แค่อ่านชื่อการอบรมได้จบบรรทัด แล้วสังเกตความคิดของตนเอง ก็เหมือนได้ดูหนังตัวอย่าง ได้อะไรเป็นข้อคิดกลับไปแล้ว

    ๑๗-๑๙ มีนาคม ที่ผ่านมา มีการอมรมเรื่อง เผชิญความตายอย่างสงบ ที่สวนสายน้ำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเครือข่ายพุทธิกา เสมสิกขาลัย และหน่วย palliative care ชีวันตาภิบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์              

    การอบรมนี้ เดิมเป็นหนึ่งกิจกรรมในโครงการชื่อเดียวกันของเครือข่ายพุทธิกา ที่ีมี หลวงพี่ไพศาล วิสาโล เป็นองค์ประธาน พี่นก..นงลักษณ์ ตรงศีลสัตย์ เป็นผู้ประสาน ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. แต่เนื่องจากมีผู้สนใจสมัครเข้าอบรมกันเกินจำนวนทุกครั้ง ทั้งๆที่ชื่อฟังดูแล้วไม่ค่อยน่าเข้าร่วมสักเท่าไร

    ลองจินตนาการดูสิครับ เวลาตัวท่านเองบอกคนที่บ้านว่าจะมาเข้าอบรม... หรือตั้งใจจะชวนหรือบอกคนที่เรารักให้มาร่วมอบรม ท่านรู้สึกอย่างไร
    อาจารย์แพทย์รุ่นน้องคนหนึ่ง มาบอกผมตรงๆว่า "อยากชวนพ่อมาเข้า แต่เห็นชื่อแล้วไม่กล้า"
    ปีกลายเราจัดอบรมที่นครปฐม ตอนพาผู้เข้าอบรมไปปฏิบัติจริงที่โรงพยาบาลนครปฐม ต้องเหมารถตู้หลายคันเดินทาง ตรงหน้ารถตู้เราเอากระดาษเขียนชื่อการอบรมไปติดไว้หรา ..ก็เขาก็ติดกันทั้งนั้น ผมวาดภาพไม่ออกว่าคนขับรถเขาจะทำหน้ายังไง เวลามีรถสวนหรือคนเดินผ่าน แล้วเห็นข้อความสั้นๆแต่ได้ใจความที่หน้ารถว่า ..เผชิญความตายอย่างสงบ
    กลัวจังว่าจะมีคนโบก..ขอไปด้วย..
    ตอนไปถึงโรงพยาบาล รถของกลุ่มเราก็จอดหน้าโรงพยาบาลพร้อมป้ายอันนี้ ไม่ทันสังเกตว่าคนไข้และญาติที่เดินผ่านไปผ่านมาทำหน้ายังไง


    หลวงพี่ไพศาลท่านจงใจให้ใช้ชื่อการอบรมแบบนี้ครับ
มันกระแทกใจได้ชะงัดนัก ผมว่าแค่อ่านชื่อการอบรมได้จบบรรทัด แล้วสังเกตความคิดของตนเอง ก็เหมือนได้ดูหนังตัวอย่าง ได้อะไรเป็นข้อคิดกลับไปแล้ว แล้วก็เป็นเช่นนั้น แฟนพันธ์ุแท้ไม่กลัว(คำว่า)ความตาย สมัครกับตรึม จนเครือข่ายพุทธิการับไม่ไหว องค์กรต่างๆที่สนใจโดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ตื่นตัวด้านนี้ จึงต้องขอวาระพิเศษ..การอบรมเป็นพิเศษนอกเหนือจากตารางตามโครงการเดิม

    การอบรมครั้งนี้หน่วย palliative care โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยอาจารย์สกล และ น้องแย..คุณสุนี นิยมเดชา พยาบาลประจำหน่วย ต้องขอคิวล่วงหน้าข้ามปี เพราะท่านวิทยากรหลักคือ หลวงพี่ไพศาล น้องเล็ก..ปรีดา เรืองวิชาธร น้องแป้ง..กิติพร พรหมเทศน์จากเสมสิกขาลัย มีกิจนิมนต์และตารางอบรมแน่นมาก  ผมแอบเห็นปฏิทินงานของทั้งสามท่านแล้ว นึกในใจว่า เล่มมันเล็กเกินไป กระดาษก็บอบช้ำราวกระดาษชำระใช้แล้ว

    นับว่าเป็นความเมตตาของหลวงพี่เป็นอย่างสูง ต่อชาวใต้อย่างเรา


  : ทีมวิทยากรกำลังปรึกษากันเรื่องการจัดอบรมครั้งต่อไป

   ผมมีโิอกาสไปร่วมในฐานะ..วิทยากรทางการแพทย์ ร่วมกับพี่ฟ่ง..คุณกานดาวศรี ตุลาธรรมกิจ พยาบาลหน่วยรังสีรักษา..วิทยากรด้านการพยาบาล ซึ่งต่างคนก็เคยร่วมในโครงการนี้ มาตั้งแต่ต้น

    ตั้งใจจะทะยอยเขียนเรื่องเกี่ยวกับ กระบวนการ ลง blog นี้ในอัตราช้า..ถึงช้ามากและอาจไม่จบ สำหรับผู้ที่สนใจการอบรม แต่ยังมีเหตุผลดีๆขออนุญาตคนที่บ้านมาร่วมจริงๆไม่ได้ ลองติดตามและตอบคำถามต่างๆใน blog นี้ไปเรื่อยๆนะครับ   

 

    ส่วนใครที่อดใจไม่อยู่ รออ่านของผมไม่ไหว ลองหาหนังสือที่หลวงพี่กับน้องเล็กเขียนไว้ ชื่อ เผชิญความตายอย่างสงบ: สาระและกระบวนการเรียนรู้ (ฉบับความรู้พื้นฐาน) มาอ่านได้ครับ หรือถ้าอยากอ่านเกี่ยวกับ เนื้อหา ที่ได้จากการอบรมที่สวนสายน้ำครั้งนี้ ก็ต้อง ที่นี่่ เลย เขียนโดยอาจารย์สกล ซึ่งมีอัตราการเขียนตรงกันข้ามกับผมอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ปาเข้าไป ๑๐ ตอนจบแล้ว

    คำถามสำหรับบันทึกนี้                                                                                             


    ๑. เห็นชื่อการอบรมนี้แล้ว รู้สึกอย่างไร อยากเข้าร่วมหรือไม่ เพราะเหตุใด
    ๒. ข้อนี้ขอแบ่งเป็นสองกรณี
        ๒.๑. ถ้าท่านอยากเข้าอบรมเอง ท่านจะบอกคนใกล้ชิดอย่างไร เช่น คุณสามีต้องขออนุมัติงบประมาณจากศรีภรรยา
        ๒.๒. ถ้าท่านอยากให้คนที่ท่านรักเข้าร่วม ท่านจะไปชวนเขาอย่างไร


    อยากชวนคิด ชวนให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ

 

                                                         อบรม-เผชิญความตายอย่างสงบ ๒: ทำไมต้อง..สวนสายน้ำ >>