วันนี้รู้สึกว่าคงนั่งผิดที่ ไม่รู้อะไรดูดพลังไปหมด หรือว่าเริ่มมีเรื่องที่ต้องคิดหลายอย่างในเวลาอันจำกัด แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าช่วงนี้ต้องเขียนบันทึกให้ได้ทุกวันติดต่อกัน ยกเว้นวันที่จะต้องไปทำหน้าที่เป็นคนดีของแม่ และของสังคม
เหลือบมองรอบโต๊ะทำงาน จะเขียนเกี่ยวกับอะไรดีหนอ อ้อ ! เห็นแล้วมีกระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่ที่ผนังกั้นโต๊ะ เอามาติดไว้เตือนสติ เคยมีคนมาหาที่ห้อง พอเห็นก็ขอสำเนาไป
เรื่องมีอยู่ว่า เขาเปรียบเทียบการวางตัวของคนในที่ทำงานกับสัตว์สี่ประเภท
"จงอดทนเหมือนอูฐ ไม่พูดเหมือนปลา ซื่อสัตย์เหมือนหมา โง่เหมือนควาย" งงล่ะสิคะ เจ้าตัวแรกๆ ยังไม่เท่าไร แต่ทำไมต้องโง่เหมือนน้องควาย ลองติดตามอ่านต่อไปนะคะ
- จงเป็นอูฐ หมายถึง ในการทำงานต้องรู้จักที่จะใช้ความอดทน อดกลั้น เรียกง่ายๆ ว่าต้องอึด เพื่อที่จะทำให้งานออกมามีคุณภาพ (แต่ของเรารู้สึกว่าจะอืดมากกว่าอึด)
- จงเป็นปลา ก็น่ารักดีนะ แต่เขาเปรียบเทียบกับการต้องติดต่อประสานงานกับผู้อื่น ในบางครั้งเราต้องรู้จักการนิ่งๆ ไม่พูด หากคิดอะไรก็พูดออกมาหมด ฟังดูแล้วเหมือนคิดในใจไม่เป็น หรืออาจเป็นการบ่นมากกว่า รวมถึงต้องไม่นำเรื่องลบๆ ในที่ทำงานไปพูดต่อให้คนภายนอกฟัง
- จงเป็นหมา แน่นอนต้องอยากให้เราซื่อสัตย์สุจริตต่อกันและกัน ช่วยปกป้องเพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเพื่อนกับเพื่อน หรือหัวหน้ากับลูกน้อง อันนี้หัวหน้าต้องชอบ อยากได้ลูกน้องที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดี
- จงเป็นควาย เฉลยแล้วล่ะ เขาตั้งใจหมายถึง ให้เราต้องทำโง่บ้าง อย่าอวดรู้ อวดฉลาดไปซะหมด หัดฟังคนอื่นให้มากๆ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เรารู้แล้วก็ตาม ต้องปล่อยให้เขาพูดเพื่อไม่บั่นทอนกำลังใจของเพื่อนร่วมงาน เปิดโอกาสให้คนอื่นแสดงออกบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเองเป็นดาวเด่นเพียงผู้เดียว
เรื่องนี้นำไปปรับใช้ได้ตามสถานการณ์ ในการเป็นคุณอำนวย หรือเป็นคุณอำนาจก็ดี ต้องมีทักษะการเปิดใจรับฟังมากๆ ก็อาจจะเข้าข่ายเป็นปลา หรือควายก็ได้ เห็นไหมคะว่า พอฟังคำเฉลยแล้ว ก็เป็นการทำให้เราจดจำเทคนิคนี้ได้ง่ายขึ้น
บอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้ขอให้พลังจงกลับมาอยู่กับเราเพื่อให้เป็นอูฐในระหว่างวันทำงาน อดทนทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ คุณสมบัติอย่างหนึ่งของมะหมา ที่ในบทความนี้ไม่ได้พูดถึงก็คือ น้องหมาเวลาเหนื่อยเขาจะนอนหลับอย่างเป็นสุขเพื่อพักผ่อนเรียกพลังกลับคืนมา เหนื่อยนักก็พักดีกว่า ชาร์ตแบ็ตแล้วค่อยกลับมาสู้ใหม่ ไปล่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้ว คิดว่า เข้าใจคิดนะคะ คิดให้เราสบายใจ positive
สวัสดีค่ะ
Positive thinking ดีนะคะ เข้าใจคิดค่ะ
สวัสดีครับพี่ส้ม
วันนี้ผมก็เหมือนโดนดูดพลังยังไงไม่รู้เช่นกันครับ
เหนื่อย ๆ ครับ วันนี้เลยปล่อยใจท่องเน็ตซะหน่อย 55
ได้อ่านบทความของพี่ส้ม ได้รู้อะไร ๆ เพิ่มขึ้น
และที่สำคัญ ได้เห็นการเป็น role model ที่ดีในด้าน
การเรียนรู้หรือการแสวงหาความรู้ครับ โชคดีจิงๆๆ
ที่ได้มีโอกาสรูจักกับพี่ส้มคับ ขอบคุณครับผม
แล้วจะแวะมาขอแบ่งปันสิ่งดีๆๆใหม่ ครับ (ตอนนี้ขอ
ปันอย่างเดียวก่อนนะครับ ยังไม่มีเวลาแชร์สิ่งดีดีกลับ
คืนบ้างเลย ไม่ว่ากันนะครับ take care ครับ
ด้วยความยินดีค่ะ น้องตั๋ง ถ้าหากว่าสิ่งที่พี่แบ่งปันจะเป็นประโยชน์แก่น้อง และคนอื่นๆ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน พี่ก็มีเรื่องที่จะเล่าอีกเยอะค่ะ แล้วแวะมาใหม่นะคะ
สวัสดีค่ะ พี่ sasinanda
ขอขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียน และความเห็นที่ให้ค่ะ เวลาที่เราไม่ค่อยสบายใจ ก็ต้องอาศัยสิ่งรอบตัวที่คิดว่าพอจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นมาได้ อย่างเมื่อวานก็กลับไปอ่านหนังสือธรรมะ เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน รู้สึกว่าเป็นประโยชน์ และช่วยเตือนสติตัวเองได้ดีทีเดียวค่ะ
สวัสดีครับพี่ส้ม
วันนี้เป็นอีกวันที่พี่ส้มได้ Capture ให้กับน้องๆ ได้ดีเดียวมากเลยครับ ตอนแรกอ่านยังไม่ทันคิดเลยว่าจะโยงเขากับ FA ได้ พอมาอ่านตรงสรุปใช่เลย เราเหล่า FA นำมาหยิบใช้ได้เลยครับ วันนี้อาจจะเขียนน้อยหน่อยครับ กำลังมีภาระติดพันครับ
เมื่อวานลองใช้เทคนิคเป็น ค ควาย อดใจไม่พูด ปกติจะใจร้อน โต้ตอบเร็ว แต่ลองตั้งสติ ปล่อยให้คนเข้าประชุมพูดๆ ระบายความอัดอั้นในใจ เมื่อเขาพูดเสร็จ เราค่อยชี้แจงเหตุผล พร้อมยกตัวอย่างดีๆ ของการนำเครื่องมือใหม่มาใช้ในการทำกิจกรรม เขาก็รับฟังด้วยดี พร้อมที่จะร่วมมือ เลยจบแบบ happy ending ที่ผ่านมาเป็นเพราะไม่มีคนสื่อสารให้เข้าใจแบบตัวต่อตัว one way communication เร็วก็จริง แต่ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับ two way อยู่แล้ว