รู้สึกว่าคนเดี๋ยวนี้ชอบทานขนมไทยที่มีรสชาตแตกต่างจากสมัยก่อนมาก
รสของขนมอย่างเดียวกันแต่ต่างยุค

เรื่องอาหารการกินนี่เป็นประเด็นชวนคุยกันได้ง่าย

ชีวิตผู้คนที่แสนรีบเร่ง วุ่นวายในปัจจุบันทำให้การทำขนมทานเองเป็นเรื่องการเปลืองเวลา อยากจะทานอะไรที่จริงก็หาไม่ยาก มีคนทำขายแทบทุกอย่าง เพียงแต่ต้องรู้ที่ซื้อ คอลัมน์แนะนำที่กินที่เที่ยวจึงมีในนิตยสารแทบทุกประเภท และในรายการโทรทัศน์ทุกวัน อ่านไป ดูไปก็เกิดความอยากลิ้มชิมรส บางครั้งต้องบากบั่นไปกับเพื่อนฝูงหาของอร่อยทานกัน บางทีก็อร่อยสมคำเลื่องลือ บางทีก็งงว่าได้ชื่อมาได้อย่างไร

เป็นคนชอบทานขนมมาตั้งแต่เด็กๆ และติดในรสชาตแบบโบราณที่คุ้นเคย รู้สึกว่าคนเดี๋ยวนี้ชอบทานขนมไทยที่มีรสชาตแตกต่างจากสมัยก่อนมาก เช่นขนมชั้นสมัยก่อนแป้งจะไม่ใสเหนียวหนับ แต่ลอกได้เป็นชั้นๆออกมาสมชื่อ ไม่หวานจัด ขนมเหนียวแป้งจะเหนียวให้เคี้ยวอร่อยไม่ใช่กัดแล้วขาดยุ่ย กล้วยบวชชีต้องหอมมันกะทิ ไม่ไช่ใส่กลิ่นหอมสังเคราะห์

ล่าสุดทั้งอ่านและดูทีวีแนะนำกล้วยทอดแถวสี่แยกแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ที่มีหลายเจ้า คนขายแต่ละเจ้าใส่ผ้ากันเปื้อนสีต่างกัน เขาบอกว่าเจ้าเก่าดั้งเดิมจะต้องสีนี้เท่านั้น(อย่าให้บอกเลยนะคะ คนเป็นแฟนเจ้านี้ไม่น้อย) เดือนที่แล้วมีธุระไปงานศพแถวนั้นก็ไปวนรถหาจนได้กล้วยทอดร้อนๆที่เขาหิ้วมาขายถึงรถตอนรถติด ได้เจ้าดั้งเดิมด้วย เขาขายถุงละยี่สิบบาท ซื้อไว้ตั้งหลายถุงกะไว้เผื่อเพื่อนๆด้วยและให้คนขับรถหนึ่งถุง

กัดเข้าไปคำแรกด้วยความตั้งใจที่จะพบความอร่อย ก็พบนะคะคือแป้งใหม่กรอบมีรสกล้วย แต่มันไม่ใช่ความอร่อยแบบกล้วยทอด-กล้วยทอด ลองหยิบชิมทุกถุง รสเหมือนกันหมด ไม่อยากว่าคนทำว่าทำไม่อร่อย แต่นึกถึงคนกินที่บอกว่ากล้วยทอดอร่อยต้องรสอย่างนี้ คนขับรถเป็นคนอีสานบอกว่ากล้วยทอดอีสานก็ไม่แปลกๆอย่างนี้ เลยยอมรับว่าเราเป็นคนติดรสแบบโบราณและบ้านนอกด้วย รสของกล้วยทอดที่ป้าแก่ๆทอดขายที่ใกล้ๆอำเภอนครหลวงใกล้บ้านยังดึงดูดใจให้ไปแวะซื้อนานๆครั้ง แต่กล้วยทอดคนกรุงครั้งเดียวก็พอแล้ว