ปัญญาพิสัย  เป็นคำทางจิตวิทยาการศึกษา  หรือ ทางการศึกษา  บางทีเรียกกันว่า  พุทธิพิสัย  คำ พุทธิ  แปลว่า ปัญญา  ผมเห็นว่า  คำ  พุทธิ มันคุ้นๆใกล้ไปทางคำว่า  พุทธ  ผมจึงใช้คำ   ปัญญา  แทน ครับ  เป็น ปัญญาพิสัย  ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ  ก็จะตรงกับคำว่า  Cognitive Domain

ในบล็อกต่างๆนับจากเรื่องของ  ความจำ,  ความเข้าใจ, การนำไปใช้, การวิเคราะห์,  การสังเคราะห์, และการประเมินค่า ทั้งหมดนั้น จัดเป็นพวก "ความคิด"  หรือ "ปัญญา"  ซึ่งไม่ใช่พวก "อารมณ์"

ความสามารถทางปัญญาเหล่านี้  จะเรียงกันเป็น "ลำดับขั้น"  นับจาก "ขั้นพื้นฐาน"  คือ "ความจำ" เป็นต้นไปจนถึง "การประเมินค่า"  นั่นคือ ถ้าไม่มีความจำแล้ว จะเกิดความคิดเข้าใจไม่ได้  และถ้าไม่มีความคิดเข้าใจแล้ว จะมีการคิดการนำไปใช้ไม่ได้  เป็นดังนี้เรื่อยไปจนถึงขั้นการคิดประเมินค่าครับ

นักการศึกษาของเราได้อาศัยความรู้นี้เป็นแนวทางในการพัฒนาคนในขาติของเรา  โดยการเขียน "พฤติกรรมทางปัญญาเหล่านี้ไว้ในจุดประสงค์ของหลักสูตร์"นับแต่ระดับประถมถึงมัธยม  ถ้าเราไปเปิดดูหลักสูตรดังกล่าว  ก็จะพบข้อความในทำนองว่า "เพื่อพัฒนาความความจำ ความเข้าใจ ใน.......... "  หรือ  "เพื่อให้สามารถ นำไปใช้  วิเคราะห์ .... " เป็นต้น   แต่นับจากที่ได้ปฎิรูปการเรียนการสอนหลังปี ๒๕๔๐ แล้ว  เราจะพบคำว่า " การคิดวิเคราะห์,  การคิดสังเคราะห์,  การคิดสร้างสรรค์"   หนาแน่นมาก

เราสร้างหลักสูตร  เราสร้างโรงเรียน  เราจ้างครู  แล้ว เราออกกฎหมาย"บังคับ"เด็กให้ต้องไปเข้าโรงเรียน  นั่งหน้าสลอนเพื่อรอให้ครู"พัฒนาความสามารถด้านปัญญาพิสัย" เหล่านั้นแก่เด็กนักเรียนของเรา ครับ

แต่ความจริงเราพบว่า  การสอนเพื่อ "พัฒนาปัญญาขั้นสูงๆขึ้นไป--นับตั้งแต่ความคิดเข้าใจ, นำไปใช้, ไปจึงถึง คิดประเมินค่านั้น " นั้น  ครูมักจะไม่ได้สอนกัน !  (มันคงสอนยากกระมัง)  ส่วนใหญ่จะสอนแต่ระดับ "ความจำ" !!

ความจริงอันนี้ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันครับ โดยได้รับคำยืนยันอยูเป็นระยะๆจาก "สมศ" ครับ