พอรู้บ้าง
มนุษย์ได้เลียนแบบมาจากธรรมชาติ นาฏศิลป์ในโลกไม่ว่าชาติใดภาษาใด มาจากชีวิตจริงอันเกิดจากธรรมชาติ
การขับร้องฟ้อนรำ ดนตรี เริ่มต้นด้วยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน และมีวิวัฒนาการสืบต่อกันมาตามลำดับ ตามกาลและสมัยนิยม มนุษย์ทุกชาต
ิ ทุกภาษา มีศิลปะการร้องรำทำเพลงประจำเชื้อชาติของตนมาแต่เดิม จะสังเกตจากการเต้น การร้องของคนป่า ซึ่งยังไม่เจริญบางจำพวก
จะเห็นได้ว่าศิลปะเหล่านี้สืบเนื่องมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง เช่น การขับร้อง แต่เดิมก่อนที่จะดัดแปลงให้ไพเราะเพราะพริ้งมี
หลักเกณฑ์อย่างทุกวันนี้ ก็เป็นแต่การเปล่งเสียงออกมาตามเรื่องราว สูงบ้าง ต่ำบ้าง เพียงให้ผิดเพี้ยนไป จากการเปล่งเสียงพูดธรรมดา
เท่านั้น การฟ้อนรำแต่เดิมนั้น มาจากการแสดงกิริยาอากที่มาของนาฏศิลป์
มนุษย์ได้เลียนแบบมาจากธรรมชาติ นาฏศิลป์ในโลกไม่ว่าชาติใดภาษาใด มาจากชีวิตจริงอันเกิดจากธรรมชาติ การขับร้อง
ฟ้อนรำ ดนตรี เริ่มต้นด้วยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน และมีวิวัฒนาการสืบต่อกันมาตามลำดับ ตามกาลและสมัยนิยม มนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษา
มีศิลปะการร้องรำทำเพลงประจำเชื้อชาติของตนมาแต่เดิม จะสังเกตจากการเต้น การร้องของคนป่า ซึ่งยังไม่เจริญบางจำพวก จะเห็น
ได้ว่าศิลปะเหล่านี้สืบเนื่องมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง เช่น การขับร้อง แต่เดิมก่อนที่จะดัดแปลงให้ไพเราะเพราะพริ้งมีหลักเกณฑ์อย่าง
ทุกวันนี้ ก็เป็นแต่การเปล่งเสียงออกมาตามเรื่องราว สูงบ้าง ต่ำบ้าง เพียงให้ผิดเพี้ยนไป จากการเปล่งเสียงพูดธรรมดาเท่านั้น การฟ้อนรำ
แต่เดิมนั้น มาจากการแสดงกิริยาอาการเคลื่อนไหวโดยธรรมชาติ เมื่อเกิดการร้องและการทำจังหวะดนตรีแล้ว ความฮึกเหิมตาม
สัญชาติญาณก็เกิดขึ้น โดยลุกขึ้นออกท่าทางทำมือ ทำไม้ไปตามความหมาย ตามความรู้สึก การพูด การทำท่าทาง นั่ง ยืน เดิน
อารมณ์ต่าง ๆ โกรธ ดีใจ เสียใจ ตลอดจนการแต่งกาย และเรื่องราวก็เลียนแบบมาจากชีวิตจริง
การขับร้องฟ้อนรำ ดนตรี เริ่มต้นด้วยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน และมีวิวัฒนาการสืบต่อกันมาตามลำดับ ตามกาลและสมัยนิยม มนุษย์ทุกชาต
ิ ทุกภาษา มีศิลปะการร้องรำทำเพลงประจำเชื้อชาติของตนมาแต่เดิม จะสังเกตจากการเต้น การร้องของคนป่า ซึ่งยังไม่เจริญบางจำพวก
จะเห็นได้ว่าศิลปะเหล่านี้สืบเนื่องมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง เช่น การขับร้อง แต่เดิมก่อนที่จะดัดแปลงให้ไพเราะเพราะพริ้งมี
หลักเกณฑ์อย่างทุกวันนี้ ก็เป็นแต่การเปล่งเสียงออกมาตามเรื่องราว สูงบ้าง ต่ำบ้าง เพียงให้ผิดเพี้ยนไป จากการเปล่งเสียงพูดธรรมดา
เท่านั้น การฟ้อนรำแต่เดิมนั้น มาจากการแสดงกิริยาอากที่มาของนาฏศิลป์
มนุษย์ได้เลียนแบบมาจากธรรมชาติ นาฏศิลป์ในโลกไม่ว่าชาติใดภาษาใด มาจากชีวิตจริงอันเกิดจากธรรมชาติ การขับร้อง
ฟ้อนรำ ดนตรี เริ่มต้นด้วยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน และมีวิวัฒนาการสืบต่อกันมาตามลำดับ ตามกาลและสมัยนิยม มนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษา
มีศิลปะการร้องรำทำเพลงประจำเชื้อชาติของตนมาแต่เดิม จะสังเกตจากการเต้น การร้องของคนป่า ซึ่งยังไม่เจริญบางจำพวก จะเห็น
ได้ว่าศิลปะเหล่านี้สืบเนื่องมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง เช่น การขับร้อง แต่เดิมก่อนที่จะดัดแปลงให้ไพเราะเพราะพริ้งมีหลักเกณฑ์อย่าง
ทุกวันนี้ ก็เป็นแต่การเปล่งเสียงออกมาตามเรื่องราว สูงบ้าง ต่ำบ้าง เพียงให้ผิดเพี้ยนไป จากการเปล่งเสียงพูดธรรมดาเท่านั้น การฟ้อนรำ
แต่เดิมนั้น มาจากการแสดงกิริยาอาการเคลื่อนไหวโดยธรรมชาติ เมื่อเกิดการร้องและการทำจังหวะดนตรีแล้ว ความฮึกเหิมตาม
สัญชาติญาณก็เกิดขึ้น โดยลุกขึ้นออกท่าทางทำมือ ทำไม้ไปตามความหมาย ตามความรู้สึก การพูด การทำท่าทาง นั่ง ยืน เดิน
อารมณ์ต่าง ๆ โกรธ ดีใจ เสียใจ ตลอดจนการแต่งกาย และเรื่องราวก็เลียนแบบมาจากชีวิตจริง
คุณครูเดินมาถูกทางแล้วครับขอให้เพิ่มบันทึกให้มากๆน่ะครับและอย่าลืมอ่านบันทึกของท่านอื่นด้วยน่ะครับแสดงข้อคิดเห็นด้วยน่ะครับ
วิทยากร
น้องเริ่มต้นได้ดีแล้ว ขอให้ทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง
พัฒนาวิธีการนำเสนอให้น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อมีสมาชิกเข้ามาอ่านกันมาก ๆ
ประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะมีมากขึ้นเป็น
เงาตามตัว พี่ขอเอาใจช่วย
ผมเป็นคนหนึ่งที่รักนาฎศิลป์ไทยมากครับ
สมัยผมเป็นนักเรียนผมก้เป้นคนเล่นดนตรีไทย
จนมาถึงทุกวันนี้ก็ยังเล่นในเวลา ว่าง ๆ ครับ
อยากให้เด็กไทยหามาสนใจมาก ๆ นะครับ
ทุกวันนี้วัฒนะธรรมตะวันตกมีมากวะจน จะกลืน ของดังเดิมไปซะหมดแล้ว ครับ
แวะมาทักทายครับ
ผมเป็นคนหนึ่งที่รักนาฎศิลป์ไทยมากครับ
สมัยผมเป็นนักเรียนผมก้เป้นคนเล่นดนตรีไทย
จนมาถึงทุกวันนี้ก็ยังเล่นในเวลา ว่าง ๆ ครับ
อยากให้เด็กไทยหามาสนใจมาก ๆ นะครับ
ทุกวันนี้วัฒนะธรรมตะวันตกมีมากวะจน จะกลืน ของดังเดิมไปซะหมดแล้ว ครับ
หนูรักในการำคะ
คนที่บ้านผมก็ชอบนาฏศิลป์
เนื้อหาดีมากค่ะ
เราก้เคยเป็นเด็กนาฏศิลป์
แต่เลิกรำมาแร้ว2ปี
อยากกลับไปรำอีก
แต่ตอนนี้เรียนหนักมาก