<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อวานนี้ (๑๗ มีนาคม ๕๐) ผมได้รับเชิญจากคุณหนิง พัชราภา จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ไปบรรยายเรื่อง KM ธรรมชาติให้กับนักศึกษาที่เข้าค่าย ๓ วันที่มหาชีวาลัย จังหวัดบุรีรัมย์ ผมจึงต้องมานั่งจัดระบบคิดของผมว่า จะพูดเรื่องนี้กับนักศึกษากลุ่มนี้ว่าอย่างไร จึงจะมีประโยชน์ที่สุด และควรจะนำตัวอย่างจริงๆอะไรมาชูประเด็น ที่จะทำให้นักศึกษาเข้าใจ ความรู้ชัดแจ้ง ความรู้ฝังลึก และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งที่อยู่ในระบบธรรมชาติ (โมเลกุล วิญญาณ) สิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบ และ ตัวคน โดยเฉพาะที่ระบบความคิด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทั้งนี้ เพราะ นอกเหนือจากการจัดการความรู้แบบธรรมชาติในระบบชีวิตจริง ๓ รูปแบบ ที่ผมได้เขียนไว้ใน blog เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา และคุณหนิงได้ทำสำเนาแจกให้นักศึกษาไปแล้วนั้น ผมยังต้องปรับหัวข้อให้เชื่อมต่อกับระบบคิดของนักศึกษา ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งกับผู้เรียน ผู้สนับสนุนการเรียนรู้ และบุคคลโดยทั่วไป จึงนำมารวบรวมไว้ ณ ที่นี้ ดังนี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1. การเรียนเป็นการสร้างพันธมิตร (Learning Alliances) มีเพื่อนทั้งวันนี้ วันหน้า และทำตัวให้เชื่อมโยงเข้ากับระบบสังคมแบบธรรมชาติที่สุด เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องไม่ติดกรอบของกลุ่มเพื่อน เพราะกลุ่มเพื่อนจะต้องเลื่อนไหลไปอย่างเป็นธรรมชาติ จึงจะไม่เกิดทุกข์ เมื่อห่างเพื่อนเก่า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2. การเรียนเป็นเวทีฝึกระบบคิด (Conceptual Framework) และพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3. การเรียนเป็นการพัฒนาการใช้เครื่องมือในระบบคิด (Conceptual tools) ในการเรียนรู้ในทุกด้าน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4. ในการจัดการความรู้นั้น การเข้าเรียนจะทำให้ทราบและเข้าถึงแหล่งข้อมูล (Information system) และผู้รู้ (Key informants)ด้านต่างๆ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">5. การเรียนในระดับต่างๆ ทำให้ได้สารสนเทศ (Information) ในเบื้องต้น และเทคนิคการตรวจสอบความรู้ในเบื้องกลาง และเทคนิคการสร้างความรู้ในการเรียนระดับสูง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น การเรียนคือการเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาตนเองในประเภท รูปแบบ และระดับต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะทำให้มีการเรียนรู้แบบ KM ธรรมชาติ อย่างกลมกลืนกับการสนับสนุนการเรียนรู้แบบมีคุณอำนวยและคุณประสาน ที่กำหนดกันไว้ทั่วไปในปัจจุบัน</p> การบูรณาการทั้งสองแนวทางเข้าด้วยกันดังกล่าวน่าจะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการครับ
การเรียนแบบบูรณาการกับ KMธรรมชาติ
การเรียนคือการเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาตนเองในประเภท รูปแบบ และระดับต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะทำให้มีการเรียนรู้แบบ KM ธรรมชาติ อย่างกลมกลืนกับการสนับสนุนการเรียนรู้แบบมีคุณอำนวยและคุณประสาน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์ · 18 มี.ค. 2550
yongyut yut inyaso · 18 มี.ค. 2550
Acad.-Edu. · 18 มี.ค. 2550
ขวัญชัย วัชรสุนทรกิจ · 18 มี.ค. 2550
busaba sukanthamala · 18 มี.ค. 2550
นาง นางพวงเกษร วงศ์อนุพรกูล · 18 มี.ค. 2550
นางศุภนิตย์ มิ่งไม้ · 18 มี.ค. 2550
เพิ่งมีโอกาสได้พานพบตัวจริงของท่านอาจารย์ เสียดายไม่มีโอกาสได้ขอคำแนะนำ...
ขอบพระคุณครับที่มาช่วยหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์ทางปัญญาให้นิสิตจาก มมส
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์
อ่านแล้วดีครับ ผมเซฟไว้เอาไปใช้ในประยุกต์ในการทำงาน
แต่ขอถามนิดเถิดครับว่า
km ธรรมชาติมันแตกต่างจากวิธีการสอนของคุณครู/พระสงฆ์ ในสมัยโบรานอย่างไร?
ที่เขารักและเมตาศิษย์อย่าง " ครู " นะครับ
อาจารย์ค่ะ สวัสดีค่ะ ดีใจจังที่ได้มีโอกาสเข้ามาแสดงความรู้จัก สำหรับ km แล้ว นกเหมือนเป็นนักเรียนระดับอนุบาลเลยค่ะอาจารย์ อยากจะเรียนรู้ให้มากกว่านี้ ไม่ทราบว่าจะหาความรู้อ่านที่ไหนดีอยากจะมีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมนะคะ ขอเป็นลูกศิษย์อาจารย์สักคนนะคะ