Overthrown: ตอนที่ 2 ปฏิบัติการลับยุคสงครามเย็น


สวัสดีครับ

ตอนที่แล้วเราได้พูดถึงการล้มล้างรัฐบาลของชาติอื่นโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในช่วงยุคล่าอาณานิคม ตอนนี้เราจะมาพูดกันต่อแต่เป็นสมัยช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นช่วงที่คอมมิวนิสต์ (ต่อไปขอเขียนสั้นๆว่าคอม”นะครับ) กำลังรุ่งเรืองแข่งรัศมีกับสหรัฐอเมริกาพอดี  

ตอนนี้จะพูดถึงสี่ประเทศด้วยกันคือ อิหร่าน กัวเตมาลา เวียดนามใต้ และชิลี ผมว่าหลังจากอ่านตอนนี้แล้วเราอาจจะเห็นภาพความขัดแย้ง และเข้าใจถึงความขัดแย้งระหว่างอเมริกากับอิหร่านไ้ด้ชัดเจนขึ้น  

อิหร่าน

รื่องนี้เริ่มมาจากประเทศอังกฤษครับ เมื่อรัฐบาลอิหร่านโดยนายกรัฐมนตรี Mossadegh (มอซซาเด็ก) นั้นต้องการที่จะยึดสัมปทานน้ำมันจากบริษัทอังกฤษ แบบที่รัฐบาลอังกฤษนั้นยึดสัมปทานเหล็กและถ่านหินมาเป็นสมบัติชาิติ เรียกว่ามอซซาเด็กก็ใช้ข้ออ้้างนี้แหละครับมาใช้กับบริษัทน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้จะยึดเฉยๆ แต่ก็มีการจะจ่ายเงินและขอแบ่งค่าสัมปทานกันใหม่ แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามอังกฤษบอกว่าไม่ยอม ยังไงๆก็ไม่ยอม แล้วก็จะทำการรัฐประหารมอซซาเด็กซะเอง 

แต่สงสัยสมัยนั้นเจมส์ บอนด์จะยังไม่เกิด เพราะว่าข่าวรั่ว มอซซาเด็กนั้นรู้ตัวทันก่อนก็เลยสั่งตะเพิดคนอังกฤษออกจากอิหร่านไปเลย พออิหร่านไล่อังกฤษไปแล้ว

อังกฤษจะทำรัฐประหารได้ยังไงหล่ะครับ มองไปมองมาก็เลยมาหาอเมริกาเกลอรัก แต่จะบอกว่า เอ่อออ คือขอให้ช่วยหน่อยนะเพราะว่าน้ำมันจะตกเป็นของอิหร่าน มันก็คงจะพูดไม่ได้ใช่ไหมครับ แล้วข้ออ้างที่ใช้ก็คือมอซซาเด็กนะคอมมิวนิสต์

แต่ทั้งๆที่จริงๆแล้วมอซซาเด็กนะเกลียดคอมมาก แถมพรรคคอมมิวนิสต์ในอิหร่านก็อ่อนแอมาก เรียกว่าไม่สนใจอ่ะ เอาข้ออ้างนี้แหละ เรื่องมันก็ไม่่น่าจะเป็นเรื่องใช่ไหมครับ แต่มันดันเป็นเรื่องขึ้นมาเพราะว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกาสมัยนั้นที่ชื่อว่า John Foster Dulles (ดูลเลส) นั้นเป็นโรคกลัวคอมขึ้นสมอง พออังกฤษบอกแบบนี้ก็เชื่อครับ ทั้งๆที่พวกทูตอเมริกานั้นก็บอกว่า มอซซาเด็กนั้นไม่เป็นคอมอย่างแน่นอน  แต่ดูลเลสนั้นไม่สนใจ แค่บอกว่าคอม ก็กลัวแล้ว

แต่จะหาใครมาทำงานนี้หล่ะ มองไปมองมาก็บอกว่าเอาซีไอเอนี่แหละ ตอนนั้นซีไอเอนั้นเป็นหน่วยงานตั้งใหม่ทำหน้าที่แค่รวบรวมข้อมูลเท่านั้น ไม่ทำอะไรมากกว่านั้น แล้วทำไมดูลเลสถึงเลือกเอาซีไอเอ มีเหตุผล็อยู่สองอย่างครับคือ

  1. หมดสมัยแล้วที่จะส่งทหารเข้าไปยึดประเทศไหนโต้งๆ
  2. น้องชายดูลเลสนั้นเป็นผู้อำนวยการซีไอเอ

ไอเซนฮาว(ไอค์)ซึ่งเป็นประธานาธิบดีตอนนั้นก็สงสัยว่า เออ แล้วทำไมอเมริกาเป็นเหมือนเทพบุตรแบบนี้ ทำไมอิหร่านถึงจะไปเป็นคอม มันไม่สมเหตุสมผลกันเลย ดูลเลส ก็ตอบท่านประธานาธิบดีว่า เออ จริงๆแล้ว มอซซาเด็ก ก็ไม่ได้เป็นคอมจริงๆหรอก แค่มีแนวโน้มนะ เราจะฆ่าเขาก็ไม่ได้ เพราะว่าถ้าฆ่าก็อาจจะเกิดสุญญากาศการเมือง เดี๋ยวคอมเข้ามา น้ำมันอิิหร่านเป็นของพวกคอม แล้วเราจะยุ่งกันใหญ่ และแค่นี้ก็พอที่จะทำให้ไอค์นั้นไฟเขียว 

ปฏิบัติการสายลับสะท้านโลก

วิธีการปฏิบัติการก็คล้ายๆกับวิธีที่มองโกลใช้ตอนไปรบเลยครับ คือเริ่มจากการสร้างความสับสนให้กับศัตรู อเมริกาก็ทำเหมือนกันโดยการให้เงิน $150,000 (เมื่อห้าสิบปีมาแล้วนะครับ คงเยอะน่าดู) เพื่อไปติดสินบนนักข่าว ผู้นำศาสนา ผู้นำความคิด นักการเมือง ให้เกลียดชัง หวาดกลัวรัฐบาล 

ต่อจากนั้นก็จะจ้างพวกแก๊งอิทธิพลมาทำร้ายชาวบ้านให้ดูเหมือนว่ามอซซาเด็กนั้นสั่งมา จากนั้นซีไอเอก็ไปหาคนที่จะมาเป็นหุ่นเชิดของอเมริกา ซึ่งคนนั้นก็คือนายพลนอกราชการที่ชื่อว่า Zadehi (ซาเดฮี) เมื่อเลือกแล้วก็จ่ายเงินไปก่อนเลยก้อนหนึ่งประมาณ $135,000 กับค่าใช้จ่าย $11,000 ต่อสัปดาห์ เพื่อเอาไปสร้างมิตรกับคนอื่น (ธุรกิจนี้ดีนะครับ)  

พอถึงวันจะปฏิวัติ ก็มีการจ้างคนมาเดินขบวนประท้วง แล้วก็มีการจ้างนักการเมืองให้โวตไม่ไว้วางใจนายก ในขณะเดียวกันก็กันไว้แล้วว่าถ้ามอซซาเด็กสั่งทหารให้เข้ามาจัดการ ทหารก็จะอยู่เฉยๆ เพราะว่าตัวเองรับเงินไว้แล้ว  

แต่มอซซาเด็กนี่สงสัยสายลับเก่าครับ เพราะรู้ตัวอีกแล้ว ก็เลยสั่งยุบสภาไปก่อน แล้วก็ใช้คนลงประชามติว่าจะเอาเขาหรือไม่ ซึ่งแน่นอนครับว่าคนอิหร่านเองก็ลงมติท่วมท้นให้มอซซาเด็กเป็นนายกต่อ ซีไอเอเจอเข้าไปแบบนี้ก็ช็อกเหมือนกัน แต่แหมปฏิบัติการครั้งแรกมันก็ต้องมีผิดพลาดกันได้

แต่ซีไอเอก็ไม่ยอมแพ้ไปหาพระเจ้าซาร์ บอกให้พระเจ้าซาร์ช่วย โดยให้พระเจ้าซาร์ปลดมอซซาเด็กแล้วก็แต่งตั้งนายพลซาเดฮีขึ้นเป็นนายกแทน พระเจ้าซาร์เองก็อยากช่วยเพราะว่ามอซซาเด็กนั้นทำให้พระเจ้าซาร์นั้นไม่มีมีอำนาจอะไรเลย แต่พระเจ้าซาร์เองก็กลัวว่าถ้าช่วยแล้ว ราชวงศ์จะล่มลงไป เพราะว่ามอซซาเด็กนั้นเป็นที่นิยมของคนอิหร่านมาก ก็เลยกระอักกระอ่วนไม่รู้จะเอาัยังไงดี  

ซีไอเอเองก็กล่อมพระเจ้าซาร์นานมาก จนตกลงกันได้ว่า ไม่ว่าจะยังไงปลดแล้วพระเจ้าซาร์ขอไปพักผ่อนนะช่วยจัดการให้ด้วยละ่กัน  พอพระเจ้าซาร์เซ็นชื่อปลดมอซซาเด็กปุ๊ป ก็ส่งทหารจะไปจับตัวมอซซาเด็ก

แ่ต่มอซซาเด็กนั้นสายลับเก่าแหงๆครับ รู้ทันอีกเลยสั่งทหารมาจับคนที่จะมาจับตัวไปซะก่อนเลย พอจับได้เสร็จแล้ว ก็รีบออกทีวีประกาศต่อพี่น้องประชาชนชาวอิหร่านว่า นี่มีคนจะทำรัฐประหาร เป็นคนของพระเจ้าซาร์ แต่ตัวพระเจ้าซาร์นั้นนะหนีไปนานแล้วครับ

มาถึงตอนนี้อเมริกาเห็นท่าไม่ดีครับ เงินก็ต้องเสียอะไรๆ อะไรๆก็ดูเหมือนไม่เป็นมอซซาเด็กก็ดูท่าทางจะเป็นสายลับเก่ารู้ไปหมด ก็เลยสั่งให้หัวหน้าชุดปฏิบัติการลับนั้นกลับประเทศ ไม่ต้องปฏิวัติแล้ว แต่หัวหน้าชุดไม่ยอมครับ บอกว่ายังไงๆก็จะต้องปฏิวัติให้ได้ แล้วก็ไปจ้างเอาพวกแก็งกวนเมืองมาก่อจลาจล

มอซซาเด็กก็สั่งให้ตำรวจไปจัดการ แต่ตำรวจนั้นถูกซื้อไปหมดแล้วครับ ก็เลยเฉยๆหรือไม่ก็ร่วมทำจลาจลไปเลย ถึงตอนนี้มอซซาเด็กนั้น ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ประชาชนก็ออกมาเดินขบวนไล่มอซซาเด็กออกจากตำแหน่ง พอทุกอย่างเละได้ที่นายพลซาเดฮีก็ออกมา บอกว่า ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ผมเป็นคนที่พระเจ้าซาร์ตั้งเป็นนายกอย่างถูกกฎหมาย

ถึงตอนนี้มอซซาเด็กก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ลาออกแล้วนายพลซาเดฮีก็เป็นนายก อีกสักพ้กพระเจ้าซาร์ก็กลับมาอิหร่าน ส่วนมอซซาเด็กนายกที่คนรักก็ถูกจับข้อหากบฏ แล้วก็ถูกคุมขังที่บ้านตลอดชีวิต 

กัวเตมาลา

กัวเตมาลานั้นก็โดนเหมือนอิหร่าน แถมโดนใกล้ๆกันด้วย คือในช่วงปี 1950s แต่เรื่องของกัวเตมาลานั้นไม่ตื่นเต้นเท่าอิหร่านครับ

เรื่องก็เรื่องก็คือบริษัท United Fruit (ยูไนเต็ดฟรุ๊ต) บริษัทนี้เราได้พูดถึงกันในตอนแรกแล้ว บริษัทเดียวกับที่ทำให้เกิดการปฏิวัติในฮอนดูรัสขึ้นมาแหละครับ ไม่พอใจที่รัฐบาลกัวเตมาลาเปลี่ยนไป จากแต่ก่อนเนี่ยให้สัมปทาน อย่างกับเช่าเกาะฮ่องกงคือ 99 ปี ไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน แถมได้ที่สวยๆอีกต่างหาก

อยู่ดีๆกัวเตมาลาจะเปลี่ยนประธานาธิบดี แล้วจะมายึดที่ไปซะงั้นแหละ ยูไนเต็ดฟรุ๊ตยอมไม่ได้ นอกจากยูไนเต็ดฟรุํุ๊๊ตแล้วก็ยังมีบริษัทไฟฟ้า ทางรถไฟอีก เรียกว่าสามหนุ่มสามมุมไม่ยอมโดยเด็ดขาด  

แต่เรื่องนี้สนุกที่ตรงไหนทราบไหมครับ สนุกตรงที่นายจอห์น ดูลเลส เนี่ยเคยเป็นทนายมาให้กับบริษัททั้งสามแห่งนี้มาก่อน คราวนี้นายเก่าลำบาก ลูกน้องภักดีอย่างดูลเลสก็เต้นเป็นเจ้าเข้า แล้วระเบิดก็มาจุดติดตรงที่ประธานาธิบดีกัวเตมาลาที่ชื่อ Arbenz (อาเบนซ์) มายึดที่ของบริษัทยูไนเต็ดฟรุ๊ตไป 234,000 จาก 295,000 เอเคอร์ แต่ก็ไม่ได้ยึดฟรีๆ บอกว่าจะจ่ายให้ ล้านเหรียญ แต่ยูไนเต็ดฟรุ๊ตบnอกว่าบ้าไปเปล่าที่ของเขานะสิบเก้าล้านเหรียญ ล้านเดียวอะไรมั่ว 

พอดูลเลสเห็นยึดแค่นั้นแหละครับ คอม ทันที ประธานาธิบดีอาเบนซ์นี่เป็นพวกคอมทันที ถึงแม้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์นั้นจะไม่รุ่งที่กัวเตมาลาเหมือนกับที่อิหร่าน ดูลเลสก็ไม่สน ถึงแม้ว่าจะมีทูตกัวเตมาลาบอกว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหาหลักฐานมาบอกว่ากัวเตมาลาจะไปเป็นคอมมิวนิสต์ หรือว่าเกี่ยวข้องกับมอสโก ดูลเลสก็ไม่รับรู้ ก็เชื่อแล้วอ่ะว่าเป็นคอม ยังไงๆ กัวเตมาลาก็ต้องเป็นคอม 

วิธีการนั้นคล้ายๆอิหร่านเลยครับ แต่ทีเด็ดกว่าคือมีการไปหาคาดินัลมาช่วยโค่นล้มรัฐบาลด้วย โดยการเขียนบทให้พระท่านเทศน์ โดยบอกว่าจะมีคอมมิวนิสต์มาทำลายกัวเตมาลาแล้วประธานาธิบดีอาเบนซ์ก็ต้องลงจากตำแหน่ง และลี้ภัยไปต่างชาติ

แต่เวลาลี้ภัยนั้นก็พยายามไปประเทศที่เป็นชาติประชาธิปไตย แต่ก็ไม่มีที่ไหนที่อยู่ได้นาน ซึ่งตัวประธานาธิบดีอาเบนซ์เองก็เป็นลูกชาวสวิส ไปขอสัญชาติสวิส สวิสก็ไม่ให้ ไปขอลี้ภัยในฝรั่งเศส อยู่ไปสักพักก็ถูกตัดวีซ่า จนต้องไปอยู่ถึงสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย แล้วก็เข้าทางดูลเลส เพราะพี่แกเล่นตีฆ้องร้องป่าวประกาศ เห็นไหมอาเบนซ์เป็นคอมเหมือนกับที่ผมบอกคุณเลย  

เวียดนามใต้

หลังจากญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สองแล้ว แทนที่เวียดนามนั้นจะได้อิสรภาพซักทีกลับถูกฝรั่งเศสมายึดกลับไปอีก ทำให้พวกเวียดมิน นำโดยลุงโฮที่เรารู้จักกันดี ต่อสู้จนสามารถที่จะชนะฝรั่งเศสได้ แล้วก็มีการทำสัญญาที่เจนีวา แล้วพระเอกของเราคือคุณจอห์น ดูลเลสเนี่ยแกก็มีเอี่ยวอีกด้วยครับ เพราะคุณดูลเลสเนี่ยไปเป็นตัวแทนของอเมริกาในการเป็นสักขีพยานครั้งนี้ แล้วก็ไม่พอใจสุดๆ ที่จะให้เวียดนามนั้นเป็นคอม ถึงแม้ว่าจะมีการแบ่งเป็นเวียดนามเหนือใต้ก็เหอะ แต่ก็ไม่พอใจอ่ะ พยายามทำทุกอย่างให้ฝรั่งเศสยังอยู่ในเวียดนามก็ไม่ได้ เพราะฝรั่งเศสไม่เอาบักโกรกเต็มทีแล้ว  

เมื่อไม่พอใจ ก็ทำเหมือนเดิมครับ คือไปหาคนมา คนที่ดูแล้วหน่วยก้านพอจะไปวัดไปวาไหว ว่าจะไปสู้กับลุงโฮ ก็ไปเจอ โง ดิน เดี๊ยม (Ngo Dinh Diem) ซึ่งเป็นคนนับถือคริสตร์นิกายแคทอริค แถมเคยไปเตร็ดเตร่อยู่ทีอเมริกาซะด้วย แล้วก็มีโอกาสเจอวุฒิสมาชิกหนุ่มรูปหล่อจากรัฐแมซซาชูเสตที่ชื่อ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ซะด้วย  

ดูลเลสมองไปมองมา ก็เอานะ คนนี้แหละ ไปตั้งให้ไปเป็นประธานาธิบดีที่เวียดนามใ้ต้ ไปอยู่ไซง่อน พอตั้งเสร็จแล้ว ก็ช่วยทุกอย่างครับ เคยมีปฏิวัติตั้งสองครั้ง คุณโงก็เหลือร้าย อเมริกาช่วยให้รอดทั้งสองครั้ง แถมยังมีการรณรงค์ให้คนแคทอลิคอพยพจากเหนือลงมาใต้อีก แต่ก็ไม่ค่อยมีผลอะไรเท่าไรเลย  

พอใกล้ครบกำหนดสนธิสัญญาเจนีวา ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งในเวียดนาม เพื่อจะดูว่าจะรวมชาติหรือเปล่า แล้วใครจะมาเป็นประธานาธิบดี อเมริกาก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว เพราะถ้าเลือกเมื่อไร แพ้แหงๆ ลุงโฮของชาวเวียดนามได้เป็นประธานาธิบดีแน่นอน แต่ขณะที่นั่งไม่ติดนี่แหละครับ คุณโงของเราก็ส่งโทรเลขไปวอชิงตันบอกว่า ห้ามให้มีการเลือกตั้งนะ  

เท่านี้แหละครับเป็นเรื่อง เพราะตอนแรกนั้นสนธิสัญญาบอกว่าแยกกันสองปีนะ แล้วก็มาเลือกตั้งกัน แต่พอไม่มีเืลือกตั้งนี่แหละครับที่ทำให้เวียดนามนั้นแยกกันยาว แถมพ่วงมาด้วยสงครามเวียดนามอีกต่างหาก เมื่อไม่มีการเลือกตั้งลุงโฺฮ ก็เห็นแล้วว่า แบบนี้มันก็ไม่ได้รวมซักที เลยตัดสินใจสู้อีกครั้ง ครั้งที่สาม (ครั้งแรกญี่ปุ่น ครั้งที่สองฝรั่งเศส ใช้ชื่อว่าเวียดมิน) มาครั้งนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเวียดกง มาถึงตอนนี้พระเอกของเราคือคุณดูลเลสนั้นบอกว่าเหนื่อยแล้วครับ ขอลาพักผ่อน ไม่สบายแล้ว ก่อนจะเสียชีวิตไปในปี 1958 ไม่ได้เห็นผลงานอีกอันของตัวเอง

พอดูลเลสไม่อยู่ ไอค์เองก็ไม่สนเวียดนามมากนัก  เรื่องก็ซาลงจน เจเอฟเค (จอห์น เอฟ เคนเนดี้) ได้มาเป็นประธานาธิบดี ซึ่งตอนไอค์นั้นสรุปเรื่องต่างประเทศให้เจเอฟเคฟัง เจเอฟเค บอกว่า ไอค์ ไม่พูดถึงเวียดนามเลย แต่ไม่พูดก็ไม่เป็นไร เพราะเจเอฟเคนี่แหละครับ ตัวเริ่มสงครามเวียดนามเมื่อเริ่มส่งทหารเพิ่มจาก 865 => 16500 นาย แล้วพอปี 1961 ปีที่ ลินดอน จอนสัน (แอลบีเจ) รองประธานาธิบดีไปเวียดนามใต้ พอกลับมาแอลบีเจ ก็เริ่มเพ้อเรื่องทฤษฏีโดนิโมที่เรารู้จักกันดีว่า ถ้าเวียดนามใต้ล้มแล้วล่ะกัน อินโตจีนทั้งหมดรวมทั้งไทยด้วยจะต้องกลายเป็นคอมกันหมด  

แต่โงเนี่ยไม่มีอะไรเลยครับ ไม่มีเสน่ห์ไม่มีอะไรเลย ตัวโงเองก็นับถือคริสตร์ซึ่งในเวียดนามใต้ตอนนั้นมีคนแค่ 10% เท่านั้นที่นับถือคริสตร์ มองไปมองมาอเมริกาก็คิดว่าโงนี่ไม่มีอะไรเลยที่จะทำให้เวียดนามใต้นั้นชนะสงครามได้ แถมตัวโงก็ไม่ใส่ใจการรบเท่าไร เรื่องสงครามอะไรๆก็พึ่งพาแต่อเมริกา  ตัวโงเองพอเห็นอเมริกาเริ่มเข้ามามากขึ้นก็ไม่ค่อยพอใจเหมือนกัน เลยคิดจะไปเจรจากับเวียดนามเหนือ ทำให้ทุกอย่างนั้นเปลี่ยนไป อเมริกาเริ่มไม่ชอบใจโงซะแล้ว

และแล้วจุดจบของโงนั้นก็มาอยู่ที่พระรูปหนึ่งได้จุดไฟเผาตัวเองประท้วงการเข้ามาของสหรัฐ แค่นี้แหละครับ เจเอฟเค เพื่อนโง ก็เปลี่ยนไปเมื่อให้สัมภาษณ์ว่าสงครามนี้ถ้ามีโงก็คงไม่ชนะ โงเองก็เริ่มรู้ชะตากรรมแล้ว ก็เลยบอกว่าต้องการคุยกับเวียดนามเหนือ ตอนนั้นท่านเลขายูเอ็นที่เป็นชาวพม่า ที่ชื่ออู ถัน รวมไปถึุงประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่ชื่อว่า ชาลส์ เดอ โกล ก็สนับสนุนเต็มที่ แ

่ต่อเมริกานั้นไม่สนับสนุน อเมริกามองไปมองมาก็ไปหาตัวแทนได้คือนายพลดัง แว มิน (Doung Van Minh) นายพลที่ปรึกษาของโง  แต่การสนับสนุนการปฏิวัติในเวียดนามเองนั้นก็ไม่เหมือนกับครั้งอื่น เพราะว่าเจเอฟเคเองก็ไม่แน่ใจว่าจะปฏิวัติดีหรือไม่ดี น้องชายคือ Robert F. Kennedy นี่ยิ่งไม่เห็นด้วยเข้าไปใหญ่

จะว่าไปแล้วมันคงเป็นเวรกรรมของโงหล่ะครับ เพราะว่า วันที่แผนการปฏิวัตินั้นได้รับการยอมรับนั้น ไม่มีคนที่สนับสนุนโงอยู่ทำแผนเลย มีแต่คนเกลียดโงทั้งนั้น แผนก็เลยได้รับการอนุมัติิอย่างง่ายดาย แถมมีการหมกเม็ดกับเจเอฟเคอีกด้วย เพราะเจเอฟเคนั้นบอกว่า ให้เอาแผนไปให้ที่ปรึกษาดู ไอ้คนทำแผนพอไปเจอที่ปรึกษาก็บอกว่า เจเอฟเคอนุมัติิแล้ว เรื่องก็เลยส่งไปถึงทูตสหรัฐประจำเวียดนาม พอเจเอฟเครู้ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยเลยตามเลย  

ผลสุดท้ายก็คือการรัฐประหารที่โง ดิน เดี๊ยมนั้นถูกสังหารหลังจากการจับกุม เมื่อข่าวนี้รู้ถึงหูเจเอฟเค ก็เล่นเอาท่านประธานาธิบดีนั้นเศร้าไปเหมือนกัน เพราะว่าตัวเองนั้นย้ำแล้วย้ำอีกว่า เอาแค่ไล่ออกนะ ไม่ถึงกับตาย  

ชิลี

เรื่องเวียดนามใต้นั้นเราไม่ได้พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจกันเลย คราวนี้มาดูเรื่องที่เกิดในชิลีบ้างนะครับ เรื่องที่เกิดนี่ก็ประหลาดไม่แพ้ที่อื่นเหมือนกัน เมื่ออเมริกานั้นเริ่มทำการรัฐประหารว่าที่ประธานาธิบดี Allende (อัลเล็นเด้) อัลเล็นเด้คนนี้แหละครับ ที่จะทำการยึดสมบัติชาติคืนมาให้คนชิลีทุกคน

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า อัลเลนเด้นั้นได้รับคะแนนเสียงจากคนชิลีถึง 36% แต่เมื่อไม่ถึง 50% รัฐสภาชิลีก็เลยต้องออกเสียงลงมติรับรองประธานาธิบดี ซึ่งโดยทั่วไปก็จะัรับรองคนที่นำมาเป็นที่หนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ก็คือนายอัลเล็นเด้เนี่ยแหละ 

แต่คราวนี้คนที่ไม่พอใจที่เป็นหัวหอกกลับไม่ใช่บริษัทอเมริกันแต่เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ในชิลี ก็เลยวิ่งไปหาอเมริกา โดยเริ่มจากทูตอเมริกาก่อน แต่ทูตไม่เห็นด้วย เลยต้องข้ามหัวทูต ไปหาคนใหญ่คนโตในรัฐบาล Nixon (นิกสัน) และบริษัทอเมริกาที่จะเสียประโยชน์จากการขึ้นมาของอัลเล็นเด้ให้ช่วยกันมาล็อบบี้

เรื่องล็อบบี้นี่วิ่งกันวุ่นมากครับ ประมาณว่าโยงกันมั่วไปหมด ผลสุดท้ายมาลงตัวที่ขอให้ซีอีโอเป็ปซี่ช่วยให้เข้าไปพบนิกสัน เพราะว่าเป็ปซี่ นี่แหละผู้สนับสนุนรายใหญ่ของนิคสัน 

ตลอด 139 ปีที่ผ่านมา การปกครองระบอบประชาฺธิปไตยของชิลีราบรื่นเรียบร้อย แต่จะไปล้มล้างรัฐบาลทำไม คำตอบนอกจากรักษาผลประโยชน์ของบริษัทอเมริกาแล้วยังมีทองแดงด้วย ทำให้อเมริกานั้นต้องการเข้าไปล้มล้างรัฐบาลชิลีมากขึ้น  

วิธีการก็มีสองวิธีครับ อันแรกก็คือการบล็อกไม่ใ้ห้อัลเล็นเด้ได้เป็นประธานาธิบดี โดยการติดสินบนสภา แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อเล่นไม้นวมไม่ได้ ก็เล่นไม่แข็งครับ เมื่ออเมริกาใช้วิธีกา่รที่สอง ก็คือทำรัฐประหาร แต่ตอนแรกของการรัฐประหารก็ไม่มีใครเล่นด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของชิลีนั้น ไม่เล่นด้วย ถือตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด

เมื่อเห็นท่าไม่ค่อยดี ก็ถอยก่อนเป็นการกดดันทางเศรษฐกิจแทน เมื่อธนาคารส่งเสริมการส่้งออก หรือ Export-Import Bank กับ Agency for International Development บอกว่าไม่ใ้ห้เงินกู้อ่ะ มีไรเปล่า Inter American Development Bank ก็ปรับความน่าเชื่อถือจาก B เป็น D

แถมพวกบริษัทอเมริกาในชิลียังเป็นใจ อยู่ก็หยุดงาน อยู่ๆก็จ่ายเงินเดือนพนักงานช้า อยู่ๆก็ไม่สั่งของเข้ามาซะดื้อๆ ทำให้จราจรในชิลีว่างไปเลยเมื่อรถเมล์ 30% และแท็กซี่ 20% ต้องหยุดวิ่งเพราะไม่มีอะไหล่  

พอมาุุถึงปลายปี 1972 ทุกอย่างก็สุกงอมได้ที่ นอกจากอเมริกาที่กดดันแล้ว ยังมีคนชิลีที่ต้องการเห็นการปฏิรูปเป็นไปอย่างรวดเร็วได้ออกมาเดินขบวนอีก แล้วทุกอย่างก็สุกงอมทำให้นายพลปิโนเช่ ออกมาทำรัฐประหาร แต่ว่าอัลเล็นเด้ ก็ไม่หนีนะครับ พอรู้ว่าโดนก็ไปที่ทำเนียบประธานาธิบดี สั่งให้ทหารของตัวเองสู้ แต่ก็โดนทั้งเครื่องบินมาทิ้งระเบิด รถถังมายิง ไม่นานทุกอย่างก็สงบ และพอทหารฝ่ายปฏิวัติเข้าไป ก็พบศพประธานาธิบดีอัลเล็นเด้ 

สรุป

ปฏิบัติการล้มล้างรัฐบาลทั้งหลายนั้น ได้รับการยอมรับจากประธานาธิบดี รัฐมนตรีต่างประเทศ ผู้อำนวยการซีไอเอ ที่ปรึกษาความมั่นคง มาแล้วทั้งนั้น

ความเหมือนที่แตกต่างเพียงแค่ชื่อประเทศนั้นมีหลักๆดังนี้ครับ

  1. ประธานาธิบดีรู้่ทุกคน
  2. สหรัฐเป็นตัวการหลัก สนับสนุนเงินและแผนการ
  3. นอกจากเวียดนามใต้แล้ว ทุกประเทศที่ล้มเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยหมด และเมื่อล้มแล้ว ก็มีแต่พวกเผด็จการครองอำนาจหมดเหมือนกัน
เมื่อพวกเผด็จการครองอำนาจ เสียงต่อต้านอเมริกาที่เงียบลง ก็ถูกทึกทักว่าเป็นเีสียงแห่งการยอมรับ ซึ่งก็เป็นการเ้ข้าใจผิดอย่างมหันต์ การกล่าวหาว่าประเทศอื่นเป็นคอม ก็ไม่ถูกเพราะว่าคนพวกนั้นเป็นพวกชาตินิยมมากกว่า แล้วทำไมอเมริกาถึงตัดสินใจพลาดในเรื่องพวกนี้ คินเซอร์บอกว่า
  1. เพราะว่ารัฐบาลอเมริกาเชื่อว่าคอมคือนาซีคืนชีพ
  2. เพราะว่าแผนการที่ผิดพลาดของยุโรปที่เอาใจนาซีทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดสงคราม ทำให้นาซีมีความแข็งแกร่ง และท้ายที่สุดก็มีสงครามอยู่ดี

แต่ว่าถ้าัสังเกตให้ดีเราจะพบว่า พวกนี้เป็นเรื่องของยุโรปตะวันตกเท่านั้น อเมริกาไม่ได้เรียนรู้ความเป็นชาิตินิยมแบบอื่นๆเลย นอกจากการที่บอลเชวิคล้มล้างพระเ้จ้าซาร์แห่งรัสเซีย แล้วก็ยึดทุกอย่างให้เป็นของรัฐตามลัทธิมาร์ก (Marxism) ดังนั้นการยึดสมบัิติ สัมปทานทุกอย่างให้เป็นของรัฐ นั้นไม่มีตามขบวนการชาตินิยม มีแต่เป็นคอมเท่านั้นที่จะทำและนี่แหละครับคือการจับแพะชนแกะเป็นประจำของรัฐบาลสหรัฐ 

จุดจบของประเทศต่างๆที่กล่าวมานั้นไ่ม่มีที่ไหนจบสวยเลยซักที่ 

อิหร่านนั้นได้ปฏิวัิติล้มล้างพระเจ้าซาร์โดยโคไมนี แถมก่อนหน้านั้นก็มีการยึดสถานทูตอเมริกามาก่อน เล่นเอาคนอเมริกานั้นงงไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไปในปี 1953 

กัวเตมาลา หลังจากล้มรัฐบาลแล้ว กัวเตมาลาก็เข้าสู่ภาวะสงครามกลางเมือง และเช กูเวร่าก็เกิดขึ้นมา เพราะสงครามกลางเมืองในกัวเตมาลา และเข้าใจถึงพิษสงของอเมริกาดี

เวียดนามใต้ รัฐบาลทหารที่ปฏิวัติโง ก็ถูกปฏิวัติในอีกสามเดือนต่อมาและก้าวไปสู่ยุคทหารครองเมือง 

ชิลี ปี 1988 ปิโนเช่ทำประชามติว่าคนชิลียังคิดว่าตนเหมาะสมอยู่หรือเปล่า คำตอบคือไม่ แล้วปิโนเช่ก็เลยต้องจำใจลง และถูกศาลตามล้างหาว่าสั่งฆ่าคนตาย ทรมานคนชิลี

อ่านแล้วรู้สึกประหลาดๆดีพิลึกนะครับ ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วสายสนกลในที่มีอยู่ในวงการต่างประเทศนั้น อะไรคือจริงอะไรคือเท็จ สิ่งที่สำคัญที่สุดคงไม่ใช่สิ่งที่คนในประเทศส่วนมากต้องการ แต่เป็นผลประโยชน์ที่ได้รับ 

อย่าลืมนะครับ หนังสือเล่มนี้พูดแค่ผลงานซีไอเอที่เป็นแกนหลักในการล้มล้างรัฐบาลได้ แล้วที่ทำไม่ได้อีกเท่าไร ที่ไปมีเอี่ยวด้วยแต่ไม่ได้เป็นแกนหลักอีกเท่าไร

ผมว่าเราโชคดีที่ประเทศเราไม่ได้เจออะไรประหลาดๆแบบนั้น ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้อาจจะช่วยเปิดหูเปิดตาคนอเมริกัน ให้เข้าใจปริบทโลกมากขึ้น และรู้ว่าอเมริกันชนนั้นไม่ได้เลือกแต่ประธานาธิบดีของตัวเอง แต่เลือกประธานาธิบดีของโลกเลยทีเดียว

ตอนหน้าจะเป็นตอนจบของหนังสือเรื่องนี้ครับ จะพูดถึงการล้มล้างรัฐประหารในยุคปัจจุบัน 

Source: Kinzer, S. "Overthrown: American's century of regime change from Hawaii to Iraq" Times Book, NY 2006 ISBN 978-0-8050-8240-1

หมายเลขบันทึก: 88705เขียนเมื่อ 5 เมษายน 2007 13:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 16:37 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (13)

 ไปอ่านหนังสือ  .....

น้องต้น.. 

น้องช่วยแบ่งบรรทัด หรือแบ่งเป็นตอนย่อยๆ.. ได้มั้ย ? จ้า..

หลวงพี่ อ่านถึง ชิลี สายตาก็เริ่มล้า....

นี้ หยิบขนาดแว่นมาใส่นะ (ปรกติมักจะไม่ใส่แว่น)

เจริญพร

ไปอ่านหนังสือ ....

รวดเร็ว...ทันใจ... 

ขอบใจจ้า...

เจริญพร 

ยิ่งรู้มากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองรู้น้อย ว่าไม๊ต้น : )

 

ลืมบอกว่า ขอบคุณมากๆที่แปลมาให้อ่าน ไ้ด้ประโยชน์มาก office-mate เป็นคนอิหร่าน roommate เก่า เป็นคนชิลี (เป็น refugee ด้วย มาแคนาดาตอน 2 ขวบ) พี่จะไ้้ด้เข้าใจที่มาที่ไปประเทศเค้ามากขึ้น

กราบนมัสการพระคุณเจ้าครับ

ต้องขอกราบประทานโทษด้วยครับ เนื่องจากว่าตอนที่เขียนนั้นเขียนใส่ word คือจริงๆตอนแรกเขียนไว้ แล้วคงไปกดปุ่มผิดนะครับ ก็เลยหายไปหมด

เลยตัดสินใจมาเขียนลงใน word แล้วพอเอามาแปะที่นี่ เว้นบรรทัดทุกอย่างก็เลยดูจะไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการ แต่ก็กดผิดอีกรอบ ทำให้ upload แบบติดๆไปก่อนนะครับ

เลยต้องกราบขอประทานโทษมาอย่างสูงด้วยครับ

 

สวัสดีครับพี่มัท

ยิ่งเรียนก็ยิ่งรู้น้อยครับ มีความรู้สึกว่าจริงๆแล้วยังมีอะไรอีกมากมายที่เรานั้นแทบจะไม่รู้อะไรเลย

จริงๆแล้วหนังสือมีรายละเอียดมากกว่านี้มากเลยครับพี่มัท แต่ว่านี่ต้นสรุปมาแบบเยอะมากครับ จากบทละ 20-30 หน้า นี่มาเหลือไม่เกิน ห้าย่อหน้าครับ จะว่าไปถ้ามีโอกาสหาอ่านเล่มจริงดีกว่าครับ สนุกแน่นอนครับ

ต้น :D

 

อ่านแล้วรู้สึกว่ามนุษย์นี้ช่างวุ่นวายเสียจริงๆ เลยนะคะ ยิ่งมีจำนวนมากเท่าใด กิเลสก็ยิ่งมากมายเป็นทวีคูณ ไม่รู้จบ แค่บ่นเล่นๆ ค่ะ อ่านแล้วปลงค่ะ ; ) ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ

   มีความอดทนสูงอีกแล้วครับ พี่ต้น (ยกนิ้วให้เลยครับ)

สวัสดีครับอาจารย์ดร. กมลวัลย์ ลือประเสริฐ

ผมว่ามนุษย์เราก็วุ่นวายมาตั้งนานแล้วนะครับ ในเมื่อมนุษย์ส่วนมากต้องการทำทุกอย่างให้ตัวเองมีอำนาจ มีความร่ำรวยมากกว่าคนอื่น ดังนั้นคงไม่แปลกที่จะต้องหาทางเพื่อจะได้อำนาจนั้นมาและรักษาอำนาจนั้นไว้

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ผมว่าในสังคมโลก เราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึง power games and power players ที่จะมีผลต่อเราได้นะครับ ถ้าเรา (ทั้งในฐานะรัฐบาลและประชาชน) ไม่เข้าใจ ผมว่าเราก็สามารถที่จะถูกหลอก และพาชาติตกเข้าสู่วังวนการแย่งอำนาจของชาติมหาอำนาจได้

ขอบพระคุณอาจารย์มากครับที่ได้สละเวลาเข้ามาอ่าน

 

สวัสดีครับคุณน้องเดอ

ไม่หรอกครับ ไม่ได้อดทนอะไรเลยครับ มันแค่ยาวเท่านั้นแหละครับ จะไปเรียกว่าอดทนก็คงจะไม่ได้ (เพราะไม่ได้ลำบากมากซักหน่อย)

แต่ก็ขอบคุณมากนะครับที่ได้สละเวลาเข้ามาอ่าน แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ช่วงนี้คงจะไม่ค่อยได้เข้าไปอ่านบล็อกของน้องเดอ เพราะว่ายุ่งมากจริงๆ (จริงๆแล้วก็ไม่ได้เข้าไปอ่านบล็อกใครเลยครับ :( )

ต้น

ไม่เป็นไรครับ เพราะผมก็ไม่มีเวลาบันทึกใหม่เท่าไหร่ ช่วงนี้ยุ่งๆครับ ได้แต่แวะเข้ามาอ่านเท่านั้น

สวัสดีครับคุณน้องเดอ

ดีนะเนี่ยที่คุณน้องเดอยังมีเวลาอ่าน ผมอ่ะแทยจะไม่ค่อยได้เข้าเลยครับช่วงนี้ เพราะรู้ว่าถ้าเข้าแล้วมันจะติด ออกไม่ได้ครับ :D

ต้น

ขอบตุณสำหรับข้อมูลดีๆที่มีให้โบว์นัสศึกษา พอดีคุณครูจะสอบเรื่องนี้พอดีเลยค่ะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี