"ออมสิน" รับลูกรัฐอัดสินเชื่อแสนล้านลงรากหญ้ากระตุ้น ศก.

        ออมสินขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้าอัดสินเชื่อกว่า 1 แสนล้านลงสู่รากหญ้า หลังพบภาพรวมปล่อยกู้   2 เดือนแรกต่ำกว่าเป้า เหตุสินเชื่อธุรกิจ-อสังหาฯ ไม่ขยับ แต่สินเชื่อฐานรากพุ่ง ปรับกลยุทธ์เน้นรายย่อย        ทั้ง SMEs, ครู, ที่อยู่อาศัย, สินเชื่อบุคคล เตรียมเปิดโครงการสินเชื่อรายย่อยตัวใหม่ “ไมโครเครดิต” ปล่อยกู้ รายละไม่เกิน 3 พันบาท             นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยแผนขยายสินเชื่อในปี 2550 ว่า ยังให้ความสำคัญการปล่อยสินเชื่อลงสู่ภาคเศรษฐกิจในระดับฐานรากตามนโยบายกระทรวงคลัง โดยโครงการที่ธนาคารให้ความสำคัญ คือ โครงการสินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการ อาทิ สนับสนุนสินเชื่อให้ข้าราชการครูที่ได้เงินวิทยฐานะสามารถมากู้เงินออมสินได้ โดยอนุมัติไปแล้ว 2-3 พันล้านบาท คาดทั้งปีจะปล่อยให้ข้าราชการครูได้  ตามเป้า 1.5-2 หมื่นล้านบาทส่วนโครงการสินเชื่อสำหรับข้าราชการทั่วไป ได้ศึกษาร่วมกับสำนักงานข้าราชการพลเรือน เนื่องจากมีข้าราชการจำนวนมาก และในทางปฏิบัติมีรายละเอียดพอสมควร อาทิ การประสานงานไปยังหน่วยงานต้นสังกัดที่มีอยู่หลายแห่งให้ช่วยหักเงินเดือนข้าราชการในสังกัดนำส่งธนาคาร ซึ่งจะต้องหารือในเรื่องการบริหารจัดการให้ดี”นายกรพจน์กล่าวว่า จากข้อมูลผลการสำรวจข้าราชการทั่วไปที่มีความประสงค์จะขอกู้เงินกับออมสิน ในเบื้องต้นพบว่ามีถึง 3 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารจะต้องให้การสนับสนุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะมีปัญหาหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง จึงต้องการให้ธนาคารเข้าไปช่วยเหลือโดยการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปรีไฟแนนซ์หนี้เก่าเช่นเดียวกับข้าราชการครู   นอกจากนี้ ธนาคารยังคงเดินหน้าโครงการสินเชื่อธนาคารประชาชนต่อไป ในขณะเดียวกันกำลังศึกษาโครงการสินเชื่อรายย่อย (micro credit) ซึ่งจะมีหลักการคล้าย ๆ กับโครงการสินเชื่อธนาคารประชาชน แต่จะแตกต่างกันตรงที่วงเงินสินเชื่ออนุมัติได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อราย และหลักทรัพย์ค้ำประกันจะใช้บุคคลค้ำประกันเป็นกลุ่มดูแลซึ่งกันและกัน นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี รองผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารออมสิน กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อของออมสินปีนี้คงเป็นไปตามเป้าที่กำหนด 1.35 แสนล้านบาท เพราะใน 1 แสนล้านบาท จะเน้นสินเชื่อฐานราก อาทิ สินเชื่อธุรกิจ SMEs วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท, สินเชื่อวิสาหกิจชุมชน 5 พันล้านบาท, สินเชื่อพัฒนาชนบท       7 พันล้านบาท, สินเชื่อเพื่อสวัสดิการข้าราชการและพนักงานบริษัททั่วไป 2 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นสินเชื่อเคหะและสินเชื่อส่วนบุคคลประชาชาติธุรกิจ  12  เมษายน  2550