ไถที่ดิน เจ้าที่ ถูกตบ ปวดหัว ตามองไม่เห็น ขันธ์ 5 ขอขมาลาโทษ มันไม่มีเหตุไม่มีผลในทางวิทยาศาสตร์ ทางโลกโลกาภิวัฒน์อะไรนี่เลยนะ แต่มันมีปรากฏการณ์นี้จริงในสังคมชุมชน ชนบท.. ทำไมคนเราไม่ค่อยเข้าใจสิ่งใกล้ๆตัวนี้เลยหนอ..

ผู้บันทึกหายหน้าไปหลายวันเพราะ นอกจากจะไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมเรื่อง Participatory Rapid Appraisal (PRA) ที่กรุงเทพฯ แล้ว ยังขึ้นไปประชุมทีมงานโครงการที่ภูพานอีก 4 วัน ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่มีคลื่น แม้ทางเจ้าของรีสอร์ทจะติดตั้งระบบ WIFI แต่ก็มีประสิทธิภาพต่ำ..  

 

พิลา เป็นชื่อพนักงานขับรถของผม เป็นชาวบ้านที่ซื่อ ใส เรียบร้อย เอาการเอางาน มีน้ำใจและเป็นคนรักครอบครัว ช่วยเหลืองานในหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วยังช่วยเหลืองานบ้านอย่างเต็มกำลัง  เป็นคนหนึ่งที่ผมคิดว่าอยากร่วมงานด้วยตลอดไป

 เมื่อถึงยามว่างที่พวกเราไม่ได้ออกสนามพิลาจะเอารถไปล้างทำความสะอาดเอี่ยมอ่องโดยไม่ต้องออกปาก เมื่อเสร็จงานก็จะมาเดินป้วนเปี้ยนให้เราเห็นเผื่อเรียกไว้วานให้ทำโน่นทำนี่ และไม่รังเกียจงานแม้แต่นิดหากเราเอ่ยปากอะไรไป ความเป็นคนมีนิสัยเช่นนี้พวกเราจึงรักใคร่

พิลา  ยามหน้าทำนาทำไร่พวกเราจึงอนุญาตให้พิลาไปช่วยทางบ้านทำงานเต็มที่  ซึ่งบ้านเขาก็อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานจึงไม่เสียเวลาเดินทางเท่าใด กลับมาทีไรตัวดำจนจำไม่ได้ เพราะตากแดดตากฝนมาเต็มที่  

 

ช่วงวันที่ผมไปกรุงเทพฯและเลยไปภูพานดังกล่าวข้างต้น ได้ข่าวว่าพิลาขอลางานเนื่องจากไม่สะบาย ซึ่งมีอาการ ปวดหัวรุนแรงและหน้ามืดมองไม่เห็นอะไรเลย จนเขาต้องหยุดขับรถและต้องวานคนอื่นช่วยขับรถแทนหน้าที่ของเขา และขอลาพักไปหาหมอ ผมสอบถามเพื่อนๆร่วมงานว่า พิลาเป็นอะไรไป ต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า คงเครียดมั้ง...  

 

เครียดอะไร มีปัญหาทางบ้านหรือไง  เพราะพ่อเฒ่าเขาเพิ่งจะเสียไปเมื่อเร็วๆนี้ และเป็นที่รักใคร่ของครอบครัวมาก  พี่ชายก็ออกจะเป็นปราสาทนิดๆ ต้องคอยดูแลกัน ผมเดาว่าเขาคงจะมีอะไรเครียดจากครอบครัว  หรือไม่ก็เครียดเรื่องอนาคต เพราะโครงการเรากำลังจะปิดในเดือนกันยายนนี้ อนาคตเขาไปทำงานอะไรต่อ 

เขาเคยขออนุญาตลาออกเพื่อไปทำงานที่ภาคใต้  แต่เราก็คัดค้านไว้ เพราะงานการที่จะไปทำก็ไม่ได้ทำให้มีเงินทองมากมายอะไรมากขึ้น แถมไกลบ้านที่เขารัก  อยู่ด้วยกันที่นี่มีอะไรก็ช่วยเหลือกันไปตามเงื่อนไข โอกาส  เขาก็ฟังและยอมที่จะอยู่ต่อ  พวกเราเองก็วางแผนไว้แล้วว่าสิ้นสุดโครงการจะมีเงินสักก้อนเล็กๆให้เขาติดตัว วันนี้ผมกลับเข้าที่ทำงานหลังจากที่ห่างไกลไปหลายวัน พบหน้าพิลาก็สอบถามทันทีว่าพิลาไปหาหมอมาแล้ว  หมอว่าไงบ้าง  อาการหายดีแล้วหรือเรื่องปวดหัว หน้ามืดน่ะ  

พิลา:         หมอบอกว่าไม่เป็นอะไร ปกติทุกอย่าง 

ผู้บันทึก:     อ้าวแล้วเป็นอะไรล่ะ

พิลา:         ผมถูกตบครับ ??

ผู้บันทึก:     พี่ไม่เข้าใจ งง  มันอย่างไรเล่าให้ฟังซิ เองไปทำอะไรสาว

                ที่ไหน จึงถูกเขาตบเอา  ผมถือโอกาสแหย่เล่น..

พิลา:         เปล่าพี่ ผมโดนเจ้าที่ตบเอา ?  มันอย่างนี้ครับ เมื่อวันนั้นผมไปไถที่ดินเตรียมปลูกพืชตามปกติเมื่อฝนตกชาวบ้านก็จะไถที่ดินกัน สงสัยว่าผมไปไถที่ดินโดยที่ที่มีเจ้าที่เขาหวงห้ามอยู่  ผมไม่รู้ครับ ผมรู้สึกเหมือนโดนตบอย่างแรงที่แก้มข้างขวา แล้วตั้งแต่นั้นมาผมก็ปวดหัวมาตลอด และรุนแรงมากขึ้นตามลำดับจนตามองไม่เห็นเลยครับ  ผมไปหาหมอ หมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ปกติ 

พิลา:        ผมมาเอะใจเรื่องโดนตบ จึงเล่าเรื่องให้พี่ชายทราบ   พี่ชายผมจึงไปเอาขันธ์ 5 ไปบอกกล่าวเจ้าที่ขอขมาลาโทษ เสร็จสิ้นพิธีผมก็หายเหมือนปลิดทิ้งครับพี่

ผู้บันทึก:    เอ้า ที่ดินตรงนี้ก็พิลาไถทุกปีไม่ใช่หรือ ไม่เห็นเป็นอะไร

พิลา:         ใช่ครับ ไม่เป็นอะไร แต่ปีนี่ผมไถที่ดินกินพื้นที่ติดชายรั้วมากกว่าทุกปี  สงสัยว่าตรงนั้นเขาจะมีเจ้าที่อยู่  จึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นมา 

เรามองตากันแล้วก็ยิ้มๆ เหมือนเข้าใจกัน แล้วผู้บันทึกก็กล่าวว่า  ดีแล้วพิลา ทำไปเช่นนั้นเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งเหนือธรรมชาติที่เราไม่รู้ไม่เห็น แต่มีอยู่ เมื่อเราทำสิ่งใดไปกระทบกระเทือนความเป็นปกติของเขาก็ต้องขอขมาลาโทษ แล้วก็จบลง  ดีแล้วหละ  

 ตอนนี้พิลาสบายใจขึ้นแล้ว เขาเดินยิ้มๆ พร้อมทั้งขอกุญแจรถไปจากผู้บันทึกเพื่อเอารถไปทำความสะอาดตามปกติของเขา 

ผู้บันทึกคิดถึง  ไถที่ดิน  เจ้าที่  ถูกตบ  ปวดหัว ตามองไม่เห็น ขันธ์ 5  ขอขมาลาโทษ มันไม่มีเหตุไม่มีผลในทางวิทยาศาสตร์ ทางโลกโลกาภิวัฒน์อะไรนี่เลยนะ  แต่มันมีปรากฏการณ์นี้จริงในสังคมชุมชน ชนบท..  ทำไมคนเราไม่ค่อยเข้าใจสิ่งใกล้ๆตัวนี้เลยหนอ..แต่ไปไขว่คว้าสิ่งที่ไกลแสนไกลหลายหลากนั้น