ผมเป็นคนขี้ลืม

แต่เวลาเดินทางในถิ่นที่ไม่คุ้น..ชิน ถ้านั่งมองทางอยู่ตลอด ขากลับ ผมมักจะจำทางได้ดีพอสมควร

แบบนี้ แสดงว่า สมองของผมชินที่จะจำภาพ มากกว่าจำข้อความ

ก็เป็นอะไรที่แปลก ในคอมพิวเตอร์นั้น  เก็บข้อความประหยัดเนื้อที่กว่าเก็บภาพมากต่างกันนับหมื่นเท่า

ผลคือ ผมเคยตีพิมพ์งานวิจัยที่สร้าง algorithm สำหรับหาคู่ข้อความต้องห้าม เขียนในภาษา SQL ด้วยคำสั่งเพียงคำสั่งเดียวได้ เพราะผมคิดด้วยการมอง เป็นรูปภาพ (ผ่าน GUI ของโปรแกรมไมโครซอฟท์แอกเซส) ทั้งที่ไม่เคยจำไวยากรณ์รูปแบบคำสั่งได้เลย !


การใช้ Mind Map ก็คงเป็นกรณีแบบนี้ 

ผมมองว่า วิธีคิดในการวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ถ้าหัดคิดด้วยภาพ จะทำให้คิดได้รวบรัดขึ้น และในบางโอกาส ก็ทำให้เรื่องง่ายขึ้น

เช่น ถ้าถามว่า แพลนเน็ต ใน gotoknow คืออะไร ผมก็คงคิดด้วยภาพ แล้วตอบว่า "แว่นตาสาธารณะ ที่ให้ใครก็ได้หยิบไปใช้"

ข้อเสียของการคิดด้วยภาพก็พอมีครับ อย่างนึงที่เห็น ๆ ก็คือทำให้เป็นคนปากจัด เพราะเห็นเรื่องหนึ่ง มักจะคิดตามเป็นรูปภาพหรือภาพเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกัน หรือเทียบเคียงกัน ซึ่งพอเล่าออกมา คนเขาก็มองว่าผมปากจัด ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ผมเสียความสามารถในการคิดแบบข้อความไปต่างหาก

เช่น พอใครบอกว่า ใช้นี่สิ ใคร ๆ ก็นิยมใช้กัน ผมก็ไพล่ไปนึกถึงนิทานหมาจิ้งจอกหางด้วนของอีสปทุกที ("ช่วงนี้หางด้วนกำลังเป็นแฟชันใหม่มาแรง เอ็งลองรึยังฮึ ?")

หรือพอบอกว่า ระบบปฎิบัติการใหม่เอี่ยมออกมาแล้ว ต้องรีบหามาใช้ ผมก็มักต้องกลั้นยิ้ม เพราะจะนึกไปถึงฉากที่คนเวียดนาม คนเขมร เขาจะใช้งานทุ่งนา เขาก็ต้อนฝูงวัวควายให้วิ่งลุยพิสูจน์ว่าปลอดจากกับระเบิด (คือจะขอรอเวอร์ชัน 2 .. ว่างั้นเถอะ)

ถ้าลูกหลานใครขี้ลืม ลองให้เขาหัดคิดด้วยภาพดูครับ อาจมีส่วนช่วยได้บ้าง  นิดหน่อยก็ยังดี