เช้าของวันที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๐ หลังจากตื่นจากที่นอน ทำภารกิจบางอย่างก็ปาเข้าไปเกือบเก้าโมงเช้า จึงรีบไปจองตั๋วเพื่อกลับจังหวัดปทุมธานีในเย็นของอีกวันหนึ่ง (รีบไปจองก่อนที่ในตัวเมืองหาดใหญ่รถจะเข้าไปไม่ได้) เราได้ไปเตรียมพวงมาลัย สร้อยมาลัย และน้ำสำหรับรดน้ำผู้ใหญ่ที่ผสมด้วยดอกมะลิและน้ำอบหอม เราซื้อส้มมาไว้ ๒ กิโลกรัม เพื่อหวังว่าวันนี้ที่หน้าบ้านจะมีการเล่นน้ำในวันสงกรานต์ เมื่อเตรียมน้ำเป็นที่เรียบร้อยจึงไปรดน้ำให้แม่เฒ่าพร้อมด้วยพวงมาลัย ท่านให้พรเราหลายประการ จากนั้นจึงไปหาปู่เพื่อรดน้ำและมอบสร้อยมะลิให้ท่าน ก็ได้รับพรเป็นภาษาไทยโดยไม่ต้องแปลจากภาษาบาลีอีกเช่นกัน เวลาที่เหลือหลังจากทำภารกิจที่ควรทำเสร็จก็คือการเล่นน้ำสงกรานต์หน้าบ้าน ดูตลอดถนนในซอยนี้มีจุดเล่นน้ำสงกรานต์อยู่ตลอดแนว เด็กๆ สนุกสนานกับการเล่นน้ำ การสาดน้ำทั้งวัยรุ่น เฒ่าแก่ กลางคน หนุ่มสาวที่นั่งรถผ่านมาเป็นกลุ่มๆ เสียงเฮฮาสนุกสนานกับการสาดน้ำใส่ผู้เล่นน้ำทั้งฝ่ายที่อยู่บนรถกระบะและฝ่ายที่อยู่ประจำจุดต่างๆ หากสนิทสนมมากหน่อยก็โลดโผนกับการเล่นน้ำมากหน่อย หากไม่ค่อยสนิทสนมก็จะมีการขอโทษก่อนที่จะราดน้ำและปะแป้ง น้ำที่ทำให้ต้องร้องลั่นคือน้ำที่ใส่น้ำแข็งใครโดนเข้าก็จะชุ่มเย็นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย กรัชกายเล่นน้ำกับเขาสักครู่หนึ่งก็ขอถอนตัวเข้าบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า ดูคนเล่นน้ำบ้างในบางคราว วันนี้เสียงเพลงจากเครื่องขยายเสียงสองฟากถนนในแต่ละจุดดังสนั่น แต่ก็ไม่เท่ากลางคืนในเมืองหาดใหญ่แสบแก้วหูจนหูไม่ได้ยินอะไรเลย

             เกือบเย็นที่ฝนเทลงมาห่าใหญ่ แต่ไม่ได้ทำให้คนเล่นน้ำหยุดเล่นน้ำได้ ยังคงเล่นกันอย่างสนุกสนานร่าเริงจวบจนเย็นเกือบค่ำ วันนี้ เม็ดดินเม็ดทราย คงจะร่าเริงยินดี ยิ้มร่าสดใสเป็นอย่างยิ่ง นอกจากฝนที่เทลงมาแล้ว ยังมีน้ำที่มนุษย์ได้ราดรดมนุษย์กันเองและไหลเจิ่งนองลงผืนแผ่นดิน น้ำที่มนุษย์ได้นำมาราดรดกันไม่ได้มาจากไหนหรอก คือน้ำประปาที่มนุษย์ไขขึ้นจากแผ่นดินสู่ที่เก็บและปล่อยไปตามบ้านต่างๆ น้ำเหล่านี้อย่างไรเสียก็ไหลลงสู่แผ่นดินอยู่ดี เดือนหน้าคงเสียค่าน้ำประปากันอย่างสบายใจแน่ๆ