เอกลักษณ์ กับ อัตลักษณ์ ของความเป็นตัวตนคนร่าหมาด

             ผมและพี่น้องจากชุมพร  ประมาณ  40  ชีวิต  เดินทางไปศึกษาเรียนรู้ที่กระบี่ (เมืองดาบ หรือ เมืองลิง ก็ไม่รู้แล้ว)  เมื่อกลางเดือนนี้  พวกเราได้เรียนรู้หลายเรื่อง คงต้องเล่าเป็นตอน ๆ  ................. ตอนที่หนึ่งเรียนรู้ที่บ้านร่าหมาด  ม. 2  ต.เกาะกลาง  อ.เกาะลันตา  จ.กระบี่  ซึ่งเป็นที่ทึ่งของพวกเราที่ได้เห็นและเรียนรู้ความเป็นอยู่ของพี่น้องมุสลิม  ที่มีวิถีพอเพียง  ประการที่หนึ่งคือ  การดำรงชีวิตแบบเรียบง่ายที่คงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงาม  คงความเป็นเอกลักษณ์หรืออัตลักษ์ของตนเอง  ผ่านการแสดงกาหยง  และ รองเง็งของพี่น้องร่าหมาดที่นำมาอวดโชว์ให้แขกผู้มาเยือน  อย่างมีภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตน   ......... มีการช่วยเหลือเกื้อกูล  พึ่งพากันในชุมชน ประกอบอาชีพปลูกสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน  เลี้ยงสัตว์ ( มีประชากรควายอยู่หลายร้อยตัว ) และทำการประมงเพื่อเลี้ยงชีพควบคู่กับการทำนาปลูกข้าวไว้บริโภค   ... ยามเช้า ๆ เห็นผู้คนออกมานั่งจังกาบ ( พูดคุย) กินโกปี๊ (กาแฟโปราณ) พร้อมด้วยข้าวเหนียวปิ้งหลากหลายแบบ  และที่ประทับใจของพวกเราคือ  ในหมู่บ้านไม่เคยมีการรบราฆ่าฟัน ให้ตายหรือบาดเจ็บแม้นแต่รายเดียว  ไม่มีการเล่นการพนัน  ไม่มีร้านคาราโอเกะหรือสถานบันเทิงใด ๆ เป็นข้อห้ามของหมู่บ้าน  หากผู้ใดฝ่าฝืน  โต๊ะครูหรือ โต๊ะอิหม่ามจะไม่ทำนิกะ ( ประเพณีทางศาสนา) ....... ประการที่สองการจัดการกลุ่มองค์กร  ที่มีกลุ่มที่หลากหลาย  ทั้งกลุ่มออมทรัพย์ กองทุน  กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ( จัดตั้งตามนโบยรัฐ )ซึ่งเป็นกลุ่มแม่ยังแยกย่อยเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อทำกิจกรรมตามความถนัดของสมาชิกกลุ่มละ ห้าหกคน  เช่นกลุ่มเตยปาหนัน  กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า  กลุ่มกาแฟโปราณ  กลุ่มปุ๋ยชีวภาพ.... ในส่วนของกลุ่มผู้สูงอายุก็มีกิจกรรมทำเครื่องจักรสานและถ่ายทอดภูมิปัญญให้แก่คนรุ่นหลัง  ผ่านศิปลวัฒนาธรรมการแสดงพื้นบ้าน  ได้แก่  กาหยง  รองเง็ง  ลิเกป่า  ข้อสังเกตคือกลุ่มที่สามารถดำรงอยู่ได้ต้องดำรงภายใต้ความเป็นวิถีของชุมชน และ ตอบสนองความต้องการและความเป็นอยู่ของชุมชน  .... ประการที่สาม การเรียนรู้และการจัดการแหล่งเรียนรู้    ซึ่งมีการสร้างศูนย์เรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน  มีป่าชุมชนไว้เป้นแหล่งอาหารและให้ผู้สนใจได้  มีศึกษา  มีการเพาะปลูกผักปลอดสารไว้บริโภคและจำหน่ายในท้องถิ่นและเป็นสถานที่เรียนรู้  คงรักษาการทำนาไว้  ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นที่สำคัญ  คือตัวผู้รู้หรือวิทยากรที่ถ่ายทอด  องค์ความรู้  และ รูปธรรมที่เกิดขึ้นจากองค์รู้นั้น ๆ  ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบของการจัดการแหล่งเรียนรู้ .... ที่ร่าหมาดเขามีระบบจัดการได้เป็นอย่างดี

       ในค่ำคืนนั้นพวกเรานั่งล้อมวงชมการแสดงของกลุ่มแม่บ้าน    และได้ฝึกการสรุปบทเรียนด้วยการตั้งโจทย์อย่างง่าย  ว่า....  เรารู้สึกอย่างไร  และได้เห็นอะไรบ้างของการเดินทางมาที่นี่   และสิ่งที่เห็นนั้นมันเป็นอย่างไร   ?  หลายคนได้ตอบ  แต่บางคนก็ไม่ได้ตอบ  ซึ่งก็ฟังคนอื่น ๆ  แล้วก็แยกย้ายไปพักผ่อน  ณ เขตห้าล่าพันธุ์สัตว์  ฯ ป่าทุ่งทะเล

          โอกาสต่อไปค่อยมาเล่าการเที่ยวชมเกาะลันตา    วัฒนธรรมสามเชื้อชาติ  สามศาสนา ( ไทยจีนพุทธ  ไทยมุสลิม  ไทยใหม่  )ที่อยู่ร่วมกันอย่างอยู่ดีมีสุข  ...สมานฉันท์  และปรากฎการเหรียญสองด้านของเกาะลันตา  ด้านความพอเพียง  และ ทุนนิยมโลกาภิวัฒน์  ซึ่งอยู่ร่วมกันได้  อย่างไร  ในตอนต่อไป