10ปีที่ผ่านมา ศ.ดร.เสน่ห์ จามริก ได้ชวนนักวิชาการและนักพัฒนาลงมาเรียนรู้กับชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ ต่อมาได้ร่วมมือกันจัดตั้งโรงเรียนชุมชนอีสาน มีคนถามว่า โรงเรียนชุมชนอีสานคืออะไร..ผมให้คำนิยามว่า..”โรงเรียนชุมชนอีสาน คือยาขมหม้อใหญ่ที่แต่งขึ้นมาเพื่อรักษาไข้ใจของคนอีสาน” ในโครงการนี้มีการสร้างระบบสารสนเทศเพื่อท้องถิ่น โดยมีอาจารย์นฤมล ปราชญ์โยธิน และคุณอภิชาต เจริญมา จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นหัวเรือใหญ่ และมีสต๊าฟนักศึกษาปริญญาโทคอยสงเคราะห์ข้อมูลอยู่ที่มหาวิทยาลัยประมาณ15คน ทั้งสองท่านเป็นลูกศิษย์อาจารย์กัน อาสามาทำเรื่องดังกล่าว ได้ลงพื้นที่ทำงานอย่างหนักเป็นเวลา3ปี เข้าออกครัวเรือนสมาชิกในพื้นที่เป้าหมายทุกเดือน จนชาวบ้านรู้จักมักจี่สนิทสนมสามารถจับเข่าคุยกันได้ทุกกรณี ทำให้การสร้างระบบข้อมูลสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม
หลังจากปิดโครงการ คุณอภิชาต เจริญมา ที่เราเรียกกันว่า “คุณอ้น” หรือ “อาจารย์อ้น” ได้สละชีวิตคนกรุงที่สะดวกสบายมาใช้ชีวิตแบบชาวบ้านเต็มรูปแบบ ได้หาซื้อที่ดินประมาณ12ไร่ ปลูกกระต๊อบจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดอยู่วับๆแวมๆคนเดียว นับเป็นปรากฏการที่โจดขานกันมาก เพราะพื้นที่แห่งนั้นขึ้นชื่อว่าดอนผีดุ ไม่มีใครกล้ากล้ำกรายไปง่ายๆ เจ้าของที่ดินขายให้ก็เพราะเป็นที่ดินลูกรังเสื่อมโทรม ปลูกพืชผลทำกินอะไรไม่ได้ผล
คุณอ้นของเราได้พิสูจน์การใช้ชีวิตที่พอเพียง นับตั้งแต่ระบบคิดและวิธีการ ท้าพิสูจน์ตั้งแต่วันแรกแล้วว่าสู้กับผีดุได้ ต่อมาได้ขุดสระน้ำเอาปลามาปล่อย ปลูกต้นไม้เสริมทั้งไม้ดอกไม้ผลไม้ป่า จัดระเบียบชีวิตได้อย่างสมดุลประหยัดอยู่ประหยัดใช้ ค่อยๆก่อสร้างบ้าน และเรือนพักผ่อนขึ้นปีละหลัง ทำแบบเก๋ไก๋เล็กๆแทรกตัวอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ ปัจจุบันกลายเป็นที่เรียนรู้ของเด็กๆและชาวบ้านในละแวกนั้น มีนักศึกษาจากกรุงเทพฯหมุนเวียนมาเยือนตลอดปี
อาจารย์นฤมลจะลงมาเป็นครั้งคราว เรานัดหมายพบกันปีละครั้งหรือสองครั้ง ถ้ามีกิจกรรมหรือคิดถึงกันก็จะไปมาหาสู่กัน แต่ปีนี้คุณอ้นพยายามติดต่อผมล่วงหน้าหลายเดือน ถึงกับถามไถ่ไปทุกสาขาทั่วประเทศ ว่าผมหายหน้าหรือเป็นตายร้ายดีประการใด จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ได้คุยโทรศัพท์ จึงนัดหมายที่จะไปกินข้าวกลางวันกัน
ผมชวนน้องออยลูกสาว มีอาจารย์สำเนียง และอาจารย์พรหมมี ประยุทธเต ไปด้วย เราไปถึงประมาณเที่ยงครึ่ง พบว่ามีบ้านพักรับรองขึ้นมาอีก และมีเรือนนั่งเล่นชายน้ำอีก2หลัง เจ้าภาพได้เตรียมอาหารจำพวกปลาที่ผมชอบ ครูอ้นทำหน้าที่ปอกสับปะรดแบบฮาวายให้ชิม เอาขิมมาเล่นเพลงให้เราฟัง อาจารย์นฤมลและลูกศิษย์ได้ขอรดน้ำสงกรานต์ เป็นพิธีเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่มาก อาจารย์นฤมลแต่งเพลงไทยเดิม โดยเอาชื่อไม้ดอกที่มีอยู่รอบๆบ้านมาเป็นเนื้อเพลง “เอ๋ยช่อมะไฟ แสนรักอาลัยยิ่งกว่าใครเอย”
..คุณลูกศิษย์อ้นเล่นขิมรับคำร้องอาจารย์เป็นช่วงๆ ร้องสดๆ เล่นขิมสดๆ จัดกันง่ายๆแต่ประทับใจมาก ทุกครั้งที่เจอกันจะมีเรื่องให้คาดไม่ถึงเป็นเช่นนี้เสมอ
ผมนั่งพิเคราะห์แล้ว ชีวิตที่เป็นระเบียนชัดเจนทั้งวิธีคิดวิธีทำ จนเกิดวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนของหนุ่มเมืองกรุงคนนี้ ดำเนินชีวิตมาเป็นเวลา7ปี มันยิ่งกว่านิยายที่เขียนกัน ไม่สามารถจะประเมินประมวลอะไรได้ดีเท่ากับ ยกสถานะให้คุณอ้นเป็นฤๅษียุคนี้ที่มีตัวตนจริงๆ อมิตรพุทธ..
สวัสดีค่ะครูบาสุทธินันท์ ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
อิอิ.....ขำขำ
อ้าว! นึกว่าครูชอบร้องเพลง แต่แต่งกลอนเก่งนี่ก็เยี่ยมแล้ว ให้คนทำกับข้าวเก่งร้องให้ฟังก็พอแล้ว อิอิ
วันหลังจะพาไปเที่ยว
เป็นการมาอยู่แบบสร้างแนวคิดให้คนชนบทเห็นจุดแข็งของตนเอง ว่าที่เข้าใจ ที่เป็นอยู่นั้น ที่แท้ เป็นฉันใด ทำให้ดู อยู่ให้เห็น ช็อกความคิดเสียเลย ท่านบางทรายว่าไหม ถ้ามีอย่างนี้สัก 100 คน แผ่นดินไทยคงไสวสว่าง
เฮ้ ! ไปด้วย ไปด้วย
สวัสดีค่ะ ครูบา
ไม่อยากบอกเลยว่าคิดจะไปอยู่แบบนี้เหมือนกัน (มันฟังดูโม้ๆ ชอบกล) ชอบวิธีการดำเนินชีวิตแบบไกล้ชิดธรรมชาติมาก แม้จะเกิดเป็นคนเมืองก็ตาม แต่ยังไม่รู้ว่าถึงเวลาเอาจริง จะอยู่ได้ไหม ; ) ตอนนี้ตั้งเป็นจุดมุ่งหมายไว้ก่อน พอทำประโยชน์ให้เมืองจนอิ่มตัวแล้ว ก็คงได้รู้กันค่ะ
หนูแจ้งวันลาออกจากบริษัทแล้ว ขอแจ้งว่าจะไปเป็นเนกขัมมะ นุ่งขาวห่มขาว ที่วัดเขาสารพัดดี จ.ชัยนาท ตั้งแต่วันวิสาขบูชาเป็นต้นไป ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพ่อครูฯ
วันหน้าถ้าไปบ้านพ่อครูฯ อีก เราจัดโปรแกรมไปเรียนรู้การเล่นขิม ที่นี่ด้วยนะคะ พ่อครูฯ
สวัสดีค่ะครูบาขา...
ไปไหนค่ะ ไปด้วยค่ะ อยู่ไกลจากสวนป่ามั้ยค่ะ...กระท่อมฤาษีน่ารักจังเลยค่ะ รูปน้องออยก็น่ารัก ครูบาถ่ายภาพเก่งจังเลยค่ะ
กระท่อมฤาษีเป็นที่น่าสนใจมาก ใครเห็นต้องชอบ ถ้ารวมตัวกันอีกจะพาร์ไปทัวร์ นั่งรถใช้เวลา1 ชั่วโมง เท่านั้น
ชมรมชาวก้วนเฮฮาศาสตร์