การประชุมระเบียงวิจัยเริ่มขึ้นในตอนเช้าของวันที่ 27 พ.ย. 48 มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 50 คน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และล้วนเป็นทีมนักวิจัยด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน

สถานที่ประชุมตลอดทั้งวันคือที่ บ้านสันติชล แห่งนี้ และตอนบ่ายเราได้ไปเยี่ยมชมบ้านเรือน และอาชีพของชาวบ้านกันด้วย

จากการประชุม เราได้พบกับผู้นำชุมชน คือพ่อบุญหล่อ หล่ออริยวัฒน์ เป็นผู้นำที่มีบุคลิกและน้ำเสียงน่าเกรงขาม และพบกับหมอเอก สาธารณสุขที่นี่ ซึ่งทำวิจัยร่วมกับชุมชน

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องโดยหมอเอก เพื่อให้พวกเราเห็นภาพของชุมชนที่นี่ ที่จะมีการจัดการท่องเที่ยวร่วมกัน 4 หมู่บ้าน คือ บ้านสันติชล บ้านกึ๊ดสามสิบ บ้านรุ่งอรุณ และบ้านรักไทย เหล่านี้เป็นชาวบ้านไทยจีนยูนนาน ซึ่งแต่ละแห่งมีลักษณะที่เหมือนและต่างกันออกไป

พ่อบุญหล่อ พูดถึงจุดแข็งของที่นี่ โดยเน้นด้านอาหาร ชาวบ้านที่นี่จึงเปิดร้านอาหารและมีการคิดค้นแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากถั่วเหลือง

ฟังแนวคิดของพ่อบุญหล่อแล้ว เห็นได้ชัดว่างานวิจัยมีส่วนช่วยเสริมให้เกิดการทำงานที่เป็นระบบขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดระบบของชุมชนเอง โดยเฉพาะผู้นำของแต่ละชุมชน เช่น ชุมชนนี้มีลักษณะการปกครองที่คล้ายกับวัฒนธรรมจีน คือมีผู้ชายเป็นผู้นำและเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินสูงสุด ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่จะต้องให้ผู้นำทราบ แต่มีการผสมผสานแบบประชาธิปไตยที่ลงตัว โดยผู้นำนี้วางนโยบายให้ การตัดสินใจทุกเรื่องต้องมีการตกลงผ่านที่ประชุม เรียกว่ากรรมการหมู่บ้านดังนั้นจะมีการลงความเห็นร่วมกันก่อนและหากไม่ลงตัวจะปรึกษาผู้นำอีกทีหนึ่ง

การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนของที่นี่เริ่มมาจากความต้องการที่จะแก้ปัญหาทางด้านยาเสพติดที่มีอยู่ในหมู่บ้านให้หมดไป โดยการรวมกลุ่มกันสร้างงาน สร้างรายได้ ทำร้านอาหารไทย-จีนยูนนาน เพื่อให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพอื่น และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ขจัดปัญหายาเสพติดหมดสิ้นไป ทุกคนที่ความสุขและเริ่มเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

ทั้งนี้การท่องเที่ยวที่นี่มิได้เกิดจากความต้องการด้านรายได้จากการท่องเที่ยวโดยตรง แต่เกิดจากความต้องการที่จะแก้ปัญหาของชุมชน และนำการท่องเที่ยวมาเป็นเครื่องมือ ผลที่ตามมาจากการเปิดหมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีมากมาย แต่ที่นี่ ชาวบ้านมีความพร้อมแล้ว และมีการเตรียมรับกับปัญหา ประกอบกับมีความร่วมแรงร่วมใจกันในการแก้ปัญหามาก่อน จึงทำให้เขาเข้มแข็งพอที่จะเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว แบบอยู่ได้ด้วยตนเอง ประกอบกับหัวใจสำคัญของเขา คือผู้นำที่มีความพร้อมและเข้าใจในทุกด้าน

ผู้นำที่นี่บอกว่า การสนับสนุนงบประมาณจากที่ต่างๆ นั้นมีประโยชน์ในการพัฒนาหมู่บ้านก็จริง แต่หากได้มามากหรือมีการสนับสนุนให้กู้ยืมมาก สิ่งนั้นจะเป็นการเพิ่มภาระหนี้ให้แก่หมู่บ้าน ดังนั้นจะต้องพินิจพิเคราะห์ให้ดีถึงผลดีและผลเสีย เงินมากเกินไปก็ไม่จำเป็น อยู่ที่ความพอเหมาะพอดี

และที่สำคัญต้องถามถึงความพร้อมของชุมชนเองว่าพร้อมที่จะทำอะไรหรือยัง มิใช่ใครให้ทำอะไรก็ทำ ดังนั้นตอนนี้ที่นี่ยังไม่มีที่พักแบบโฮมสเตย์ เพราะชาวบ้านไม่พร้อม สิ่งหนึ่งคือวัฒนธรรมของเขาไม่สะดวกที่จะให้มีคนมาพักอาศัยรวมอยู่ในหมู่บ้าน และส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเป็นผู้หญิงและเด็ก ยังคงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงทำเพียงร้านอาหารที่อร่อยมากๆ เชิญแวะไปชิมกันได้ เดินทางไม่ไกลจากตัวเมืองปาย

ดังนั้นการที่ที่ใดจะจัดการท่องเที่ยวแบบใดนั้นความพิจารณาความพร้อมของตนเอง มิใช่ตามกระแสแต่อย่างเดียว และชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่างประโยชน์ที่จะได้กับสิ่งที่จะตามมา การท่องเที่ยวมิใช่เป็นวัตถุประสงค์ปลายทาง หากแต่เป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่การพัฒนา สิ่งจะมีประโยชน์และยั่งยืนกว่า ที่จะคิดว่าจะมุ่งทำหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว