ผู้บันทึกหายหน้าไปหลายวันเพราะ นอกจากจะไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมเรื่อง Participatory Rapid Appraisal (PRA) ที่กรุงเทพฯ แล้ว ยังขึ้นไปประชุมทีมงานโครงการที่ภูพานอีก 4 วัน ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่มีคลื่น แม้ทางเจ้าของรีสอร์ทจะติดตั้งระบบ WIFI แต่ก็มีประสิทธิภาพต่ำ..
พิลา เป็นชื่อพนักงานขับรถของผม เป็นชาวบ้านที่ซื่อ ใส เรียบร้อย เอาการเอางาน มีน้ำใจและเป็นคนรักครอบครัว ช่วยเหลืองานในหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วยังช่วยเหลืองานบ้านอย่างเต็มกำลัง เป็นคนหนึ่งที่ผมคิดว่าอยากร่วมงานด้วยตลอดไป
เมื่อถึงยามว่างที่พวกเราไม่ได้ออกสนามพิลาจะเอารถไปล้างทำความสะอาดเอี่ยมอ่องโดยไม่ต้องออกปาก เมื่อเสร็จงานก็จะมาเดินป้วนเปี้ยนให้เราเห็นเผื่อเรียกไว้วานให้ทำโน่นทำนี่ และไม่รังเกียจงานแม้แต่นิดหากเราเอ่ยปากอะไรไป ความเป็นคนมีนิสัยเช่นนี้พวกเราจึงรักใคร่
พิลา ยามหน้าทำนาทำไร่พวกเราจึงอนุญาตให้พิลาไปช่วยทางบ้านทำงานเต็มที่ ซึ่งบ้านเขาก็อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานจึงไม่เสียเวลาเดินทางเท่าใด กลับมาทีไรตัวดำจนจำไม่ได้ เพราะตากแดดตากฝนมาเต็มที่
ช่วงวันที่ผมไปกรุงเทพฯและเลยไปภูพานดังกล่าวข้างต้น ได้ข่าวว่าพิลาขอลางานเนื่องจากไม่สะบาย ซึ่งมีอาการ ปวดหัวรุนแรงและหน้ามืดมองไม่เห็นอะไรเลย จนเขาต้องหยุดขับรถและต้องวานคนอื่นช่วยขับรถแทนหน้าที่ของเขา และขอลาพักไปหาหมอ ผมสอบถามเพื่อนๆร่วมงานว่า พิลาเป็นอะไรไป ต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “คงเครียดมั้ง...”
เครียดอะไร มีปัญหาทางบ้านหรือไง เพราะพ่อเฒ่าเขาเพิ่งจะเสียไปเมื่อเร็วๆนี้ และเป็นที่รักใคร่ของครอบครัวมาก พี่ชายก็ออกจะเป็นปราสาทนิดๆ ต้องคอยดูแลกัน ผมเดาว่าเขาคงจะมีอะไรเครียดจากครอบครัว หรือไม่ก็เครียดเรื่องอนาคต เพราะโครงการเรากำลังจะปิดในเดือนกันยายนนี้ อนาคตเขาไปทำงานอะไรต่อ
เขาเคยขออนุญาตลาออกเพื่อไปทำงานที่ภาคใต้ แต่เราก็คัดค้านไว้ เพราะงานการที่จะไปทำก็ไม่ได้ทำให้มีเงินทองมากมายอะไรมากขึ้น แถมไกลบ้านที่เขารัก อยู่ด้วยกันที่นี่มีอะไรก็ช่วยเหลือกันไปตามเงื่อนไข โอกาส เขาก็ฟังและยอมที่จะอยู่ต่อ พวกเราเองก็วางแผนไว้แล้วว่าสิ้นสุดโครงการจะมีเงินสักก้อนเล็กๆให้เขาติดตัว วันนี้ผมกลับเข้าที่ทำงานหลังจากที่ห่างไกลไปหลายวัน พบหน้าพิลาก็สอบถามทันทีว่าพิลาไปหาหมอมาแล้ว หมอว่าไงบ้าง อาการหายดีแล้วหรือเรื่องปวดหัว หน้ามืดน่ะ
พิลา: หมอบอกว่าไม่เป็นอะไร ปกติทุกอย่าง
ผู้บันทึก: อ้าวแล้วเป็นอะไรล่ะ
พิลา: ผมถูกตบครับ ??
ผู้บันทึก: พี่ไม่เข้าใจ งง มันอย่างไรเล่าให้ฟังซิ เองไปทำอะไรสาว
ที่ไหน จึงถูกเขาตบเอา ผมถือโอกาสแหย่เล่น..
พิลา: เปล่าพี่ ผมโดนเจ้าที่ตบเอา ? มันอย่างนี้ครับ เมื่อวันนั้นผมไปไถที่ดินเตรียมปลูกพืชตามปกติเมื่อฝนตกชาวบ้านก็จะไถที่ดินกัน สงสัยว่าผมไปไถที่ดินโดยที่ที่มีเจ้าที่เขาหวงห้ามอยู่ ผมไม่รู้ครับ “ผมรู้สึกเหมือนโดนตบอย่างแรงที่แก้มข้างขวา” แล้วตั้งแต่นั้นมาผมก็ปวดหัวมาตลอด และรุนแรงมากขึ้นตามลำดับจนตามองไม่เห็นเลยครับ ผมไปหาหมอ หมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ปกติ
พิลา: ผมมาเอะใจเรื่องโดนตบ จึงเล่าเรื่องให้พี่ชายทราบ พี่ชายผมจึงไปเอาขันธ์ 5 ไปบอกกล่าวเจ้าที่ขอขมาลาโทษ เสร็จสิ้นพิธีผมก็หายเหมือนปลิดทิ้งครับพี่
ผู้บันทึก: เอ้า ที่ดินตรงนี้ก็พิลาไถทุกปีไม่ใช่หรือ ไม่เห็นเป็นอะไร
พิลา: ใช่ครับ ไม่เป็นอะไร แต่ปีนี่ผมไถที่ดินกินพื้นที่ติดชายรั้วมากกว่าทุกปี สงสัยว่าตรงนั้นเขาจะมีเจ้าที่อยู่ จึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นมา
เรามองตากันแล้วก็ยิ้มๆ เหมือนเข้าใจกัน แล้วผู้บันทึกก็กล่าวว่า ดีแล้วพิลา ทำไปเช่นนั้นเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งเหนือธรรมชาติที่เราไม่รู้ไม่เห็น แต่มีอยู่ เมื่อเราทำสิ่งใดไปกระทบกระเทือนความเป็นปกติของเขาก็ต้องขอขมาลาโทษ แล้วก็จบลง ดีแล้วหละ
ตอนนี้พิลาสบายใจขึ้นแล้ว เขาเดินยิ้มๆ พร้อมทั้งขอกุญแจรถไปจากผู้บันทึกเพื่อเอารถไปทำความสะอาดตามปกติของเขา
ผู้บันทึกคิดถึง ไถที่ดิน เจ้าที่ ถูกตบ ปวดหัว ตามองไม่เห็น ขันธ์ 5 ขอขมาลาโทษ มันไม่มีเหตุไม่มีผลในทางวิทยาศาสตร์ ทางโลกโลกาภิวัฒน์อะไรนี่เลยนะ แต่มันมีปรากฏการณ์นี้จริงในสังคมชุมชน ชนบท.. ทำไมคนเราไม่ค่อยเข้าใจสิ่งใกล้ๆตัวนี้เลยหนอ..แต่ไปไขว่คว้าสิ่งที่ไกลแสนไกลหลายหลากนั้น
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
เห็นหายไปที่แท้ขึ้นภูพานนี่เอง..เหนื่อยมั้ยคะ ?
ตอนแรกเห็นชื่อบันทึกใจหายวาบ..นึกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พออ่านจบ เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่นอจริงๆนะคะ
ที่ รพ.ยส.ก็เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆอย่างนี้ค่ะ..เป็นคนไข้ถูกผีเข้า ! !..มีอาการตาขวาง เสียงที่พูดเปลี่ยน อากัปกิริยาเปลี่ยน ( เป็นในวันเดียว ) ญาติพาส่ง รพ.พอมาถึง รพ.อาการปกติ ก็กลับบ้าน..พอถึงบ้านก็เป็นอีก พอทำตามที่" เขา " ( อะไรบางอย่างที่ทำให้ท่าทางเปลี่ยนไป ) ..ต้องการ ( ได้แก่ การทำขันธ์ 5 )..อาการนี้ก็หายไป ! !...
เรื่องราวบางเรื่อง..บางทีก็ไม่ง่ายต่อการเข้าใจเลยนะคะ
สวัสดีน้องเม้งครับ น้องเม้งเป็นนักคณิตศาสตร์ เป็นนักคอมพิวเตอร์ และเป็นนักคิด นัก….กล่าวได้ว่าเป็นนักวิทยาศาตร์ แต่เข้าใจเรื่องราวของชุมชน แสดงว่าคลุกคลีกับชุมชนมา เป็นคนเข้าใจชุมชน ดีใจครับที่นักวิทยาศาสตร์เข้าใจชุมชน อย่างน้อยที่สุดจะเกิดการผสมผสานองคืความรู้ที่มีอยู่กับสาระของชุมชน หากเราสร้างสรรคสิ่งใดๆเพื่อชุมชนจะได้ไม่ผิดฝาผิดตัว ในทัศนของพี่ สังคมไทยต้องการคนแบบนี้ครับ (พี่กำลังหาทางติดตั้งโปรแกรมที่ใช้คุยกันข้ามทวีปครับแล้วจะแจ้งให้ทราบครับ)
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
เบิร์ดต้องการความช่วยเหลือค่ะ
http://gotoknow.org/blog/beutifulmemories/88301
สวัสดีครับน้อง เบิร์ด ได้เลยเดี๋ยวพี่จะเข้าไปที่ Blog ดังกล่าวครับ
สวัสดีครับบน้องเม้ง สิ่งที่เม้งกล่าวมาเป็นความจริง พี่อยากจะย้ำอีกว่า ศาสตร์ทางด้านสังคมที่ว่าด้วยเรื่องมนุษย์ สังคม วัฒนธรรม การเมือง การเปลี่ยนแปลง หรือ อะไร อะไรที่เกี่ยวกับคนนั้นสำคัญมาก นักวิชาการสาขาต่างๆหยิบมาใช้น้อย ปล่อยให้นัก MBA และทาง Business เอาด้านสังคมไปใช้เพื่อสร้างแรงบรรดาลใจให้คนมาซื้อสินค้าของเขามากๆ นี่แหละที่สายสังคมนิยมกล่าวว่า การสร้างค้านิยมใหม่ ที่กลับละเลย ผลักใส ละทิ้งค่าของสิ่งดีดีของสังคมเดิมจนหมดสิ้น หรือมีเพียงเปลือก เช่นการจัดงานประพณีก็เพียงให้มีการแสดง แต่ไม่เข้าใจเนื้อหาสาระจริงว่ามีความหมายอย่างไร ที่กล่าวนี้ไม่ต้องการหยุดโลกให้อยู่ในรูปสังคมเดิม แต่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นแบบปรับเปลี่ยนด้วยคุณค่าสาระของมันยังคงอยู่ แต่สังคมเดิมก็มีจุดอ่อนอยู่มากเช่นกัน ขอบคุณครับน้องเม้ง