4 วิธีป้องกันมะเร็งเต้านม

จดหมายข่าวอินเทลิเฮลธ์ออนไลน์ ฉบับวันที่ 1 เมษายน 2550 มีลิ้งค์เชื่อมโยงไปยังเรื่อง "อยู่อย่างไร ป้องกันมะเร็งเต้านม" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ…

Hiker

จดหมายข่าวอินเทลิเฮลธ์ออนไลน์ ฉบับวันที่ 1 เมษายน 2550 มีลิ้งค์เชื่อมโยงไปยังเรื่อง "อยู่อย่างไร ป้องกันมะเร็งเต้านม" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ…

เราๆ ท่านๆ คงจะคิดว่า มะเร็งเต้านมเป็นกับผู้หญิงเท่านั้น… ความจริงผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้ เพียงแต่ว่า พบน้อยกว่ามาก

คนไข้มะเร็งเต้านม 100 คนจะเป็นผู้หญิงมากกว่า 99 คน เป็นผู้ชายน้อยกว่า 1 คน การป้องกันมะเร็งเต้านมจึงให้ผลดีกับพวกเราทุกคนครับ…

อาจารย์ท่านแนะนำว่า มีวิธีป้องกันมะเร็ง 4 วิธีที่สำคัญได้แก่

  1. ควบคุมน้ำหนัก:                                       
    คนอ้วนมีระดับฮอร์โมนเพศหญิง(เอสโทรเจน)มากขึ้น ฮอร์โมนชนิดนี้มีส่วนในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม คนที่มีค่าดัชนีมวลกาย (body mass index / BMI) มากกว่า 25 จะเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมมากขึ้น

    วิธีคิดดัชนีมวลกายคือ ให้นำน้ำหนักเป็นกิโลกรัมมาตั้ง หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง ตัวอย่างเช่น สมมติคนหัวหงอกคนหนึ่งหนัก 52 กิโลกรัม สูง 163 เซนติเมตร เขาจะมีดัชนีมวลกายเท่ากับ 19.57
     
  2. เลิก ลด ละแอลกอฮอล์:                            
    แอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์…) เป็นสารก่อมะเร็งหลายชนิด คนที่กินเหล้า เบียร์ หรือไวน์ตั้งแต่วันละ 3 ดริ๊งค์ (drink) ขึ้นไปมีความเสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้น 2 เท่า

    1 ดริ๊งค์ (drink) มีค่าเท่ากับเหล้า (spirits) 30 มิลลิลิตร ไวน์ 180 มิลลิลิตร หรือเบียร์ 360 มิลลิลิตร
  3. ถ้าดื่มเหล้า… ให้กินวิตะมิน:                        
    อาจารย์ท่านแนะนำว่า ถ้ายังเลิกเหล้า เบียร์ ไวน์ไม่ได้… ให้กินวิตะมินเสริม (folic acid / กรดโฟลิค) ผักใบเขียว เช่น ปวยเล้ง ฯลฯ หรือผลไม้ เช่น ส้ม แคนตาลูบ ส้มตำ ฯลฯ มีวิตะมินชนิดนี้สูง

    อาจารย์ท่านแนะนำให้กินวิตะมินบีชนิดกรดโฟลิค (folic acid) วันละ 400 ไมโครกรัม
  4. ออกกำลัง:                                                   
    การออกกำลังทำให้สัดส่วนไขมันในร่างกายลดลง การมีสัดส่วนไขมันน้อยลงทำให้ระดับฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโทรเจน) ซึ่งกระตุ้นการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมลดลง

  5. ความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งคือ ไขมันเป็นเนื้อเยื่อที่สะสมสารพิษ (toxin) ไว้ได้มากกว่าเนื้อเยื่อชนิดอื่น การมีเนื้อเยื่อไขมันน้อยลงมีส่วนทำให้ร่างกายสะสมสารพิษน้อยลง

    การออกกำลังแรงปานกลางขึ้นไป อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงช่วยลดความเสี่ยงจากมะเร็งเต้านมได้ 20%

                            

    ถึงตรงนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงมะละกอ ซึ่งเป็นสารประกอบสำคัญที่ใช้ทำส้มตำหน่อย…

    ร้านมินิมาร์ทขายอาหารหน้าศูนย์มะเร็งลำปางทำส้มตำอร่อยมาก และใช้แครอทผสมในส้มตำเสมอ

                            

    มะละกอดิบไม่มีวิตะมินเอ ส่วนแครอทมีวิตะมินเอสูง เมื่อนำมาผสมกันจะทำให้ได้ส้มตำอนามัยชั้นเยี่ยม (เจ้าของร้านรับรองว่า ปูและปลาร้าที่นี่สุกเสมอ)

    ถึงตรงนี้… ขอให้พวกเราทุกท่านทุกคนปลอดภัยจากมะเร็งทุกชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมนี่… ขอให้ห่างไปไกลแสนไกลทีเดียว

        แหล่งที่มา:      

    • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > Reducing your risk of breast cancer with healthy living > [ Click - Click ] > March 31, 2007.
    • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๒ เมษายน ๒๕๕๐.
    • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ IT + พต.ศรัณย์ มกรพฤฒิพงษ์ โร > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
    • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และคุณเบนซ์(ชื่อรวย ตัวจริงไม่รวย) IT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
    • เชิญอ่าน "บ้านสาระ" ที่นี่ > [ Click - Click ]

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านสุขภาพ

    คำสำคัญ (Tags)#สุขภาพ#อ้วน#มะเร็ง#แอลกอฮอล์#ออกกำลัง#วิตะมิน#เหล้า#เต้านม#โฟลิค

    หมายเลขบันทึก: 88118, เขียน: 02 Apr 2007 @ 17:01 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 17:54 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก


    ความเห็น (4)

    เขียนเมื่อ 

    ขอบพระคุณครับอาจารย์วัลลภ สำหรับบันทึกที่ดี เข้าใจง่ายอีกบันทึกหนึ่ง

    การจัดการกับสิ่งที่เรียกว่า พฤติกรรม เป็นเรื่องไม่ง่ายเลย

    เพราะฉะนั้น ยาลดความอ้วนประเภทที่ ไม่ต้องพึ่งการออกกำลังกาย จึงมีอยู่ และขายน่าจะดีด้วย

    ขอบพระคุณที่มีความตั้งใจ ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ครับ

    หมอสุข 

     

    ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอสุขและท่านผู้อ่านทุกท่าน

    • ขอขอบพระคุณสำหรับข้อคิด และความเห็น
    • ชีวิตเราก็เป็นอย่างนี้... ทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง
    • การใช้หลายๆ วิธีผสมผสานกันน่าจะดีอย่างที่อาจารย์แนะนำครับ...
    เขียนเมื่อ 

    ชอบกินแครอท มากๆ เลยค่ะ ใส่สลัด ผัดผัก หรือใส่เครื่องเวลาทำสปาเกตตี้  หรือ มักโรนี ต้องมีแครอท นอกจากให้สีสรรทำให้อาหารน่าทาน ยังมีประโยชน์สูงมาก

    อยากเรียนถามคุณหมอค่ะ
    บทความที่เคยอ่านพบว่า แครอท ข้าวโพด เขาว่า ยิ่งทำให้สุก สารอาหารยิ่งมาก จริงหรือไม่คะ

    คนจีน จะให้ความสำคัญของธาตุอาหารว่าเป็นธาตุเย็น หรือ ธาตุร้อน หากมีการกินยาจีน จะมีอาหารต้องห้าม เช่น หัวผักกาด (ไช้เท้า) ลูกค้าเคยติงว่า แครอท ถือเป็นประเภทเดียวกับ หัวผักกาด (ภาษาจีน เรียกเป็น หัวผักกาดแดง) จึงถือว่าต้องห้ามสำหรับ คนที่กำลังรักษาตัวด้วยยาจีน  ในขณะที่เรารู้มาว่า แครอทคืออาหารให้คุณค่าอาหารสูง 

    ส่วนตัว คือ กินให้หลากหลาย กินให้พอดี อะไรมากไปก็ไม่ดี พอดีๆ  

    ขอขอบคุณ... คุณหุยและท่านผู้อ่านทุกท่าน

    • ข้าวโพดและพืชตระกูลธัญพืช (ข้าว) นี่... สุกแล้วย่อยง่ายกว่าดิบมาก
    • พืชสีแดง โดยเฉพาะมะเขือเทศ... สุกแล้วดูดซึมได้ง่ายกว่าดิบ

    แครอท...

    • แครอท... ทราบมาว่า ถ้ากินพร้อมกับมื้ออาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำมันปนอยู่บ้าง จะดูดซึมได้ดีกว่า เนื่องจากอาหารประเภทนี้อาศัยน้ำมันเป็นตัวทำละลายได้ดีกว่าน้ำ

    แครอทนี่... สุกหรือดิบดี

    • มีผลการทดลองจากมหาวิทยาลัยอาร์แคนซัส สหรัฐฯ พบว่า
    1. กระบวนการทำอาหารให้สุกมีส่วนทำให้เกิดสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ชนิดใหม่ขึ้นมาในพืชผักหลายชนิด
    2. แครอทสุกมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าแครอทดิบประมาณ 34%

    ที่มา: [ Click - Click ]