ที่ผ่านมาเราเริ่มกันในกลุ่มเล็กๆ ในลักษณะของการนำร่องก่อน ในพื้นที่ที่คนทำงานที่มีใจ-ทำงานด้วยใจ-มีจิตอาสา ตามกำลังของทีมงานคุณอำนวยตัวเล็กจะขับเคลื่อนได้

 ....ตอนที่ 1.....

วันที่ 2 ของการสัมมนางานส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัด (4 เมษายน 2550)

ภาคเช้า

           เริ่มกิจกรรมของวันนี้ด้วยการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการบูรณาการโครงการ-ระบบส่งเสริมการเกษตร จากพี่สายัณห์  ปิกวงค์ 

           เมื่อจบการชี้แจงโครงการ/กิจกรรมและนำเสนอแนวทางในการบูรณาการโครงการแล้ว ก็มาถึงการจัดการความรู้ที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้นำมาเป็นเครื่องมือในการทำงาน ในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ KM นั้น ได้ใช้วิธีการ ฉายวีซีดี  2 เรื่องควบครับ คือ

          เรื่องที่ 1 การขับเคลื่อนเครือข่ายKMประเทศไทย ซึ่งหลายท่านที่เข้าสัมมนาในวันนี้ทำหน้าที่เป็นพระเอก/นางเอกกันหลายท่าน

          เรื่องที่ 2 หลุมดำKM ของ ดร.ประพนธ์  ผาสุขยืด


บรรยากาศการชมวีซีดีเกี่ยวกับ KM ครับ

          หลังจากชมวีซีดี 2 เรื่องควบ ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง ก็เป็นการสรุปและเล่าเรื่องKMในงานส่งเสริมการเกษตร  โดยผมเป็นคนเล่าและสรุปเอง  เพื่อสร้างความเข้าใจและให้เห็นภาพร่วมกัน  หลายท่านอาจแปลกใจว่าสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ที่นำการจัดการความรู้เข้ามาในหน่วยงานได้ 2 ปี แต่ทำใมจึงต้องมาสร้างความเข้าใจกันอีก ขอเรียนว่าที่ผ่านมาเราทำKMแต่ไม่ได้บอกว่าทำKM  นำKM มาทำแบบไม่รู้ตัว (เพราะสิ่งใหม่ๆ คนจะคิดว่าเป็นโครงการ/เพิ่มภาระ งาน จะส่งผลให้เกิดแรงต้านครับ)  ซึ่งเราก็ได้เรียนรู้และปรับกระบวนการกันตลอดเวลา ดังนั้นที่ผ่านมาเราเริ่มกันในกลุ่มเล็กๆ ในลักษณะของการนำร่องก่อน  ในพื้นที่ที่คนทำงานที่มีใจ-ทำงานด้วยใจ-มีจิตอาสา ตามกำลังของทีมงานคุณอำนวยตัวเล็กๆ จะขับเคลื่อนได้

          แต่วันนี้คุณเอื้อในทุกระดับได้ให้ความสำคัญ และให้โอกาสในการขยายวงการ ลปรร.ไปทั่วทั้งองค์กร  และวันนี้ผมก็ได้เฉลยให้ทุกคนได้เห็นภาพ เพื่อสร้างความเข้าใจว่าสิ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนที่จะมาถึงยุคการจัดการความรู้เราทำกันอย่างไร และพอมาถึงยุคการจัดการความรู้ เราจะต้องพัฒนาและปรับปรุงการทำงาน และปรับตัวกันอย่างไร (เสียงสะท้อนจากหลายๆ ท่านพูดกับผมหลังจากนั้นว่ารู้จักการจัดการความรู้ขึ้นเป็นอย่างมาก)


ภาคบ่าย

          เริ่มประมาณ 13.15 น. จนถึง 14.30 น. เป็นกิจกรรมที่สำคัญ หลังจากที่

  • เห็นตัวโครงการ/กิจกรรม 
  • เรียนรู้หลักการบูรณาการโครงการ และ
  • ได้เห็นรูปแบบการจัดการความรู้แล้ว

          ก็ถึงเวลาที่ทุกคนจะได้แบ่งกลุ่ม เป็น 3 กลุ่มๆ ละ 3-4 อำเภอ  ร่วมกันกำหนดแนวทางในการบูรณาการโครงการ และการนำKMไปเป็นเครื่องมือในการทำงาน โดยมีนักส่งเสริมทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอทำหน้าที่ทีมงานคุณอำนวยในทุกกลุ่ม

 
บรรยากาศการร่วมกันกำหนดแนวทางในการบูรณาการโครงการฯ

          นอกจาก 3 กลุ่มของนักส่งเสริมการเกษตรแล้ว  ยังมีกลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มของเจ้าหน้าที่ธุรการของทุกอำเภอ  ก็มาร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานและทำข้อตกลงร่วมกันในการทำงาน เพื่อสนับสนุนนักส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ด้วยเช่นกัน


เจ้าหน้าที่ธุรการ-การเงิน ก็ร่วมกันระดมความคิดเห็น

          หลังเบรคบ่าย ก็เป็นการนำเสนอแนวทางในการบูรณาการของแต่ละกลุ่ม  ซึ่งก็ทำให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้รูปแบบแนวทางในการบูรณาการโครงการจากกันและกัน  ซึ่งรูปแบบนั้นมีหลากหลาย ทั้งการบูรณาการคน-พื้นที่-กิจกรรม ฯลฯ  รวมทั้งทุกกลุ่มได้นำเสนอข้อเสนอแนะ/ปัญหา-อุปสรรคในการทำงาน  เมื่อมีการนำเสนอทั้ง 3 กลุ่ม รวมทั้งกลุ่มที่ 4 (เจ้าหน้าที่ธุรการ) แล้ว ก็เป็นการสรุปทั้ง 3 กลุ่ม โดยพี่สายัณห์  ปิกวงค์  และการให้แนวคิดจาก อ.ศักดา  ทวิชศรี

          สุดท้ายก็เป็นการมาสรุปและให้กำลังใจจาก หน.สุชาติ  ทองรอด เกษตรจังหวัดคุณเอื้อของเรา ทั้งในประเด็นของคน-งานฯ  ซึ่งได้ทำความเข้าใจ  และเน้นการทำงานร่วมกันให้บังเกิดผลแก่เกษตรกร ดังนโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้ให้ไว้


ภาพเก็บตก

         เป็นภาพการทำหน้าที่สรุป-จับประเด็นและบันทึกข้อมูล(คุณลิขิต)จากการนำเสนอของแต่ละกลุ่ม  งานนี้พี่สายัณห์ ร่วมกับพี่ประสิทธิ์  อุทธา และพี่เสนาะ  ยี้มสบาย จากสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย ร่วมกันครับ


บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ  สำหรับรูปแบบการบูรณาการและการนำการจัดการความรู้ไปปรับใช้ในงานที่เหมาะสมนั้น   ก็คงต้องใช้เวลาเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติงานจริงกันต่อหลังจากการลงไปปฏิบัติงานของนักส่งเสริมการเกษตรในแต่ละพื้นที่  ซึ่งก็คงต้องเรียนรู้ และปรับกระบวนการทำงานกันต่อไป

วีรยุทธ  สมป่าสัก 5/4/50