แรงจูงใจจากภายในที่ฝรั่งเขาเรียกว่า intrinsic motivation
       มีหลายคนที่ชอบมาเรียนสาย หรือเพื่อนชอบมาเรียนสาย คนที่มาเรียนเช้าอาจมองพวกมาเรียนสายไม่มีความรับผิดชอบบ้าง ขี้เกียจบ้าง  แต่เชื่อไหมมีคนหลายคนที่มาเรียนสายก็เรียนหนังสือได้ดี หรือดีกว่า (พวกที่มาเช้า) ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาเรื่องการเรียน ถ้ามองคนมาเรียนสายจะมีลักษณะนิสัยมาสายเป็นประจำ สายน้อยบ้างมากบ้าง  ผมคนหนึ่งที่ชอบมาเรียนสาย ตอนสมัยเรียนอยู่ อาจารย์ฝรั่งมักหาวิธีกลั่นแกล้ง เช่น ถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สอนตอนที่เดินเข้ามาทันที ไม่อ่านวิทยานิพนธ์ให้ หรือพูดประชดประชันต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น ให้อาย (แต่ก็ ไม่รู้สึก หัวเราะอีกต่างหาก) เพราะเป็นคนที่มาสายประจำ ซึ่งฝรั่งเขาถือมาก แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้ ทำจนอาจารย์คิดว่าไม่มี ประโยชน์ที่จะเปลี่ยนนิสัย คนขี้เกียจคนนี้  ถ้าถามว่าทำไมตอนนั้นถึงเป็นอย่างนั้น คือตอนนั้นมันไม่มีแรงผลักดันจากภายในให้ไปเช้า ถ้าสมมุติว่าพรุ่งนี้จะต้องไปสนามบิน เอออย่างนี้นอนดึกเท่าไหร่ตื่นยังเป็นตีสามตีสี่  แต่วันหนึ่งอาจารย์ต้องตกใจเพราะมาเช้ากว่าปกติ อาจารย์ถามว่าทำไมถึงเปลี่ยนไป  คำตอบสั้นๆ คือผมอยากจบ ไม่อยาก terminate (ต้องออกเพราะทำวิทยานิพนธ์อย่างไรก็ไม่จบ)ครับ     ความอยากทำนี่มันมีกำลังมากจริงๆ โดยเฉพาะความอยากทำสิ่งต่างๆที่มาจากภายใน หรือแรงจูงใจจากภายในที่ฝรั่งเขาเรียกว่า intrinsic motivation หลักการ child centre (เด็กเป็นศูนย์กลาง)หรือ ถูกปรับจนเรียกว่า Resource based learning ก็คือหลักการที่ทำให้เกิดความสนใจส่วนบุคคลที่จะทำให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนได้ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยทุกคนอาจต้องเข้าศูนย์ภาษา (self-access learning centre)เพื่อไปอ่านในสิ่งที่ตัวเองสนใจ ค้นคว้าสิ่งตัวเองสนใจ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจจากภายใน (แต่ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่เพราะ เด็กไทยอาจไม่ถูกฝึกให้ทำตั้งแต่เด็ก)  ครั้งต่อไปเรามาพูดกันต่อว่าแล้วจะทำให้เกิดได้อย่างไร