หายหน้าไปนานพอสมควร เนื่องจากเวลาในการเขียน(พิมพ์)ไม่ค่อยจะสบโอกาส บางครั้งก็ต้องแก้ไข ติดตามงานของวิทยบริการ ซึ่งบางครั้งก็สงสัยว่าทำไมยิ่งแก่ ยิ่งมีงานมาก ในปัจจุบันงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นงานที่สร้างความน่าเชื่อถือ(ในศักยภาพ)ของโรงเรียน จึงทำให้งานด้านนี้จึงมีภาระงานค่อนข้างมากกว่างานอื่น เพราะไม่ว่างานหรือกลุ่มงานใดมักจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทอยู่เสมอ และยิ่งคุณครูที่มีความรู้ใหม่ ๆ หนุ่ม ๆ สาว ๆ ก็ผันตัวเองไปทำงานอื่นซึ่งได้รับค่าตอบแทนมากกว่า จึงทำให้ครูแก่ ๆ (หมายถึงผมนะ) ความรู้ก็น้อยนิด ต้องมารับภาระงานนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
งานที่สนุก เราจะทำได้ไม่เบื่อ จนถึงมีความสุขต่อการทำงานด้วยซ้ำไป แต่บางครั้งงานที่ได้รับหรือต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวมันไม่ค่อยจะสนุก เนื่องจากจะเป็นงานที่ต้องกรอกข้อมูล การรายงาน การประเมิน การต้องใช้หลักฐานซึ่งก็หาได้ยาก เช่น อยากรู้มานักเรียนเข้ามาใช้บริการกี่ครั้งต่อปี ซึ่งเราเองก็ไม่มีปัญญานับหรอก คอยแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มันใช้งานได้เป็นปกติก็หมดเวลาแล้ว จากงานที่น่าจะสนุก ชักจะเริ่มไม่ค่อยสนุกแล้ว ทำให้บางครั้งก็ท้อใจเหมือนกัน บางวันพอถึงบ้านไม่อยากแม้แต่เห็นคอมพิวเตอร์เลย อยากจะพัก อยากจะนั่งเฉย ๆ ทำงานอย่างอื่นบ้าง วันเสาร์อาทิตย์ที่เคยไปอยู่โรงเรียนมาโดยตลอด ก็ลดน้อยลง
เราคงต้องโทษตัวเองที่แก่ลงเอง หมดไฟในการทำงานแล้วหรือ จะหากำลังใจ จากเพื่อน ๆ ร่วมงานก็ลำบากเพราะทุกคนก็มีภาระเช่นกัน ยังดีที่ผู้บริหารโรงเรียนเห็นความสำคัญ และให้การสนับสนุนจากเงินที่ผู้ปกครองได้จ่ายมาให้ ผมเองจึงต้องหานักเรียนที่มีแวว และสามารถให้บริการงานต่าง ๆ ในโรงเรียนได้ การจัดชุมนุมฮาร์ดแวร์ แต่นักเรียนที่ว่าก็มีจำนวนน้อย เพราะหาเด็กที่มีน้ำใจ และอยากให้บริการแล้วได้ความรู้มาน้อย ส่วนใหญ่จะมาหาความรู้แต่ไม่ค่อยมีใจให้บริการ ซึ่งเราเองก็ต้องปลูกฝังความคิดในการให้บริการต่อไป คงต้องเสริมแรงมากขึ้น
เพื่อน ๆ ท่านใดมีวิธีการ หรือแนวคิดดี ๆ ช่วยแนะนำบ้างนะครับ จะเป็นพระคุณยิ่ง
ดีใจทีเห็นอาจารย์เข้ามาเขียนอีกค่ะ
เท่าที่ได้มาเยี่ยมก็เห็นว่าที่โรงเรียนมีเรื่องดีๆอยู่มากถ้าอาจารย์นำมาเล่าจะได้เป็นที่สำหรับแลกเปลี่ยนกันค่ะ