การประเมินปัญหาและความต้องการจำเป็น (Needs Assessment) จะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาได้ถูกจุด

          ระยะนี้ผมว่างเว้นการบันทึกบล็อกไปพอสมควร  เนื่องจากไปทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง  และหมอก็สั่งห้ามไม่ให้นั่งหน้าคอมพิวเตอร์  ก็รู้สึกอึดอัด  เลยฝืนบ้าง  แต่ก็นั่งนานไม่ได้  วันนี้เลยเขียนเรื่องเล่าสักเรื่อง เป็นเรื่องแม่บ้านทันสมัย ครับ...      
  เชิงชาย
เพิ่งเดินทางกลับจากไปราชการที่จังหวัดเชียงราย  เขารู้สึกอ่อนเพลียที่ต้องเข้าประชุมสัมมนาทั้งกลางวันและกลางคืนติดต่อกันถึงครึ่งเดือน  กว่าจะได้นอนก็ตกเที่ยงคืนทุกวัน  กลับมาถึงบ้าน เขาโยนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้มุมห้อง  หอมแก้มสุนารีภรรยาสาวที่เพิ่งแต่งงานไม่ถึงปีด้วยความคิดถึง แล้วเขาก็ขอตัวอาบน้ำ  นอนพักผ่อนเอาแรงสักงีบ

         เขาหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มาตื่นเอาก็เมื่อได้ยินเสียงสุนารีปลุกให้ไปรับประทานอาหารกลางวัน    เขาเหลือบมองนาฬิกาที่หัวเตียง มันเป็นเวลาบ่ายโมงเศษแล้ว  เชิงชายรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้นหลังจากนอนหลับไปหลายชั่วโมง  เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ  เขาก็ตรงไปที่ห้องรับแขก  เพื่อจัดการกับกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของส่วนตัว  แต่ปรากฎว่าสุนารีได้เก็บเสื้อผ้าของเขาไปซักจนหมดแล้ว   ข้าวของส่วนตัวของเขาถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบบนชั้นวางของใกล้โต๊ะรับแขก
         เขาเดินไปสำรวจอีกครั้งก็เห็นกล่องถุงยางอนามัยสองกล่องวางอยู่บนโต๊ะ  หัวใจของเชิงชายแทบหล่นลงไปอยู่ปลายเท้า  เขาจำได้ว่าเขาซื้อเอาไว้กล่องหนึ่งตอนอยู่เชียงรายแต่ก็ใช้หมดไปแล้ว  แล้วสองกล่องนี้มาได้อย่างไร  ป่านนี้สุนารีคงรู้หมดแล้ว      หรือว่าพิเชษฐ์เพื่อนร่วมห้องแอบเอามาใส่ในกระเป๋า   แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้   เขาจะต้องรีบแก้ไขเหตุการณ์วิกฤตินี้ให้ตก  ก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับสุนารี 
         เขารีบหมุนโทศัพท์ไปหาพิเชษฐ์ทันที   สอบถามเรื่องถุงยาง ก็ได้รับการปฏิเสธจากพิเชษฐ์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย  เชิงชายจึงขอร้องพิเชษฐ์ช่วยเป็นแพะรับบาปในเรื่องนี้ว่าถุงยางอนามัยเป็นของพิเชษฐ์เอง แต่แอบเอาใส่กระเป๋าของเชิงชายเพื่อหยอกล้อเล่น
        ขณะนั้นสุนารีเดินเข้ามาพอดี เชิงชายได้โอกาสจึงกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ให้ดังขึ้น
        “นายทำอะไรลงไป ทำไมไม่คิดว่าครอบครัวเขาจะแตกแยกกันบ้าง  เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกันนะโว้ย  นี่  สุ เขาเข้ามาพอดี  นายมีอะไรก็พูดให้หล่อนเข้าใจเสีย”
  เชิงชายส่งโทรศัพท์ให้สุนารีแล้วตีหน้าอารมณ์เสียออกจากห้องไป 
       ที่โต๊ะอาหารเย็นวันนั้น เชิงชายพยามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สุนารีนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนแล้ว 
       “เมื่อตอนบ่ายสุพูดกับพิเชษฐ์เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย  มันจะขอโทษที่มันเล่นไม่รู้จักกาลเทศะ แอบเอาถุงยางอนามัยมาใส่ในกระเป๋าพี่”
 
       “สุบอกคุณพิเชษฐ์ไปแล้วว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษ    เพราะถุงยางอนามัยทั้งสองกล่องนั้นสุซื้อใส่กระเป๋าพี่ไปเองเพื่อป้องกันโรคเอดส์ไงค่ะ  แต่ไม่เห็นพี่ใช้มันเลย “