เรียนรู้กษัตริย์กรุงคอนฯ คนสุดท้าย
                   3.1.6 กษัตริย์กรุงคอนสแตนติโนเปิลคนสุดท้าย

            สมัยสุลต่านมูฮัมหมัด  อัลฟาตีฮฺ เป็นเคาะลีฟะฮฺ ในราชอาณาจักรอับบาซียะฮฺอยู่นั้น เป็นช่วงเวลาของกษัตริย์คนที่  11  ได้ปกครองไบแซนไตน์ท่านเป็นกษัตริย์ ในปี  853 ฮ.ศ. ซึ่งมีอายุยังน้อย  และท่านมีความรู้สึกว่าประเทศชาติจะถูกรุกรานจากศัตรูที่อันตรายที่สุดประจวบทหารของท่านอยู่ในยุคอ่อนแอ ไม่สามารถจะปกป้องคุ้มเมืองได้   ด้วยเหตุดังกล่าวท่านได้ทุ่มเทแรงกำลังกาย และใจในการเตรียมการป้องกันจากการโจมตีของทหารบานีย์อุสมาน และท่านได้สร้างความสัมพันธ์กับประเทศยุโรปอีกด้วย            ขั้นตอนแรกในการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศยุโรป เพื่อให้มาสนับสนุนท่านนั้น  ท่านได้ขอหมั้นกับมารียะฮฺ  อัซซอรบียะฮฺ  ซึ่งในเวลานั้น มารียะฮฺมีอายุ  50 ปี แต่กษัตริย์กรุงคอนสแตนโนเปิลมีอายุน้อยกว่าหลายปี จากการหมั้นดังกล่าวทำให้กษัตริย์กรุงคอนสแตนติโนเปิล มีความหวังทีจะได้รับการช่วยเหลือจาก ยูนบรันกูฟีตัซ(TondBaronKupitas) ซึ่งเป็นบิดาของมารียะฮฺ เพื่อป้องกันกรุงคอนสแตนติโนเปิล แต่ความหวังดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จเพราะการหมั้นนั้นไม่ได้รับการตอบรับจากมารียะฮฺ  ซึ่งก่อนหน้านี้มารียะฮฺได้ตั้งจิตใจ (نذر  ) เพื่อที่จะห่างไกลจากโลกภายนอกโดยการอิอฺตีกาฟ์1 ต่อพระองค์อัลลอฮฺในโบสถ์แห่งหนึ่ง   แต่อย่างไรก็ตาม  กรุงคอนสแตนติโนเปิลก็ยังมีความหวังที่จะได้รับการช่วยเหลือจากชาวยุโรป  เพราะเขามีความมันใจว่า  หากมุสลิมเข้าโจมตีกรุงคอนสแตนติโนเปิลเมือไร ชาวยุโรปต้องให้ความช่วยเหลืออยู่ดี            เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กษัตริย์กรุงคอนสแตนติโนเปิลส่งตัวแทนเพื่อขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์ยุโรป และบาบอนาดูลา ที่  5  โดยกล่าวไว้ว่า   :             ถ้าหากกรุงคอนสแตนติโนเปิลตกอยู่ภายใต้การปกครองของอิสลามแล้ว  แน่นอนอีตาลีจะถูกโจมตีจากมุสลิมต่อไป   และได้กล่าวเกี่ยวกับความพยายามในการรวมมือจาก 2โบสถ์ที่ดังกล่าว (ตะวันตกและตะวันออก)แต่พยายามดังกล่าวไม่สำเร็จเช่นกัน <div>
<hr width="33%" size="1"><div id="ftn1"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoFootnoteText">1คือเก็บตัวอยู่ในมัสยิดเพื่อทำอีบาดะห์ต่อพระองค์อัลลอฮฺ</p></div> </div>