คุณความดีที่มองไม่เห็นของพี่ๆ รปภ.มหาวิทยาลัยนเรศวร

          วันนี้ได้ร่วมเดินทางไปกับขบวน Mobile Unit ของทางมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกที่ อบต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ หลังจากได้เดินทางไปร่วมแจมมาครั้งหนึ่งที่ อบต.ระวิง ที่เพชรบูรณ์ กำหนดการออกเดินทางตอนตี 5.45 เช้านี้ก็รีบกุลีกุจอตื่นแต่เช้าตรู่เพราะกลัวจะไปไม่ทันรถออก(ปกติเป็นคนนอนขี้เซา)

         หลังจากขึ้นรถเรียบร้อยออกเดินทางได้เกือบครึ่งทางเริ่มเอะใจ "เอ..เราเอากุญแจรถไว้ที่ไหนนะ" จากนั้นก็เริ่มค้นหาเป็นการใหญ่สุดท้ายก็ไม่เจอ ทำไงดีสงสัยลืมไว้ที่รถแน่ๆเลย ต่ายแน่รถจะหายมั๊ยเนี่ย (รถมอไซต์)พอคิดได้ก็บอกกะพี่ที่ไปด้วยกันว่าสงสัยหนูจะลืมกุญแจไว้ที่รถแน่เลยพี่ ทำไงดี พี่เค้าก็พูดด้วยใบหน้านิ่งว่า "ก็ให้เพื่อนไปดูให้สิ" เออแฮะทำไมเราคิดไม่ถึงนะ เลยต้องโทรไปหาเพื่อนให้เค้าไปดูให้หน่อยว่ารถยังอยู่รึป่าว ณ ตอนนั้นกลัวอย่างเดียวเลยคือกลัวโดนพี่ชายกระทืบเพราะทำรถเค้าหายยืมเค้ามายังจะดูแลไม่ดีอีก สักพักเพื่อนก็บอกว่ารถยังอยู่ยามเก็บไว้ให้และเขียนจดหมายน้อยติดไว้ที่รถว่า เมื่อกลับมาให้ไปรับกุญแจได้ที่รปภ. หอสมุด (จอดรถไว้ที่ที่จอดรถของหอสมุด) พอได้ยินยังงั้น บอกได้คำเดียวว่ารู้สึกโล่งมากๆ (รอดตายจากการถูกเตะ)

       เคยสงสัยพฤติกรรมของบรรดา รปภ.อยู่อย่างนึง ไม่ว่าจะไปจอดรถที่ไหนก็ตามในหน่วยงานของมหาวิทยาลัย(รถมอไซต์) สิ่งหนึ่งที่จะสังเกตเห็นเป็นประจำก็คือพอเราจอดรถปุ๊ป รปภ. เค้าจะขยับตัวปั๊บ ถ้าเค้านั่งอยู่ก็จะเห็นเค้าลุกยืนทันที ถ้าเค้ายืนอยู่ก็จะเห็นเค้าตั้งหน้าเดินมาทางที่เราจอดรถทันทีอีกเหมือนกันแต่พอเดินมาได้ระยะนึงก็หยุดแล้วก็เฉยไปซะยังงั้น เพิ่งจะเข้าใจแจ่มแจ้งก็วันนี้เองว่าเค้าทำยังงั้นเพราะอะไร ถ้าไม่เจอเองกะตัวคงไม่ซึ้งถึงพฤติกรรมของบรรดาพี่ๆ รปภ. แน่ๆ ยอมรับว่ามองข้ามจุดนี้ไปเพราะไม่คิดว่าจะมีใครลืมกุญแจรถของตัวเองได้สุดท้ายก็ได้เจอเองกะตัว ถ้า ณ ภาวะปกติก็คงไม่มีใครลืม แต่ถ้าในภาวะเร่งรีบบวกกับความเป็นคนขี้ลืม มันก็อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้นึกถึงประโยคที่ว่า "อย่ามองข้ามความปลอดภัย"

      สุดท้ายก็ขอสรรเสริญคุณความดีที่มองไม่เห็นของพี่ๆ รปภ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้กระทำโดยไม่สนใจว่าใครจะมองเห็นมันหรือไม่ ขอให้พี่ๆ จงประสบแต่ความโชคดีชีวิตรุ่งเรือง ขอขอบคุณจากใจค่ะ