หนึ่งชั่วโมงของการเริ่มใช้กลยุทธ์ประชุมกลุ่มย่อยให้รู้บทบาทนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดในภาพรวมและหนึ่งกรณีศึกษาทางด้านระบบประสาท

สาระสำคัญที่สรุปได้จากเวที KM จากผู้ร่วมเสวนาทั้ง ๑๑ ท่าน

  • การให้บริการผู้ป่วยที่มีคุณภาพเกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการจัดการผู้ป่วยในทิศทาง เป้าหมาย และเวลาที่เหมาะสม
  • ไม่จำเป็นต้องมีการแบ่งแยกความเหมือนหรือความแตกต่างระหว่างกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด
  • ทั้งสองวิชาชีพสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม มีการใช้เทคนิคการรักษาที่แตกต่างกัน แต่มุ่งฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยในความบกพร่องทางร่างกายที่เฉพาะเจาะจงจนถึงความสามารถที่จะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข
  • กิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยน่าที่จะมีการสำรวจด้วยตัวผู้ป่วย ผู้ดูแล และผู้บำบัด และควรมองระดับความซับซ้อนของกิจกรรมการดำเนินชีวิตด้วย

ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นหลังจบการประชุม

ความคิดเห็นแรก

  • ทำให้ทราบรายละเอียดของขั้นตอนในการดูแลทางกิจกรรมบำบัดของผู้ป่วยทางระบบประสาทมากขึ้น
  • ได้เห็นความตั้งใจในการที่ทางฝ่าย OT มีความพยายามที่จะทำงานประสานร่วมกับ PT

ความคิดเห็นที่สอง

  • ได้รู้บทบาทของ PT และ OT
  • เห็นมุมมองในแง่ต่างๆของนักบำบัดแต่ละท่าน
  • ได้รับความคิดเห็นและความรู้ใหม่ๆจากประสบการณ์แต่ละท่าน
  • รู้สึกกระตือรือร้นที่จะต้องค้นคว้าหาข้อมูลความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติม

ความคิดเห็นที่สาม

  • ทำให้ทราบว่า PT ทำอะไร OT ทำอะไร
  • ทำให้รู้ว่างานที่ซ้ำซ้อนเราจำกัดได้ ส่งเสริมงานที่ไม่ซ้ำซ้อนเพื่อเพิ่ม function ของผู้ป่วย
  • ทำให้ส่งต่อผู้ป่วยได้ดี

ความคิดเห็นที่สี่

  • ทำให้แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างวิชาชีพและแสดงถึงความร่วมมือที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ห้า

  • ได้ทราบบทบาทของ PT มากขึ้นและเห็นมุมมองและแนวทางในการทำงานร่วมกันระหว่าง PT กับ OT เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ป่วยให้สามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตให้มากที่สุดตามความสามารถได้ความรู้เพิ่มเติมและได้ทบทวนความรู้

ความคิดเห็นสุดท้าย

  • เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ขอให้พัฒนาเป็น True Interdisciplinary Team และเป็น Demonstration Clinic ของนศ. PT, OT, SP และ Best Practice ของประเทศไทย