Bhinneka Tunggal Ika : เอกภาพในความหลากหลาย

       คนส่วนใหญ่กังวลเรื่องภาษาเวลาไปต่างแดน ด้วยกลัวว่าจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ และไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครในยามที่มีปัญหาได้ แต่ขอให้ตัดไปได้เลยหากโปรแกรมต่อไปคือ บาหลี

     อินโดนีเซีย (Indonesia) หรือสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทร เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก  ประชากรส่วนใหญ่พูดได้อย่างน้อย 2 ภาษา คือ ภาษาอินโดที่เป็นภาษาราชการ และภาษาท้องถิ่น  เช่น บาหลี หรือจาวา (Java หรือ Jawa) เป็นต้น  ยกตัวอย่าง ภาษาจาวา ก็เปรียบเสมือนภาษาเหนือบ้านเรา เพราะคนอินโดด้วยกันเองบอกว่า จาวาเป็นภาษาที่พูดช้า เนิบนาบ เสียง ร ล ไม่ชัดเท่าภาษาอินโดทั่วๆ ไป แต่คนเหนือก็สามารถพูดภาษากลางและสื่อสารได้เช่นกัน

     อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะต่างๆ เกือบ 18,000 เกาะ และมีประชากรมากถึง 222,781,000 คน (สองร้อยยี่สิบสองล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นหนึ่งพันคน)  : ข้อมูลโดยประมาณ ปี 2548   จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่อินโดนีเซียจะมีภาษาท้องถิ่นเป็นจำนวนมากกว่า 200 ภาษา   แต่อย่างไรก็ดี ต่างก็สามารถสื่อสารกันได้ เพราะมีภาษาราชการและรากฐานภาษามาจากภาษามลายู หรือ บาฮาซาอินโดนีเซียนั่นเอง  

     ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม  ยกเว้นที่บาหลี ซึ่งคนจำนวนมากนั้นนับถือพราหมณ์-ฮินดู ทำให้วัฒนธรรม ประเพณี และนิสัยใจคอต่างจากคนในเกาะอื่นๆ  อีกทั้งเป็นสถานที่ที่มีแต่ความงดงามทางธรรมชาติ  มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและประเพณีอันน่ายกย่อง รวมถึงมีน้ำใจ พยายามทำความเข้าใจและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นเป็นอย่างดี ทำให้นักท่องเที่ยวนานาชาติต่างพากันแห่มาที่บาหลีเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไม ไปบาหลีแล้วไม่ต้องเก่งภาษาก็เอาตัวรอดได้

     แต่เมื่อไปถึงเรือนชานเขาแล้ว จะให้เขารัก เขาชอบ ก็ต้องทำตัวกลมกลืนหน่อย แค่ทักทายง่ายๆ ด้วยภาษาพื้นบ้าน ก็ถือเป็นการเริ่มต้นสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกันแล้ว  จึงเก็บตกภาษาบาหลีที่คาดว่าจะมีประโยชน์ เป็นคาถารัก คาถาหลง พูดออกไปก็จะมีแต่คนชื่มชมและยกย่อง พร้อมรอยยิ้มที่มีแจกจ่ายจนเก็บเอากลับมาไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

          เมื่อยามพบหน้าให้กล่าวว่า

          โอม สวัชเตีย สะตู แปลง่ายๆ ว่าขอให้พระเจ้าคุ้มครองคุณ

          เมื่อจะขอตัวลากลับ ก็ให้บอกว่า ติดติยัง ปาเมสส

          และจากลาด้วย โอม ศานติ ศานติ ขอให้จงมีแต่สันติด้วยเทอญ พร้อมกับพนมมือแนบอก

     แค่สามคำนี้ ก็ทำเอาหัวใจของชาวบาหลีชุ่มชื่นและเต็มอิ่มในความรู้สึกแล้วค่ะ 

          MATUR SUKSMA   (มาตูรู ซุกซะเมอว์)        Thank you very much

          SUKSMA WARI (ซุกซะเมอว์ วารี)                    You’re welcome

          (ถ้าเป็นภาษาอินโดนีเซียใช้  Kembali : กัมบาลี หรือ SAMA-SAMA : ซามา-ซามา มีความหมายเดียวกันค่ะ)

          PERMISI (เปอมิสซี)                                     ขออนุญาต

          AKU SENENG BALI (อะกู ซะเนิง บาลี)     I  LOVE BALI

CANTIK (จานติก)                                         สวย 

GANTENG (กานเติง)                                    หล่อ

ปลี่...ใช้เรียกพี่ชาย   เวลาหลงทางหรือเจอทางแยกที่มักไม่มีป้ายบอกก็เรียกเลยค่ะ  ปลี่...Ubud?  ถึงจะสื่อสารด้วยภาษาไม่เข้าใจ แต่ทุกคนก็พยายามให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีค่ะ ช่วงหลงทางอาจจะต้องแวะถามหลายรอบหน่อย แต่จากประสบการณ์ก็มีแต่คนให้ความช่วยเหลือดีค่ะ

ส่วนชื่อของคนนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่าจะมีชื่อซ้ำๆ กันเยอะ เพราะคนบาหลีนิยมตั้งชื่อกันตามลำดับการเกิด  คือ  คนแรกเรียกว่า กุเด๊ะ หรือวายัน  คนรอง ขะเด๊กซ์  คนที่สามเรียก โยมาน  ส่วนคนที่สี่จำไม่ได้ค่ะ หลังจากนั้นคนที่ห้าก็จะกลับมาใช้ชื่อของคนแรก คือ กุเด๊ะ อีกครั้งแล้วก็วนต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

เนื่องจากได้มาทั้งภาษาบาหลี และอินโดนีเซีย  ซึ่งจะหนักไปทางอย่างหลังเสียมากกว่า จึงต้องต่อกันอีกเรื่องด้วย ภาษาอินโดนีเซีย โดยเฉพาะล่ะค่ะ