เลิกฝืนใจอ่าน แล้วอยากจะอ่าน (2)


สร้างแรงจูงใจกันเถอะ
มีเพื่อนคนหนึ่งตลกมาก วันหนึ่งผมไปเที่ยวบ้านเขา เตะเอาถุงดำๆขนาดใหญ่ เหมือน backpack ของฝรั่งฝุ่นหนาเตอะ ผมถามว่าถุงอะไร  เขาอ้อมแอ้มไม่อยากตอบ  พอดีมองเห็นโลโก้ที่อยู่ข้างถุง เลยเดาออก (เขาซื้อหนังสือ ชุดสอนภาษาพร้อมเทปประมาณร้อยกว่าชุด ประมาณร้อยกว่าเล่ม ) เลยถามว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ เยอะขนาดนี้   พร้อมกับเปิดดูก็เป็นอย่างที่เขาบอกจริง  เขาบอกว่า ต้องรีบซื้อเพราะมันลด เปิดดูใหม่มาก ผมบอกว่า ขายให้เถอะจะเอาไปสอนเด็ก เขาบอกว่า ไม่ได้ ซื้อมาเป็นหมื่น เขายังมีความหวังที่จะเก่งอังกฤษ โอ้โฮ(นี่นะยังมีหวัง) มาคิดดูอีกที คนไทย นี่อยากเก่งอังกฤษถึงขนาดนี้เชียวเหรอ ทุ่มเงินทองขนาดนี้  แถมยังดูเพี้ยนๆอีก  ดูเหมือนสนใจมาก แต่ทำไมซื้อมาแล้วไปหมกไว้อย่างนี้ก็ไม่รู้    ไม่ได้ใช้ประโยชน์ไม่รู้จะหวงไว้ทำไม ไม่รู้ว่าคนผิดหรือหนังสือผิดกันแน่
  แต่ที่แน่ๆ ดูๆเหมือนถูกหลอกอย่างไรไม่รู้   ที่จริง ปัญหาคนไทยส่วนใหญ่ในการเรียนภาษาคือเลือก หนังสือ (materials) ไม่เป็นคือตอนแรกก็มีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้  ถ้าได้สิ่งที่สนุกและทำแล้วพอใจก็จะมีแรงจูงใจมากขึ้น ก็จะทำได้ต่อเนื่องแต่สิ่งที่เอามาอ่านมาเรียน ส่วนมากไม่ได้เลือกเอง หรือคิดว่าจะเหมาะกับตัวโดยไม่ได้อ่านหรือทดลองก่อน พออ่านไปจึงเกิดความเบื่อแรงจูงใจก็ลดลงจนกระทั่งหมดไป  แล้วก็แปลกคืออ่านในสิ่งที่น่าเบื่อก็ยังทนอ่านอยู่ได้ ซึ่งยิ่งทำให้เกิดประสบการณ์ที่เลวร้ายสะสมขึ้น   แทนที่จะสะสมแต่ประสบการณ์ที่ดี เพื่อทัศนะคติหรือเจตคติที่ดีกับการเรียนภาษา  วันนี้ อ่านหนังสือพิมพ์ไม่ออกไม่เป็นไร อ่านหนังสือวรรณกรรมของเพ็นกวินแม้จะเป็นภาษาแบบเด็กๆ จบก็ใช้ได้ เพราะมันหมายถึงความรู้สึกที่อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ  อ่านอะไรได้แม้จะเป็นหน้าเล็กหน้าน้อย ไม่ได้ปริมาณแบบร้อยหน้าก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะมันจะสะสมเรื่อยๆ  ดีกว่า หาหนังสือเล่มหนามาอ่านแต่ไม่เคยจบสักที   เมื่อสะสมอย่างนี้ สักวันหนึ่งมันก็จะอ่านปริมาณที่มากขึ้นของมันเองได้ (ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องอ่านไม่ออก เพราะต้องแก้อีกจุดนะครับ)
คำสำคัญ (Tags): #สร้างแรงจูงใจ
หมายเลขบันทึก: 92722เขียนเมื่อ 26 เมษายน 2007 20:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 18:21 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (4)
ชอบประโยค   อ่านอะไรได้แม้จะเป็นหน้าเล็กหน้าน้อย   เพราะเคยมีคนบอกว่าชอบอ่านแม้แต่กระดาษห่ออะไรต่างๆค่ะ
  • "คิดว่าจะเหมาะกับตัวโดยไม่ได้อ่านหรือทดลองก่อน พออ่านไปจึงเกิดความเบื่อแรงจูงใจก็ลดลงจนกระทั่งหมดไป"   ใช่เลยค่ะ   นี่นะคะ  เด็กๆ ที่โรงเรียนเค้าไปซื้อหนังสือไวยากรณ์เล่มหนา/ใหญ่เชียวค่ะ  คงซื้อมาสัก 2 - 3 วัน  และก็มาบ่นให้ดิฉันฟังว่า  เนี่ย! ครูขา   หนูไม่เห็นจะจำและชอบภาษาอังกฤษเลย  อุตส่าห์ไปซื้อและอ่านแบบนั้นๆ แหละค่ะ  ไม่เห็นสนุกเลย  คงเหมือนอย่างที่อาจารย์ว่าท่าจะจริงเลย  คือสักแต่พยายาม  แต่ไม่ สนุกที่จะอ่าน  ก็เลยต้องคุยกับเค้าแยะเลย  
  • จะพยายามสร้างแรงจูงใจให้เด็กในการรักและชอบภาษาอังกฤษค่ะ  (เท่าที่สามารถนะคะ  แต่เต็มที่ค่ะ )

ตอบ คุณใบบุญ

P

ผมเคยไปสอนเด็กดื้อคนหนึ่ง ขนหนังสือหอบใหญ่ไปให้เลือกว่าจะอ่านเรื่องอะไร สุดท้ายแกบอกว่าหนังสืออาจารย์น่าเบื่อมาก แล้วเธอจะอ่านอะไรล่ะ เขาบอกว่าเขาอยากอ่านกล่องยาให้ออกเพราะเขาใช้ยาฝรั่ง ตัวนั้นตัวนี้แต่ไม่รู้ว่ามันเขียนว่าอะไร ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจอีกแบบ   ส่วนผมชอบอ่านโฆษณาฝรั่งเขียนได้ประทับใจมาก ที่จริงการอ่านเล็กๆน้อยๆนี้เป็น วิธีการที่มีประสิทธิภาพมาก จนฝรั่งเขามีการเน้นการอ่านป้ายต่างๆ เพราะมันจำได้อย่างรวดเร็ว และเป็นสิ่งทีสื่อความหมายที่เป็นจริง (meaningful) ถ้าชอบการอ่านแบบนี้น่าจะสะสมนะครับจะสร้างแรงจูงใจยิ่งขึ้น ขอบคุณครับที่มาแลกเปลียนความรู้

ตอบ อาจารย์

P

อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่าผมมีความเชื่อว่าไม่มีใครอ่านหนังสือไวยกรณ์จบ เพราะมันไม่มีความสนุกอยู่ในนั้นเลย (แต่อาจจะมี สำหรับคนที่อยากจะเอาชนะ) หนังสือไวยกรณ์ควรเอาไว้อ้างอิง แต่บางท่านก็เขียนให้น่าสนใจ แต่ยังไม่เคยเห็นเล่มไหนประสบความสำเร็จสักที

อาจารย์ ลอง ทำ( in house text) คือเลือกเรื่องที่จะมาสอนเองควบคุมภาษาก็ได้ เรียงลำดับความยากง่ายได้ เพราะไม่มีใครรู้ระดับที่เด็กจะอ่านได้นอกจากอาจารย์เอง ควรเลือกให้ยากกว่าที่เด็กจะอ่านได้นิดหนึงครับ 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี