ต้องไปเรียนรู้ใหม่ค่ะ

คุณส้มปฏิบัติธรรมที่วัดไหนค่ะ วัดธรรมอุทยานหรือเปล่าค่ะ ... ปะเหมาะเคราะห์ดี เผื่อมีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยือนค่ะ ...ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้าค่ะ

คำแนะนำในการสอนลูกหลานดีมากๆค่ะ จะนำไปปฏิบิติค่ะ...ขอบคุณมากๆค่ะ

บริษัทคัดเลือกคนดี ดูและวัดจากอะไรบ้างค่ะ

P

สวัสดีค่ะ อ.แป๋ว

ที่จะไปกันรอบนี้ก็คือที่วัดธรรมอุทยาน จะออกเดินทางจาก กทม.วันที่ 2 พ.ค. และเดินทางกลับวันที่ 4 พ.ค. ค่ะ ถ้าแวะมาเยี่ยมได้ จะดีใจมากๆ เลยค่ะ คงมีเรื่องคุยกันเยอะเลย คุณทวีสินก็ไปด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องคนเก่ง คนดี ของบริษัทจะเขียนไว้มี 10 อย่าง ซึ่งเวลารับคนก็จะดูจากการสัมภาษณ์เป็นหลัก โดยให้สถานการณ์บ้าง หรือดูทัศนคติของเด็กกับครอบครัว หรือเพื่อนของเขา คนที่สัมภาษณ์จะเป็นผู้บริหารที่อยู่กับบริษัทมานาน ดังนั้นค่านิยมในการรับคนส่วนใหญ่จะคล้ายๆ กัน คนที่รับเข้ามาเขาก็ต้องไม่เป็นทุกข์เมื่อเข้ามาอยู่กับเรา เรียกว่าต้องไปด้วยกันได้โดยไม่ฝืนความรู้สึกของเขาค่ะ

เนื้อหาเค้าเดเจงเจงเลย

เอาจายช่วย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี