ทำไมมาเลเซียจึงเดินหน้าทางการศึกษาได้เร็วกว่าไทย นี้เป็นคำถามที่คนไทยต้องรีบแสวงหาคำตอบ

ระหว่างการนั่งประชุมของสาขาวิชาวันนี้ ผมได้ทราบประเด็นใหม่เกี่ยวกับการศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาเรื่องหนึ่ง คือ

ในปัจจุบันผู้ปกครองนิยมที่จะส่งบุตรหลานของตนเองไปเรียนที่ประเทศมาเลเซีย โดยจะส่งไปเมื่อบุตรหลานของตนเองจบป. 4 จากเมืองไทย

และจากการส่งไปเรียนมาเลเซีย พบปัญหาสำคัญๆ หลายประการทีเดียว เช่น ในเรื่องของภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ เด็กไทยหลายคนต้องยอมเสียเวลา โดยไปเริ่มเรียนชั้นป. 1 หรือ ป.2 ใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากภาษาอังกฤษยังใช้การไม่ได้ ซึ่งจากปัญหาดังกล่าว พบว่า ผู้ปกครองคนใดที่ตั้งเป้าจะส่งบุตรหลานไปเรียนมาเลย์ จึงหันมาส่งลูกหลานไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันยอดของการเรียนพิเศษภาษาอังกฤษมีเพิ่มขึ้นมากทีเดียว

นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กไทยที่ไปเรียนมาเลย์ยังอ่อนในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งอันนี้ผมยอมรับว่าจริง เพราะมีงานวิจัยและการประเมินหลายชิ้นชี้ชัดในเรื่องนี้ครับ

การส่งลูกไปเรียนมาเลย์ ไม่ใช่เฉพาะมุสลิมนะครับ โดยภาพรวมของคนในสามจังหวัดนี้เลย ผมมองว่า นอกจากปัญหาความไม่สงบในภาคใต้แล้ว ปัญหาคุณภาพการศึกษาในสามจังหวัดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งครับ

และต้องยอมรับจริงๆ ว่า การศึกษาไทยล้าหลังประเทศมาเลเซียเยอะครับ ยุทธศาสตร์การศึกษาของมาเลย์เขาแน่นมาก ไทยตามไม่ทันจริงๆ เห็นได้ชัดๆ เมื่อความต้องการในการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกของคนไทยในชายแดนสูงขึ้น สิ่งที่เราพบคือ มหาวิทยาลัยชายแดนของมาเลเซียที่ติดกับไทย เปิดการสอนในระดับปริญญาเอกเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของอาจารย์ระดับปริญญาโทในจังหวัดภาคใต้ของไทยไปเรียนต่อที่นั้น และคุณภาพก็ไม่ได้โหลเหมือนอย่างที่มหาวิทยาลัยในเมืองไทยทำนะครับ

ถึงวันนี้เราคงต้องถอดความรู้จากความสำเร็จของมาเลยมาใช้บ้างแล้วละครับ เพราะโดยพื้นฐานเรา(ไทย)กับมาเลเซียก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากมายนัก