18 เมษายน 2550 เวลา 16.30-18.00 น. มีบรรยายธรรม เรื่อง “การฝึกสติในชีวิตประจำวันโดยแพทย์หญิงอมรา  มลิลา ณ ตึก 8 ชั้น 3 สถาบันบำราศนราดูร ได้ถอดเทปและย่อ(ประมาณ60%)นำมาฝากดังนี้ค่ะ

สติ คือองครักษ์พิทักษ์เรา ให้คิดไปในทางกุศล

สติ คืออาการของใจของเราเอง ใจก็มีอิริยาบทเหมือนกาย รู้ เสพอารมณ์ ใจที่ไม่มีสติรักษาไว้พออะไรไม่เป็นไปตามที่ปรารถนาก็จะทำสิ่งที่ไม่สมควรซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไป ถ้ามีสติก็จะปกป้องเราได้ ยับยั้งสิ่งที่ไม่ควรทำได้  ดังนั้นเมื่อมีอะไรมากระทบให้นิ่งเงียบก่อน(เอาซิบเยอรมัน 2 เส้นรูดปิดปากให้สนิท) ให้ดูใจของตัวเองไป ถ้าดูไม่ได้ให้เอาลมหายใจมาเป็นทุ่นถ่วงไว้ หายใจเข้าออกยาวๆลึกๆ เหมือนน้ำกำลังเดือดให้มีช่องให้ระบายไอเดือดของน้ำ  ใจจะเย็นลง เราต้องเริ่มฝึก เมื่อทำไปเรื่อยๆ ต่อไปสติจะมารักษาคุมใจ ทำให้รู้ด้วยปัญญาและแก้ปัญหาได้

ตื่นนอนตอนเช้าฝึกโดยจะลุกตะแคงตัวให้รู้ตามอาการเคลื่อนไหว มีจุดให้ทุ่นมาเกาะเมื่อสติมาแล้ว ฐานใจจะมั่นคง จะสงบ เห็นลู่ทางแก้ปัญหา สติที่คมเข้มปัญญาจะเกิดตามมา  อยู่กับปัจจุบันให้ได้เพื่อให้สติเป็นกาวแนบชิดกับกายใจของเรา  เช้าทำสมาธิเมื่อใจสงบ ก็นึกทบทวนพิจารณาการกระทำที่ผ่านมาทั้งวันว่ามีอะไรไม่ชอบไม่ควรใช้สติทบทวนชำระปัญหาเพื่อให้เกิดปัญญา จะได้ไม่กระทำผิดอีก

นักปราชญ์ที่ขาดสติ ก็จะกลายเป็นคนโง่เซ่อได้

เรื่อง ลาภลอยเป็นผลมาจากบุญกุศลที่เราเคยได้ทำมาก่อนในอดีต เราประกอบเหตุอย่างไหนไว้ เราก็จะได้ผลอย่างนั้น ดังนั้นการประกอบเหตุที่เป็นกุศลก็จะส่งผลให้เกิดสิ่งที่ดี

คำถาม   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">ข้อ1.คนไข้, ญาติหรือคนที่รู้จักนอนรอความตาย ใกล้จะสิ้นใจ ยังไม่เคยฝึกเจริญภาวนามาก่อนจะมีวิธีการเตรียมตัวอย่างไร ก่อนสิ้นใจค่ะ เราควรจะช่วยเหลือให้ใจเขาสงบและวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่มีห่วงได้อย่างไรคะ</p>

ตอบ ตั้งใจช่วยได้ แต่อย่าตั้งความหวัง โดยเราเอาสติมาอยู่กับใจเรา ให้ใจเราสงบอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเป็นเหมือนสนามแม่เหล็ก ให้พลังใจของเราช่วยเขาเหมือนให้ตกอยู่ในสนามแม่เหล็ก แผ่เมตตาบอกเขาว่าแม้ร่างกายจะเจ็บป่วยสูญสิ้นไป แต่ใจสำคัญ ใจไม่ตาย  ถ้าใจสงบเมื่อหมดลมหายใจ ใจจะได้ไม่ทุรนทุราย และพึ่งตนเองได้ ซึ่งถ้าผู้ป่วยเปิดใจรับ จะสงบ หรืออาจใช้อุบายช่วยให้ผู้ป่วยใจสงบ เช่นให้ดูหยดน้ำเกลือ แล้วพุทโธ ไปเรื่อยๆก็ได้  บางคนที่พูดไม่ได้อาจจับมือ และให้บีบมือสื่อสารความต้องการ หรือบางรายอาจอยากให้มีใครอยู่ข้างๆ ไม่ถูกทอดทิ้ง  เราเองก็แผ่เมตตาไปเรื่อยๆ ประคองใจให้เป็นกุศลไว้ โอกาสที่สติอยู่กับใจ อาจช่วยให้เขาไปสู่ภพภูมิที่ดี

  

ข้อ2.มีความเห็นเช่นไรกับการแขวนองค์พ่อจตุคามรามเทพ

ตอบ    อะไรก็ไม่ดียิ่งไปกว่าใจของเราเอง เรามีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าเราเอาพระไว้ที่ใจ เราก็ตั้งสติทำใจให้สงบเป็นสมาธิได้ เราไม่ควรเอาอะไรมาแขวนทั้งนั้น  แต่ถ้าเราเป็นเหมือนเด็กๆ แขวนจตุคามเอาไว้ เวลาโกรธใคร เอามือคลำเจอจตุคาม คิดว่าจตุคามให้สติเรานะ ทำให้เราตั้งสติได้ ทำให้เราทำสิ่งที่เป็นกุศลได้ ก็เอาไว้ก่อน  แล้วต่อไปเอาจตุคามใส่เอาไว้ในใจไม่ต้องแขวนแล้ว

อ่านต่อตอน 2 ค่ะ

</span>