เราแต่งงานกันในวันที่ความรักของเราตกตะกอน ไม่ได้มีความหลุ่มหลง หรือความใคร่ อยู่ในนั้น

       หลังจากที่คบกันมาได้ 7 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 8 เราสองคนก็ตัดสินใจแต่งงานกันดีกว่า...

      จากที่คบกันสมัยเรียนปริญญาตรี 4 ปี และจบมาเกือบ 4 ปีแล้ว เหตุการณ์ต่างๆ ผ่านเข้ามาพิสูจน์ความรักของเรามากมาย ความทุกข์ ความสุข เสียงหัวเราะ และน้ำตา ที่เราได้ร่วมเผชิญ มันได้สอนให้ฉันเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้น อดทนขึ้น และรู้จักที่จะให้อภัย จนบางทีฉันเองยังแปลกใจ ว่าทำไมฉันเป็นคนที่อดทนได้ขนาดนี้หนอ....

       เมื่อฉันเห็นว่า อะไรก็ตามที่จะทำให้ชีวิตของเราสองคนสั่นคลอนฉันจะรีบจัดการกับปัญหานั้นเสีย เราจะหันหน้ามานั่งคุยกัน หาข้อสรุปกัน ฉันคิดว่าชีวิตคู่ มันต้องอาศัยการพูดคุยกันให้มากๆ การเผชิญกับปัญหาด้วยการคุยกัน ปรึกษากันมันทำให้ฉันได้เห็นและเรียนรู้แล้วว่า คนๆนี้ ยามดีเป็นอย่างไร ยามร้ายเป็นอย่างไร และเราต่างรับยอมรับข้อดีข้อเสียซึ่งกันและกันได้ เราได้ผ่านการพิสูจน์จิตใจกันแล้วว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปจนวันตาย มันเป็นความผูกพันที่ไม่อาจบรรยายได้

       เราตัดสินใจแต่งงานกันหลังจากที่เราทะเลาะกันอย่างรุนแรง และจัดการกับปัญหานั้นผ่านไปแล้ว เรารักกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น และเข้าใจตัวเอง...มากขึ้น

       เราอาจต่างจากคู่รักคู่อื่นๆ ที่แต่งงานกันเมื่อวันที่ความรักสุกงอมเต็มที่ เพราะเราแต่งงานกันในวันที่ความรักของเราตกตะกอน ไม่ได้มีความหลุ่มหลง หรือความใคร่ อยู่ในนั้น มันเหมือนน้ำที่ใส ไม่มีอะไรมาบังตา  มีแต่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน

       เราจึงตัดสินใจแต่งงานกันดีกว่า...