สร้างแรงจูงใจกันเถอะ

มีเพื่อนคนหนึ่งตลกมาก วันหนึ่งผมไปเที่ยวบ้านเขา เตะเอาถุงดำๆขนาดใหญ่ เหมือน backpack ของฝรั่งฝุ่นหนาเตอะ ผมถามว่าถุงอะไร  เขาอ้อมแอ้มไม่อยากตอบ  พอดีมองเห็นโลโก้ที่อยู่ข้างถุงเลยเดาออก (เขาซื้อหนังสือ ชุดสอนภาษาพร้อมเทปประมาณร้อยกว่าชุด ประมาณร้อยกว่าเล่ม ) เลยถามว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ เยอะขนาดนี้   พร้อมกับเปิดดูก็เป็นอย่างที่เขาบอกจริง  เขาบอกว่า ต้องรีบซื้อเพราะมันลด เปิดดูใหม่มาก ผมบอกว่า ขายให้เถอะจะเอาไปสอนเด็ก เขาบอกว่า ไม่ได้ ซื้อมาเป็นหมื่น เขายังมีความหวังที่จะเก่งอังกฤษ โอ้โฮ(นี่นะยังมีหวัง) มาคิดดูอีกที คนไทย นี่อยากเก่งอังกฤษถึงขนาดนี้เชียวเหรอ ทุ่มเงินทองขนาดนี้  แถมยังดูเพี้ยนๆอีก  ดูเหมือนสนใจมาก แต่ทำไมซื้อมาแล้วไปหมกไว้อย่างนี้ก็ไม่รู้    ไม่ได้ใช้ประโยชน์ไม่รู้จะหวงไว้ทำไม ไม่รู้ว่าคนผิดหรือหนังสือผิดกันแน่  แต่ที่แน่ๆ ดูๆเหมือนถูกหลอกอย่างไรไม่รู้   ที่จริง ปัญหาคนไทยส่วนใหญ่ในการเรียนภาษาคือเลือก หนังสือ (materials) ไม่เป็นคือตอนแรกก็มีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้  ถ้าได้สิ่งที่สนุกและทำแล้วพอใจก็จะมีแรงจูงใจมากขึ้น ก็จะทำได้ต่อเนื่องแต่สิ่งที่เอามาอ่านมาเรียน ส่วนมากไม่ได้เลือกเอง หรือคิดว่าจะเหมาะกับตัวโดยไม่ได้อ่านหรือทดลองก่อน พออ่านไปจึงเกิดความเบื่อแรงจูงใจก็ลดลงจนกระทั่งหมดไป  แล้วก็แปลกคืออ่านในสิ่งที่น่าเบื่อก็ยังทนอ่านอยู่ได้ ซึ่งยิ่งทำให้เกิดประสบการณ์ที่เลวร้ายสะสมขึ้น   แทนที่จะสะสมแต่ประสบการณ์ที่ดี เพื่อทัศนะคติหรือเจตคติที่ดีกับการเรียนภาษา  วันนี้ อ่านหนังสือพิมพ์ไม่ออกไม่เป็นไร อ่านหนังสือวรรณกรรมของเพ็นกวินแม้จะเป็นภาษาแบบเด็กๆ จบก็ใช้ได้ เพราะมันหมายถึงความรู้สึกที่อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ  อ่านอะไรได้แม้จะเป็นหน้าเล็กหน้าน้อย ไม่ได้ปริมาณแบบร้อยหน้าก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะมันจะสะสมเรื่อยๆ  ดีกว่า หาหนังสือเล่มหนามาอ่านแต่ไม่เคยจบสักที   เมื่อสะสมอย่างนี้ สักวันหนึ่งมันก็จะอ่านปริมาณที่มากขึ้นของมันเองได้ (ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องอ่านไม่ออก เพราะต้องแก้อีกจุดนะครับ)