บางครั้งผู้ป่วยก็บอกเราได้ไม่หมด หรือไม่บอกก็มี การซักประวัติผู้ป่วยให้ละเอียดช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วยและทีมรักษาได้

         วันนี้ผู้ป่วยมาด้วยอาการเสียวฟัน และต้องการอุดฟัน 3 ซี่
 จากการซักประวัติโรคทางระบบ พบว่าผู้ป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม และได้รับการเปลี่ยนข้อหัวเข่า ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่าหมอบอกว่าต้องมาทำฟันที่โรงพยาบาลนี้ เพราะจะได้ให้ยาป้องกันข้อเสื่อม คุณป้าได้ยามาแล้วและกินไปมากกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว
              ฉันยอมรับว่าไม่เคยดูแลผู้ป่วยที่เปลี่ยนข้อเข่า แต่เคยพบแต่ผู้ป่วยที่ผ่าตัดลิ้นหัวใจ ซึ่งเราจะต้องให้รับประทานยาamoxycillin  2 กรัมก่อน ทำฟัน1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการไหลของเชื้อโรคในช่องปากเข้าสู่ลิ้นหัวใจ หรือข้อเข่าเทียม ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบของลิ้นหัวใจหรือข้อเข่าเทียมได้
              การรักษาผู้ป่วยโรคนี้ เราจะให้การรักษาให้เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด ภายในครั้งเดียว เพื่อทำให้ไม่ต้องรับประทานยาหลายครั้ง ซึ่งจะทำให้เชื้อดื้อยาได้
                ฉันจึงตั้งใจจะดูแลผู้ป่วยให้ละเอียดรอบคอบมากขึ้น โดยมีแนวทางคือ
              1. ลงทะเบียนชื่อผู้ป่วยในคอมพิวเตอร์ เพื่อดูประวัติการเจ็บป่วยในอดีต และดูยาที่เขารับประทานอยู่ในขณะนี้  เพราะบางครั้งผู้ป่วยก็บอกเราได้ไม่หมด หรือไม่บอกก็มี เคยมีอยู่รายหนึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ เอดส์ แต่พอซักประวัติแล้ว เขาบอกว่าไม่มีโรคประจำตัว บังเอิญเขารักษาโรคเอดส์ ที่นี่จึงค้นเจอได้ก่อนให้การรักษา ก็ปลอดภัยสำหรับตัวผู้ให้การรักษาและผู้ป่วยรายอื่นด้วย เพราะหากเราเจอผู้ป่วยติดเชื้อ เราจะให้การรักษาเป็นรายสุดท้าย เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคจากคนหนึ่งไปสู่คนอื่น
           2. ควรซักประวัติให้ละเอียดรอบคอบโดยเชื่อมโยงทุกแง่มุมที่เกี่ยวข้อง ทั้งกาย จิตวิญญาณ และสังคม ให้ข้อมูลที่ประกอบการตัดสินใจรักษาได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
         3. ควรอธิบายสภาพที่เห็นในช่องปากให้ผู้ป่วยทราบถึงแนวทางการรักษาและราคา เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีส่วนร่วมในการตัดสินด้วยตัวเขาเองด้วย
        หากเราได้ดูแลผู้ป่วยด้วยใจ   ก็สามารถทำให้เกิดความปลอดภัยต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องได้