สภามหาวิทยาลัยมหิดล ไปเยี่ยมชื่นชมคณะเภสัชศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๓ มี.ค. ๕๐
นี่คือคณะที่ สกอ. จัดไว้ในอันดับ ๑ ด้านการวิจัย และอันดับ ๒ ด้านการเรียนการสอน ในกลุ่มคณะเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยของรัฐ ๑๐ คณะ
รายละเอียดอ่านได้ที่นี่
สุดยอดผลงานที่น่าชื่นชม คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรแผนปัจจุบันตำรับแรกที่จดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกา และในประเทศไทย "เจลฟ้าทะลายโจร" สำหรับรักษาโรคปริทันต์ และกำลังดำเนินการขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทย และร่วมมือกับบริษัทเอกชน เพื่อผลิตออกสู่ตลาด และมีศักยภาพในการร่วมมือกับต่างประเทศในเชิงธุรกิจ
นี่คือผลงาน ของ รศ.ดร.ปลื้มจิตต์ โรจนพันธุ์ และคณะ
ผลงานวิจัยที่น่าชื่นชม ยังมีอีกมากมาย อ่านได้จากเอกสารที่คณะเตรียมไว้ให้กรรมการสภาข้างต้น
คณาจารย์ของคณะได้รับทุน คปก. รุ่น ๑-๙ รวมถึง ๗๓ ทุน จำนวนทุน คปก. ที่ได้รับจัดเป็นดัชนีบอกระดับคุณภาพวิชาการของหน่วยงานในระดับตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ
สถานปฏิบัติการเภสัชชุมชน (ร้านยา) สถานที่ผลิตยา คลังข้อมูลยา สำนักงานข้อมูลสมุนไพร
สวนสมุนไพรสิริรุกขชาติ และห้องปฏิบัติการ GLP Lab ล้วนเป็น IC (Intellectual Capital) ที่น่าภาคภูมิใจของคณะฯ และของสังคมไทย และเป็น challenge ต่อสมาชิกทุกคนของคณะเภสัชศาสตร์ ว่าจะใช้ IC เหล่านี้ให้เกิดคุณค่าต่อสังคม (และต่อคณะฯ) ให้ยิ่งขึ้นกว่าในปัจจุบันได้อย่างไร
ส่วนที่ผมมองเห็น ได้แก่
- การสร้าง visibility จากผลงานที่น่าชื่นชมมากมาย
- การนำ business model มาจับ และใช้ในการจัดการ โดยที่เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่เงิน แต่อยู่ที่การทำประโยชน์ต่อสังคมให้ยิ่งกว่าเดิม
- การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ที่ดูเสมือนว่ายังขาดการดูแลอย่างจริงจรัง
- การจัดระบบ (organize/ systematize) การวิจัยสมุนไพรของคณะฯ
- การเรียนรู้วิธีการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากผลงานวิจัยและพัฒนา ให้ได้ทั้งการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ
นานาชาติ และการจดสิทธิบัตร
วิจารณ์ พานิช
๑๔ มี.ค. ๕๐
ดูเหมือนอาจารย์จะเน้นแสดงความชื่นชมที่งานวิจัย และเห็นว่าเป็น asset ที่ยังขาดการดูแลอย่างจริงจัง ขอเรียนถามเพิ่มเติมถึงความเห็นของอาจารย์ต่องานการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีของคณะเภสัชศาสตร์ด้วยคะ