สูตรการทำน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืช,สัตว์ที่ใช้แล้ว ยังมีอีกสูตรแต่สูตรนี้ราคาแพงกว่า ซึ่งจะได้ผลเหมือนกันครับ(ของเค้าดีจริง) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>กระบวนการ Biodieselไขมันสัตว์หรือพืชเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglyceride) ซึ่งมีกลีเซอรีนอยู่ 7-13% โมเลกุลของน้ำมันพืชใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้จะมีคาร์บอนเกราะอยู่ 18 ตัวเมื่อนำไปปรุงอาหารจะมีคาร์บอนเกราะมากขึ้นเป็น 32 ตัว ขณะที่น้ำมันดีเซลจะมีคาร์บอนเกราะอยู่ 12 หรือ 13 ตัว กระบวนการเกิด Biodiesel คือการเปลี่ยนน้ำมันพืช ไปเป็น Ester โดย การแยกกลีเซอรีน(รวมทั้งสบู่)ออกไป โดยการทำให้ห่วงโซ่ของคาร์บอนสั้นลง กลีเซอรีน และสบู่จะตกลงสู่ด้านล่าง ขณะที่ Biodiesel ลอยขึ้นสู่ด้านบนกระบวนการนี้จึงเรียกว่า ทรานสเอสเตอริฟิเคชั่น (Transesterification) ซึ่งแอลกอฮอล์จะเข้าไปแทนที่กลีเซอรีนในปฏิกิริยาเคมี โดยใช้ด่าง (Lye) หรือโซเดียมไซดรอกไซด์ (NaOH) เป็นตัวแร่งปฏิกิริยา(Catalyst) การใช้เอทิลจะมีกระบวนการที่ซับซ้อนกว่าเมทิล ส่วนตัวเร่งถ้าใช้โปแตสเซียม ไฮดรอกไซด์ (KOH) จะแพงกว่าและใช้ปริมาณมากกว่า 2 เท่า ส่วนผสม - น้ำมันพืช 10 ลิตร - เมทานอล 2 ลิตร - โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) 6 - 6.25 กรัม ต่อน้ำมันพืช 1 ลิตร (น้ำมันพืชใหม่ใช้ 3.5 กรัม ต่อน้ำมันพืช 1 ลิตร) - การคำนวณหาปริมาณสัดส่วนของโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) จะใช้วิธีการไตเตรท(Titration) วิธีทำกรองน้ำมันให้สะอาดด้วยผ้าขาวบาง(ถ้ามีน้ำปนอยู่ให้ต้มให้เดือด100องศา ให้น้ำระเหยออกให้หมด)ผสมเมทานอลกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ระหว่างผสมจะร้อนและมีไอระเหย ให้ระวังถ้าเป็นถังพลาสติก ให้เปิดฝาคลายออกเป็นระยะ ถ้าเป็นแก้ว ควรมีปากแคบ ขณะเดียวกัน ตั้งน้ำมันพืช อุ่นให้ได้ 60 องศา ค่อยๆเทส่วนผสมลงไปในน้ำมัน กวนไปเรื่อยๆ 30 นาที ปฏิกิริยาจะสมบูรณ์ ถ้าได้ 1 ชั่งโมงยิ่งดี ทิ้งไว้ 1 คืน กลีเซอรีนจะอยู่ข้างล่าง ทิ้งไว้อีก 1 สัปดาห์ จึงจะนำมากรองด้วยเครื่องกรองของดร.ดำรง จึงนำไปใช้ได้ Biodiesel ปฏิกิริยาTransesterification คือการเติมแอลกอฮอล์ เช่นเมทานอล และตัวเร่งปฏิกิริยาเช่นโซเดียม ไฮดรอกไซด์ ภายใต้สภาวะอุณหภูมิประริมาณ 50-55 องศา ให้อยู่ในรูปของ Methyl Esters Biodiesel ต่างกับ Diesel คือเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างของน้ำมันจาก Triglyceride เป็น Organic Acid Esters Biodiesel ให้การเผาไหม้ที่สะอาดกว่าไอเสียคุณภาพดีกว่า เพราะมีองค์ประกอบของสารออกซิเจนอัด Oxygenate ปริมาณสูง ช่วยให้การเผาไหม้ในกระบอกสูบมีความสมบูรณ์หมดจดกว่าดีเซลปกติ จึงมีความหล่อลื่นสูง ทำให้ปั้มลูกสูบ (Plunger Pump) และแหวนลูกสูบ (Piston Ring) มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า นอกจากนี้ยังมีเขม่าคาร์บอนน้อย จึงไม่ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย คุณสมบัติของ Biodiesel - ค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) 0.86-0.89 - ค่าความหนืดที่ 20 องศาเซลเซียส - ค่าซีเทน (Cetane Index) น้อยกว่า 49 - จุดวาบไฟ (Flash Point) 100 องศาเซลเซียส - จุดไหลเท (Coid Filler Plugging Point) -12 - ค่าความร้อน (กิโลจูลต่อลิตร) 33,300 ข้อควรระวัง- ไม่สุดกลิ่นไอระเหยจากสารเคมี- ควรทำในที่ๆอากาศถ่ายเทสะดวก- ไม่สัมผัสกับสารเคมีโดยตรง- ควรใช้ผ้าปิดจมูกและปาก สวมถุงมือ- ต้องไม่ใช้ภาชนะที่เป็นอลูมิเนียม ดีบุก สังกะสี ควรใช้แสตนเลส หรือแก้วเท่านั้น ปัญหาที่อาจพบ เมื่อผสมส่วนผสมแล้ว หลังจากกวนส่วนผสมได้เป็นของเหลวคล้ายเจล โดยที่ไม่มีการแยกตัวระหว่างไบโอดีเซลกับกลีเซอรีน แสดงว่าปริมาณโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) มากเกินไปในทางตรงกันข้ามถ้าน้อยเกินไป จะได้ 3 ส่วน คือ ไบโอดีเซลส่วนกลางเป็นน้ำมันที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยา และส่วนล่างคือกลีเซอรีน และถ้าใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ที่ชื้นหรือมีน้ำปนอยู่ก็จะมีส่วนผสมที่4เกิดขึ้นนั้นคือสบู่ การล้างไบโอดีเซล ถ้าผลิตเชิงพาณิชย์ ต้องล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ก่อนนำไปใส่เครื่องยนต์ เพื่อขจัดกลีเซอรีน สบู่ละสิ่งปนเปื้อน สำหรับการใช้เองอาจจำเป็น เพราะสิ่งปนเปื้อนมีไม่มากจนทำให้เครื่องยนต์เสียหาย หากจะล้างมีวิธีการง่ายๆ โดยการเติมน้ำลงไปประมาณ 10% แล้วคนปล่อยน้ำให้จมด้านล่าง ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร แล้วจึงเปิดน้ำทิ้งไป หากยังขุ่นอยู่ แสดงว่ายังมีน้ำปน ให้เอา ไบโอดีเซลตั้งไฟอุ่นเพื่อให้น้ำระเหยออก การนำไปใช้ ไม่จำเป็นต้องมีการดัดแปลงเครื่องยนต์ เพียงแต่ปรับแต่งการหน่วงเวลาการฉีดพ่นน้ำมันออกไป 2-3 องศา เพื่อแก้ไขผลที่เกิดจากการคำนวณซีเทนที่สูงขึ้นของ ไบโอดีเซล เมื่อเริ่มต้นใช้ ควรใช้ไส้กรองน้ำมันใหม่ และในระบบเชื้อเพลิง ไม่ควรมีส่วนประกอบที่เป็นยาง ถ้ามีให้เปลี่ยนเพราะ ไบโอดีเซลจะทำปฏิกิริยากับยางอาจจะบวมและรั่วได้ อีกทั้งไบโอดีเซลเป็นตัวทำลายที่ดี สิ่งสกปรกที่อยู่ในถังน้ำมันและท่อส่งน้ำมันจะหลุดออกมาอยู่ที่กรองน้ำมันได้(โดยเฉพาะรถเก่า)จึงควรปฏิบัติดังนี้ 1. ถ้ามีส่วนประกอบที่เป็นท่อยาง ควรเปลี่ยนใหม่เป็นแบบแข็งหรือที่ใช้กันไบโอดีเซลได้ 2. เปลี่ยนกรองน้ำมันครั้งแรกหลังจากการใช้งานไปได้ประมาณ 500 กม. 3. เปลี่ยนกรองทุกๆ 3,000 กม. 4. เมื่อเปลี่ยนไส้กรอง ควรนำมาผ่าดู เพื่อติดตามผล
กระบวนการ Biodiesel
สูตรการทำน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืช,สัตว์ที่ใช้แล้ว
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นิชา · 10 เม.ย. 2550
หมอสุข · 10 เม.ย. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 10 เม.ย. 2550
หมอจิ้น · 10 เม.ย. 2550
กฤษณา สำเร็จ (Krisana Sumret) · 10 เม.ย. 2550
หลังจากเติมส่วนผสมแล้ว ทิ้งไว้7วัน ปรากฏว่า มีความชื้นในนํามัน เราจะแก้ไขอย่างไร
ผู้รู้ช่วยบอกต่อทางบล็อกด้วยนะครับ
หรือจะส่งเมล์มาก็ได้
[email protected]
•ขอบคุณครับ•
สุดยอดดดดดด
ไบโอดีเซลของผมมีลักษณะเป็นเจลอะครับ คือปนกับตัวนำมันเลย ผมคิดว่าผมน่าจะหาค่า sponification numberผิด ผมน่าจะเติม NaOH ตัวเร่งมากเกินไปอะครับ เลยทำให้กลีเซลลีนไม่แยกออกมา ปนกลายเป็นเจลอะครับ มีวิธีแก้อย่างไรอะครับ ในใจผมคิดว่าจะนำไปหมุนเหวี่ยงก่อน จากนั้นจะเอานำล่าง อะครับ วิธีนี้ใช้ได้ไหม
[email protected]