ผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอธิการบดี (แต่ไม่ทุกแห่ง) จะมาถึงที่ประชุมสายเสมอ บางทีสายตั้งครึ่งชั่วโมง...มีอยู่ครั้งหนึ่งจัดสัมมนาที่โรงแรม ผู้เข้าร่วมคืออาจารย์ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้หลายร้อยคนจากหลายจังหวัด เราก็เลยไม่รอเพราะให้คนเป็นร้อยรอคนเดียวอยู่ได้อย่างไร

ก่อนมาร่วมงานกับโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ผมทำงานกับบริษัทฝรั่งที่ถือเรื่องการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องใหญ่ ผมมีประสบการณ์ตรงในเรื่องนี้กับตัวเอง ๒ ครั้ง

ครั้งหนึ่งไปถึงที่ทำงานสายประมาณ ๕ นาที ออกจากลิฟท์สวนกับเจ้านาย(ฝรั่ง)ที่กำลังจะเข้าลิฟท์พอดี เขามองผมนิดหนึ่งแล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ก่อนที่จะเช็คแฮนด์และพูดสวัสดีกันที่หน้าลิฟท์ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ผมก็รับสารจากการสื่อสารด้วยภาษาที่ไม่ใช้คำพูดนั้นได้ (ธรรมเนียมการเช็คแฮนด์สวัสดีกันทุกเช้าของที่นั่นผมชอบมาก ปกติเจ้านายจะมาถึงก่อนเวลาเริ่มงานทุกเช้าถ้าไม่ไปประชุมที่อื่นหรือไปต่างประเทศ ก่อนถึงเวลาเริ่มงาน 5 นาที เขาจะลุกมาจับมือและพูดทักทายสวัสดีผู้ร่วมงานไปทีละโต๊ะ จนครบทุกโต๊ะ และเป็นเช่นนี้ทุกวัน ก่อนกลับไปนั่งทำงานต่อ ซึ่งก็คงจะคล้ายๆ ของเราที่พนมมือสวัสดีกันในที่ทำงาน แต่ของเราจะสวัสดีเมื่อ “บังเอิญ” เจอกันเท่านั้น แต่ของเขาเป็นสิ่งที่จำเป็น “ต้องทำ”

อีกครั้งหนึ่ง ผมประชุมกับพนักงานแผนกอื่นแล้วติดพัน กลับขึ้นมาที่ประชุมประจำสัปดาห์ของแผนกตัวเองช้าไปนิดหนึ่ง ทุกคนพร้อมแล้ว นั่งรอผมคนเดียว เจ้านายยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วพูดว่า “You are five minutes late.” ในสถานการณ์แบบนี้ แม้ไม่มีใครพูดอะไร แค่มองตา ผมก็รู้สึกผิดได้เอง และต้องพูด “I’m sorry.” อยู่แล้ว ในธรรมเนียมตะวันตก ถ้าพูดแบบนี้ออกไปแล้วจะได้รับการให้อภัยเสมอ แต่ถ้าผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกคำพูดนี้ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกัน

พอออกจากบริษัทนั้นมาทำงานโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ได้ร่วมงานกับมหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา พบเรื่องหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอธิการบดี (แต่ไม่ทุกแห่ง) จะมาถึงที่ประชุมสายเสมอ บางทีสายตั้งครึ่งชั่วโมง บางครั้งรอไปรอมาก็ได้รับแจ้งว่ามาไม่ได้แล้ว ให้รองฯ หรือใครทำหน้าที่ประธานที่ประชุมแทนไปเลย (บางครั้งประชุมเสร็จมีมติออกไปแล้วมาพบทีหลังว่าปฏิบัติตามมตินั้นไม่ได้ เพราะอธิการฯไม่เห็นด้วย - ตอนประชุมไม่ได้อยู่ด้วย)

มีมหาวิทยาลัยหนึ่ง ตามธรรมเนียมเขาจะต้องเชิญอธิการฯมาพูดเปิดสัมมนา อธิการฯ มหาวิทยาลัยนี้ไม่เคยมาตรงเวลาแม้แต่ครั้งเดียว (จนทุกวันนี้) มีอยู่ครั้งหนึ่งจัดสัมมนาที่โรงแรม ผู้เข้าร่วมคืออาจารย์ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้หลายร้อยคนจากหลายจังหวัด เราก็เลยไม่รอเพราะให้คนเป็นร้อยรอคนเดียวอยู่ได้อย่างไร พอเลยเวลามาพักหนึ่งผมก็เริ่มรายการเลย ต่อมาได้รับแจ้งว่าจะมาถึงช้าประมาณชั่วโมงหนึ่ง ปรากฏว่า พอมาถึงใช้เวลาพูดคนเดียวอีกประมาณ ๑ ชั่วโมง ทั้งที่ในกำหนดการให้พูดแค่ ๑๐ นาที สิ่งที่พูดก็พอสรุปได้ว่า เรื่องที่ท่านจะสัมมนากันนี้เป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าเข้าใจดี ข้าพเจ้าผ่านมาแล้ว ขอให้การสัมมนาประสบความสำเร็จ ปรากฏว่าการสัมมนาวันนั้นไม่ประสบความสำเร็จ (อย่างน้อยก็โดยการประเมินของผมเอง) เพราะไม่สามารถดำเนินการได้ครบทุกกระบวนการตามที่เตรียมไว้ เสียเวลาไปกับคนๆ เดียวมากเกินไป

คำถามผม คือ

๑. ผู้บริหารที่ไม่รู้สึก(รู้สา)ว่าการไม่ตรงต่อเวลาคือการไม่เคารพคนอื่นนี้ เป็นกันทั่วไปจนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมปฏิบัติของสังคมไทยใช่หรือไม่ ถ้าใช่ควรทำอย่างไร

๒. ผู้บริหารควรมีอภิสิทธิ์พิเศษได้รับการยกเว้นให้มาถึงที่ประชุมหรือสัมมนาสายหรือไม่ ถ้าไม่ควรทำอย่างไร

หรือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง "ธรรมดา" ของสังคมไทยที่ไม่มีใครต้องทำอะไร