ปฏิบัติงานที่ตึกชายร่วมวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยเบาหวาน4ราย รายที่1DMcAnemiacURI รายที่2เบาหวานจากการดื่มสุรา รายที่3เบาหวานสงสัยโรคหัวใจ รายที่4เบาหวานและไตวาย จากการประเมินสภาพผู้ป่วยและญาติแล้วพร้อมที่จะรับข้อมูลได้ จึงเชิญเข้ากลุ่มเรียนรู้เรื่องเบาหวาน บริเวณกลางตึกรวมผู้ป่วยและญาติ10คนพอดี ผู้ป่วยและญาติยังไม่สามารถตอบคำถามได้ไม่เข้าใจเป้าหมายของการควบคุมเบาหวาน รู้ว่าเบาหวานรักษาไม่หายขาดและต้องกินยาตลอดไปพยาบาลผู้ให้ความรู้จึงดำเนินการแนะนำเริ่มจากหัวใจสำคัญของการดูแลรักษาเบาหวานการเรีนยรู้เกี่ยวกับเบาหวาน เหมือนคำพูดที่มีท่านผู้รู้กล่าวไว้
"รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" จำไม่ได้ว่าใครกล่าวไว้
หัวข้อที่กลุ่มคุยกันวันนี้
1.การควบคุมอาหาร หมวดข้าวแป้ง น้ำตาล ไขมัน
อาหารที่ต้องระมัดระวัง ขนมหวาน เครื่องดื่ม ผลไม้รสหวาน
2.การออกกำลังกาย ทำได้ตั้งแต่การเดิน วิ่ง กายบริการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มีหลักการออกกำลังกายคือ ต่อเนื่อง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ละครั้งนาน30นาทีขึ้นไป ถ้ามีอาการแน่นหน้าอก หน้ามืดปวดกล้ามเนื้อมากให้รีบหยุด
3.การป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำตาลต่ำ(hypoglycemia)กลุ่มได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในประเด็นอาหารที่จะต้องเตรียมไว้สำหรับแก้อาการน้ำตาลต่ำ บ้างก็นม บ้างก็น้ำหวาน บ้างก็ลูกอมถ้าไม่มีจริงๆก็ใช้อาหารที่พอจะหาได้ในตอนนั้นนั่นเอง ซึ้งล้วนแล้วแต่ถูกทั้งนั้นเเลย ผู้ให้ความรู้เพิ่มเติมแง่ที่ว่าจะแก้ภาวะน้ำตาลต่ำ 2ครั้งห่างกัน15นาที ถ้าไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์หรือมีอาการน้ำตาลต่ำ2ครั้งต่อสับดาห์ควรปรึกษาแพทย์ ถ้าเป็นการเตรียมตัวเดินทางก็ควรเตรียมอาหารที่พกพาง่าย
4.การดูแลสุขภาพเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน ด้วยหลักบัญญัติ 10ประการ เน้นการดูแลเท้ามากกว่าหน้า การเลือกรองเท้าที่เมาะสมการสวมถุงเท้าที่ไม่รัดแน่น ตรวจเท้าทุกวัน ถ้าพบแผลหรืออาการผิดปกติควรพบแพทย์ ล้างทำความสะอาดและทำให้แห้ง ทาโลชั่น ตัดล็บให้พอดี ตะไบให้เรียบ ไม่เดินเท้าเปล่าไม่ประคบร้อนไม่นั่งไขว่ห้างไม่แช่เท้าเพราะจะทำให้ผิวหนังเปื่อยยุ่ย บริหารเท้าและข้อเท้าเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น กระตุ้นการไหลเวียนเลือดป้องกันการเกิดบาดแผล
ใช้เวลา2ชม.กว่าจึงปิดการทำกลุ่มได้ทำเอา educaterเสียงแหบแห้งวันหลังจะมาพบใหม่ ญาติและผู้ป่วยที่ไม่ใช่เบาหวานก็สนใจฟังนั่งฟังจนจบ แต่ไม่มีคำถามเพิ่ม
สู้ๆ เป็นกำลังใจให้นะครับพี่ตุ๊กตา
ครั้งต่อไป ประกาศทุก ward เผื่อมีผู้สนใจเข้าร่วม จะได้ทำน้อยครั้ง และหลากหลาย
เข้าใจบรรยากาศ การเข้ามาจัดกลุ่มเรียนรู้โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ ward เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะผป. กลุ่มนี้มีภาวะแทรกซ้อนแล้ว หากใช้พยาบาลคลินิกพิเศษมาจัดกลุ่มอยู่คนเดียว เหนื่อยน่าดู ขออวยพรให้ พยาบาลในหอผู้ป่วยมาร่วมเรียนรู้และพยายามจัดกลุ่มเรียนรู้เองที่ Ward จะดีมาก ๆ เลย
น่าชื่นชมครับ แต่ ผมอยากเสนอว่า การทำกลุ่ม หาก educator พูดจนเสียงแห้ง ก็จะเป็นการพูดเสียข้างเดียว บทบาทของเราควรเป็นผู้กระตุ้นและเรียนรู้ สิ่งที่ได้ไม่มีถูกผิดหรอกครับ เพราะผู้ป่วยทุกคนมีบริบทของตนเอง ที่ต้องอยู่กับมันทั้งชีวิต คำที่เราบอกสอนนั้นเป็นเพียง data ที่เขาจะไปตีค่า(informtion)เองว่าเหมาะสม เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ที่จะปฏิบัติให้เกิดทักษะ และนี่คือจะเป็นความรู้ผนึกแน่นในตัวเขาตลอดไป ...
พยายามเข้านะครับ....