การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน
เคยรับฟังมาตั้งแต่ยังเล็ก กับบทกลอนท่อนหนึ่งดังกล่าวข้างต้น
ไม่น่าเชื่อว่า ตลอดชีวิตดิฉันมานี่
ได้เคยผ่านช่วงเวลาหลายช่วงเวลาที่มีการยกกลอนบทนี้มาถ่ายทอดซ้ำๆ
ได้แต่ฝันว่า สักวันหนึ่ง ในรุ่นลูกจะไม่ต้องทวนกลอนนี้ซ้ำซากอีกต่อไป
...
“ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”
ผมไป search มา วิสา คัญทัพ แต่ง?
http://www.geocities.com/bot_kawee/waktong1.htm
ดิฉันคัดมาจาก กระทู้หนึ่งใน prachatai ค่ะ ไม่แน่ชัดว่าแหล่งที่มาที่แท้จริงมาจากที่ใด อาจจะเป็นวรรคทองที่โดนใจคนหลายคนก็ได้นะคะ ถ้าคุณวีร์หรือใครพอจะทราบว่ามีใครเคยใช้กันบ้าง เอามาแชร์กันก็ดีค่ะ
เด็กๆ ควรจะท่องไปเรื่อยๆ หละครับ จะได้ตระหนักว่า ประชาชนมีหน้าที่ที่ต้องดูแลการปกครองด้วย ไม่ใช่ว่าคนเถียงกันหน่อยก็ปวดหัว แล้วไปเรียกร้องอยากได้เผด็จการ
อาจจะต้องแต่งเพิ่มสักบท กันพวกที่ใช้การตลาดเข้ามากดขี่แทน เอาใจคนส่วนมากก็จริง แต่เหยียบคนส่วนหน่อยไว้ ก็ไม่น่าถูกเหมือนกัน
น่าแปลกที่กลอนพวกนี้ไม่ค่อยได้เรียนในโรงเรียน แต่ที่โรงเรียนก็ดีได้เรียนกลอด erotic :-)
สวัสดีครับ
เมื่อใดที่ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีการศึกษา และมีจิตสำนึกต่อสังคม เศรษฐกิจ การเมือง
สามารถควบคุมตรวจสอบการทำงานของทั้ง 3 อำนาจ รู้เท่าทันระบบราชการ ไม่หลงกล หลงคารมนักการเมือง
เมื่อนั้น ฟ้าสีทองผ่องอำไพจึงจะมีโอกาสเป็นจริง
ขวัญเอย..จงสู้ เรียนรู้โลกา
ความรู้เร่งหา...ปฏิวัติมวลชน
พลิกฟ้าควำดิน...พลิกถิ่นของตน
สองแขนกุมพล....ปฏิวัติชาติไทย
ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”
เลือดหยด รดหลั่งผืนพสุธา......มวลมหาฝูงถูกกดขี่
ต่างถลาโถมโหมรุกปลุกชีวี หมายปลิดชีพไทยนี้มอด มลาย
ลุอำนาจอาจหาญพิฆาตเข่น ดุจดั่งเป็นจอมโหด หฤหรรษ
ทั้งรถถัง ปืนกล ขนกำนัล บดอาสัญขยี้เย้ย..บรรพชน
ถึง จขกท.
เป็นบทกลอนเขียนถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ทั้งๆที่ดูว่ามีจริงในโลกนี้
คล้ายๆกับรำพึงถึงรอย "ตีนนก" บนอากาศดูดูว่ามีจริง แต่พอไปดูก็ไม่เห็นว่ามีรอย "ตีนนก" บนอากาศที่ตรงไหนให้เห็น
เพราะตราบใดที่ประชาชนยังถูกซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงได้ ประชาชนยังถูกสนตะพายให้เขาจ้างมานั่งชุมนุมกันได้
ตราบนั้นไม่มีทาง ชาติหน้าบ่ายๆก็ไม่มีทาง อย่าไปท่องเลย เสียเวลาเปล่าๆ
ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมให้ความเห็นนะคะ
เสียดายเงินงบประมาณ ในการรณรงค์ เลือกตั้ง ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง เมื่อเขาซื้อ พ่อแม่ พี่น้องเราเลยขาย รู้ว่าผิด แต่ทำ ทุกคนรู้ว่ามีระบบนี้อยู่..แต่แก้ไม่ได้..
รู้ว่าเขาผิด...ยังจะช่วยเขาให้พ้นผิด....แล้วกฏหมายจะมีไว้ทำไม...ไม่เชื่อคำตัดสินของศาลไทย...ทำไมยังคิดจะเป็นคนไทย (เมื่อรู้ว่าตัวผิด...ยืดอกรับ จะดูสง่างามกว่า)
เดี๋ยวก่อน ถามหน่อยเอามาจากใคร ?
"เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ เราจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน"
และเราในที่นี้หมายถึง ประชาชน แต่คุณคิดมั๊ย ว่ามันหมายความว่าอย่างไร?
บทความนี้เคยอยู่ในสมุดปกเหลืองของ คณะราษฎ์ ที่ชื่อว่า ปรีดีย์ พนมยงค์
และให้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.7) เซ็น แต่พระองค์ไม่ทำ
เพราะบทความนี้มีความหมายคือ คอมมิวนิสต์
และ การที่พระองค์ไม่เซ็น กลับกลายเป็นพระองค์ขัดแย้งความคิดทางเสรีและพยายามฟื้นฟูระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ จนมีคนฟ้องร้อง พระองค์
มีคนกลุ่มหนึ่งรับไม่ได้แต่สู้ฝ่ายรัฐบาลไม่ไหว จึงถูกเรียกว่า"กบฎ" กบฎบวรเดช ทำการต่อสู้กับรัฐบาล
แต่สู้ไม่ได้ ทั้งๆที่ จงรักภักดี แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ