ดร. แสวง รวยสูงเนิน จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ปรึกษานักศึกษา ป.โท-เอก ในโครงการมหาชีวาลัย เจ้าของ KM Model ป่นปลาอิสาน เสนอว่า ทำอย่างไรคนจึงเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ติดในสมมติบัญญัติที่เจ้าสำนักใดเจ้าสำหนักหนึ่งสร้างขึ้น เช่น ถ้าไม่มีโมเดลปลาทู ไม่ใช่ KM เพราะหลักการ KM มีมาเป็นหมื่นปีแล้ว ความรู้เก่าใหม่ประมวลให้กลายเป็นความรู้ที่เราใช้ได้อยู่ตลอดเวลา น่าสนใจว่า KM ในระดับชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปเพราะปัจจัยภายนอกอย่างไรบ้าง
อาจารย์แสวงสนใจที่จะมองเป้าหมายใหญ่ วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ใหญ่ที่มีลักษณะบูรณาการ และเชื่อมมากกว่า ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการมองเฉพาะส่วน เฉพาะหัวข้อ หรือเฉพาะเทคนิค เพราะวิจัยออกมาแล้วเป็นเบี้ยหัวแตก นำไปใช้อะไรไม่ได้ ต้องมองให้ออกว่างานทั้งหมดจะบูรณาการอย่างไร และ critical factor คืออะไร
อาจารย์ที่ปรึกษาควรทำวิจัยนำร่องเพื่อนำนักศึกษาไปก่อน แล้วพาวิจัยไปบนพื้นฐานของความเป็นจริง ในประเด็นที่เป็นปัญหาของสังคม
มาถึงตรงนี้ดิฉันอดคิดไม่ได้ว่า เป็นไปได้ไหมที่อาจารย์ทุกท่านที่เป็นเครือข่ายของ KM วิจัย จะมาวางแผนร่วมกันส่งลูกศิษย์ให้ไปสร้างงานจุดที่ก่อให้เกิดพลังในการแก้ปัญหาสังคมได้ดีขึ้น ซึ่งอาจมีวาระประชุมคล้ายกับที่ประชุมอธิการบดีที่มีการผลักดันแนวทางให้นักศึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ ต้องทำงานใช้ทุนหลังจากที่เรียนจบ และก่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง
ผศ.ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ผู้พัฒนาเบื้องหลัง GotoKnow กล่าวว่า อาจารย์ยังไม่มีความเข้าใจในระบบบัณฑิตศึกษาของประเทศไทย เพราะตนเรียนรู้ด้วยวิธีการของกองโจร ที่มองหาตัวอาจารย์ก่อนว ่าอาจารย์ท่านใดสนใจศึกษาวิจัยเรื่องใด แล้วจึงเข้าไปช่วยทำงานและเรียนรู้ไปในแนวคิดนั้น การเรียนรู้จากการทำงาน ทำให้เกิดโจทย์วิจัยจากการทำงานได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นโจทย์ที่ลึก และไม่มีใครอยากจบเพราะยังสนุกกับการวิจัยอยู่
อาจารย์เนาวรัตน์เสริมในประเด็นนี้ว่า working for learning เป็นเรื่องดี แต่นักศึกษามักมี concept of speed อยากจบเร็ว ดังนั้นจึงเป็นอุปสรรคต่อการทำงานวิจัย อีกทั้งยังขาดการบ่มเพาะทักษะที่จำเป็นต้องมี คือ เรื่องของการตั้งคำถาม เพราะถ้าตั้งคำถามไม่ได้ก็จะมีปัญหาต่อการตั้งโจทย์วิจัย
-โจทย์วิจัย มุ่งหาคำตอบที่เป็นปัจจัยเชิงสาเหตุ วิธีวิทยาที่ใช้ต้องสอดคล้องกับโจทย์ที่ตั้งขึ้น = โจทย์เป็นตัวกำหนดวิธีวิทยา
-วิธีวิทยาต้องพัฒนาให้ทันต่อปรากฏการณ์ที่ซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และหากมีทักษะในการตีความไม่พอ เพราะคิดมองอย่างเชื่อมโยงไม่ได้
- การทำ KM ต้องมีเรื่องวัฒนธรรมการเรียนรู้ของคนด้วย ถ้าไม่สนใจเรื่องนี้ก็จะขับเคลื่อนไม่ได้
อาจารย์วิจารณ์กล่าวสรุปประเด็นในช่วงนี้ว่า อุดมศึกษาต้องมีกลไกในการเชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ให้นักศึกษามีฐานการวิจัยจากการทำงาน มีการใช้ KM เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ อธิบายเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อสร้างความสามารถในการคิดให ้เกิดขึ้นกับคน ซึ่งนี่คือ product ที่แท้จริง อื่นๆคืออุบาย